กรุงเทพ: มท.ย้ำเจตนาส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชน แต่ขอให้ยุติเสนอกฎหมาย สอท. รอกฎหมายลูกตามรัฐธรรมนูญ 2550 ด้านคณะทำงานเดินหน้ายกร่างให้เสร็จเสนอเข้าที่ประชุม ครม. วันที่ 11 ก.ย.นี้
หลังจากสำนักกฤษฎีกาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน(สอท.) แล้วเสนอกลับมาคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไข คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อสรุปและยกร่าง พ.ร.บ. สอท.เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อส่งต่อไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับเดียวกันนี้เสร็จแล้ว พร้อมกำหนดเริ่มพิจารณาในวันที่ 15 ก.ย. นี้
วันนี้ 28 ส.ค. ณ ห้องประชุม 201 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล คณะทำงานยกร่างพ.ร.บ. สอท. ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากการประชุมระดมความคิดเห็นตามมติคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจากชุมชน และนักวิชาการ ประชุมร่วมกันพิจารณาร่างพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
นายธวัชชัย ฟักอังกูร รองอธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะตัวแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทางกระทรวงมีความเห็นว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ได้ประกาศใช้แล้ว และมีบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิชุมชน พร้อมทั้งมีบทบัญญัติให้รัฐบาลดำเนินการออกกฎหมายรองรับบทบัญญัติต่างๆที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้เสร็จภายใน 1 ปี
ดังนั้นตนจึงมีความเห็นว่า ควรที่จะให้มีการออกกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญกำหนดก่อน แล้วจึงพิจารณาร่างกฎหมายสภาองค์กรชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน ทั้งนี้ขอยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยมีเจตนาที่จะส่งเสริมความเข้มแข็งของสังคมไทย ให้พึ่งพาตนเองได้ ไม่ใช่อย่างที่เป็นข่าวว่ากระทรวงมหาดไทยไม่อยากให้ชุมชนเข้มแข็ง
อย่างไรก็ตามที่ประชุมมีความเห็นว่าจะต้องยกร่าง พ.ร.บ.สอท. ต่อไป เพื่อให้มีร่างฉบับรัฐบาลส่งเข้าไปพิจารณาร่วมกับร่างของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในประเด็นสำคัญคือ ให้เป็นกฎหมายที่มีภารกิจเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ไม่ใช่กฎหมายที่ก่อให้เกิดอำนาจหน้าที่ ไม่มีบทบัญญัติที่ก่อให้เกิดภาระด้านการคลังในการจัดสรรงบประมาณ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯรักษาการตาม พ.ร.บ.นี้ ในการจัดตั้งองค์กรชุมชน และสภาองค์กรชุมชนเปิดกว้างให้เกิดขึ้นตามความพร้อมสมัครใจโดยจดแจ้งต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ
ทั้งนี้คาดว่าสามารถเสนอร่างพรบ.ฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้เป็นอย่างช้าในวันที่ 11 ก.ย. เพื่อเสนอต่อไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป




