แถลงการณ์สอท.ระบุ ความเห็นส่วนตัวของ รมช.พม.ไม่ทำให้เจตนารมณ์เปลี่ยน ยืนยันแน่วแน่ในเจตนารมณ์การมีส่วนร่วมตรวจสอบ และพัฒนาท้องถิ่น เดินหน้าชี้แจงประชาชน และสร้างพื้นที่รูปธรรม เลขาฯสอท.ระบุหากเจตนารมณ์กฎหมายถูกเปลี่ยนจะร่วมกันคว่ำกฎหมายฉบับนี้ในสภา
สมัชชาองค์กรชุมชนแห่งประเทศไทย(สอท.)ออกแถลงการณ์ยืนยันเจตนารมณ์เดินหน้าร่างพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน แถลงการณ์ระบุ คำสัมภาษณ์สื่อมวลชนของนพ.พลเดช ปิ่นประเทศ รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ที่ว่า “สังคมยังไม่มีความพร้อมจึงไม่ควรออกกฎหมายนี้...น่าจะออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี”
สอท.ขอชี้แจงว่าคำสัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนตัว และไม่ทำให้เจตนารมณ์ของสอท. เครือข่ายนักวิชาการ นักพัฒนาเอกชน เปลี่ยนแปลง เพราะกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้สร้างกลไกปกครองของรัฐขึ้นมาใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอำนาจ และงบประมาณ
สอท. จึงขอประกาศยืนยันเจตนารมณ์เดิม ที่จะร่วมกับพันธมิตรนักวิชาการ เอ็นจีโอ ผลักดันให้ร่างพ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้ต่อไป ร่วมกับสถาบันการศึกษาทุกภูมิภาคจัดเวทีวิชาการต่อประชาชน และนำหลักการตามร่างพ.ร.บ.นี้ลงปฏิบัติจริงในพื้นที่นำร่อง 202 ทั่วประเทศ
นายสน รูปสูง เลขาธิการสอท. กล่าวว่า ขณะนี้สังคมเห็นด้วยกับเรา 60%ไม่เห็นด้วย20% และงงไม่รู้เรื่อง 20% แสดงว่าเราไม่ได้สู้คนเดียวแล้ว ดังนั้นแนวทางต่อไปของเราคือต้องดำเนินการร่วมกับพันธมิตรนักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชนให้ความรู้ประชาชน อย่างไรก็ตามเราจะยืนยันหลักการมีส่วนร่วมตรวจสอบ การพัฒนาท้องถิ่น อีกแนวทางคือเรานำหลักการของกฎหมายนี้ไปปฏิบัติจริงในพื้นที่
ถ้ากฎหมายไม่ออกมาตามหลักการนี้ เราจะประกาศคว่ำ หากแม้ว่าการพิจารณาจะยืดเยื้อเราต้องต่อสู้เพื่อให้เป็นกฎหมายที่ตราในใจคนจน ปลุกคนจนให้รู้จักการใช้สิทธิของตน สิทธิชุมชน ซึ่งน่ายินดีที่ขณะนี้ชาวบ้านก็เริ่มลุกขึ้นมาใช้สิทธิแล้ว
ทั้งนี้ระหว่างการประชุมสอท.สมาชิกรายงานสถานการณ์ในพื้นที่พบว่า ขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการลงสู่พื้นที่ตามสายบังคับบัญชาเช่น พื้นที่จ.น่าน พะเยา มีการจัดประชุมผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ตำรวจบ้าน สมาชิกอบต. อสม. เพื่อให้เตรียมตัวเข้าสู่สภาองค์กรชุมชนที่อาจจะมีขึ้นในเร็วๆนี้ กรณีจ.ชลบุรีนายอำเภอได้รับคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ให้ลงชื่อรับรองสถานะองค์กรชุมชนที่ได้เสนอเข้าไป ด้วยเหตุว่าเกรงจะนำไปสู่การตั้งสถาองค์กรชุมชน ในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์มีการจัดอบรมอบต.ในหัวข้อบทบาทหน้าที่ของอบต.แต่เนื้อหาการประชุมบอกให้อบต.ร่วมกันคัดค้านกฎหมายฉบับนี้.




