playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

          เมื่อวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2550 สถานพัฒนาพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ ได้จัดเวทีพบปะผู้นำอาวุโสส่วนของภาคเหนือตอนล่าง เป็นรูปแบบสัมมนาทิศทางยุทธศาสตร์การพัฒนา ขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือตอนล่าง ณ ห้องภูคำ เขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก มีผู้เข้าร่วมประมาณ 59 คน มีความหลากหลายกลุ่มซึ่งล้วนเป็นแกนนำหลักๆที่ผ่านประสบการณ์งานพัฒนามาเป็นเวลานาน เนื้อหาในการสัมมนาฯโดยรวมแล้ว กล่าวคือ

เป็นเวทีชักชวนแกนนำที่มีความอาวุโสในการทำงานพัฒนาเข้าร่วมในการมาร่วมกันทบทวนการทำงานและกำหนดทิศทางของภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งมีเป้าหมายที่สำคัญ เพื่อกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์การพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือตอนล่าง การจัดระบบการขับเคลื่อนงานในระดับจังหวัดให้เกิดรูปธรรมที่ชัดเจนทั้งการจัดทำแผนพัฒนาระดับจังหวัด การเชื่อมโยงการทำงาน การวางแผนงานการขับเคลื่อนงานยุทธศาสตร์สำคัญๆ เช่น ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นและขบวน ศจพ. การขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชน งานรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชนการคิดงานที่จะสนับสนุนขบวนได้ชัดเจน โดยควรขบวนที่เปิดพื้นที่การทำงานให้พี่น้องในภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งที่ผ่านภาคเหนือตอนล่างค่อนข้างมีศักยภาพในการทำงานในระดับดี มีต้นทุนที่สนับสนุนให้เกิดการเคลื่อนขบวนจังหวัด เช่น สภาพแวดล้อม คน-แกนนำในพื้นที่ แต่อาจจะยังขาดการเชื่อมโยงขบวน ดังนั้นจึงควรมีการพัฒนาให้เกิดกลไกการทำงานร่วมกันระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด และระดับภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงควรมีการจัดระบบสนับสนุนของสำนักงานภาคเหนือตอนล่างให้สัมพันธ์สอดคล้องกับขบวนการพัฒนาองค์กรชุมชนภาคเหนือตอนล่าง

          ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมหลายคนได้มีการวิเคราะห์นโยบายที่กระทบต่อชุมชน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กลไกขบวนการทำงานในระดับจังหวัดมีการเปลี่ยนแปลงและอยู่ในสภาวะ “ไม่นิ่ง”

          นายสมศักดิ์ คำทองคง ตัวแทนแกนนำจาก จ.สุโขทัย ได้นำเสนอต่อเวทีสัมมนาฯ ว่า “นโยบายอยู่ดีมีสุข ภายใต้การดำเนินการของกระทรวงมหาดไทย (คณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้านชุมชนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) ในรูปของ SML ในความเป็นจริงระดับชุมชนแล้วประชาชนไม่ได้รับการตอบสนองตามแนวนโยบาย ประกอบกับแนวคิดต้องให้มีการทำประชาคมชาวบ้าน 2 ใน 3 ของชุมชน พบว่ามีอุปสรรคตามา เช่น ในหลายหมู่บ้านชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในชุมชนจริงเนื่องจากประสบปัญหาด้านภาวะเศรษฐกิจ ต้องอพยพออกไปหางานทำต่างถิ่น ในขณะที่โครงการจำเป็นจะต้องดำเนินการ ซึ่งสวนกระแสกับสถานการณ์ที่เป็นจริง แต่ก็มีชุมชนที่ได้ประโยชน์เพียงบางส่วน

          ภายใต้ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข สิ่งที่ชุมชนมองว่าจะมีประโยชน์กับชุมชนจริงควรจะมุ่งสนับสนุนในเรื่องที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตชุมชน เช่น สวัสดิการ การจัดการป่า จัดการทรัพยากร ซึ่งจะทำอย่างไรให้ชุมชนมีความพอใจในวิถีชีวิตของตนเอง และสามารถทำมาหากินในชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน”

          ต่อมาได้มีหารือแนวทางในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือตอนล่าง กล่าวโดยสรุป คือ จำเป็นจะต้องมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลองค์กรชุมชนที่มีอยู่ทุกระดับและทุกประเด็นงานให้เป็นปัจจุบัน เพื่อนำฐานข้อมูลดังกล่าวมาสู่การกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์และเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบ ทั้งนี้จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชน และกลุ่มต่างๆในระดับพื้นที่ โดยการส่งเสริมขบวนการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้(เชิงลึก)ร่วมกัน(ชุมชมกับภาคี) อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้มีศูนย์ประสานงานจังหวัด/ กลุ่มจังหวัด / ภาค ที่เป็นรูปธรรมจริง รวมถึงส่งเสริมและผลักดันแกนนำองค์กรชุมชน เพื่อให้เข้าไปมีส่วนร่วมการเมืองภาคประชาชน เพื่อร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน (องค์กรชุมชน) กระบวนการทำงาน ทั้งก็ต้องมีการจัดสวัสดิการให้กับคนทำงานเพื่อการขับเคลื่อนงานมีความคล่องตัวและเกิดการประสิทธิภาพมากขึ้น

 

นภาพร มนต์ทอง
เจ้าหน้าที่บริหารงานข้อมูล พอช.ภาคเหนือ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter