playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

          ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2550 เห็นชอบแนวทางและหลักเกณฑ์การกำหนดสถานะให้แก่ชาวมอร์แกนตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอ ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและอำนวยการจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล (นอส.) ครั้งที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2550 มีรองนายกรัฐมนตรี (นายโฆสิต  ปั้นเปี่ยมรัษฎ์) เป็นประธาน ที่เห็นชอบแนวทางและหลักเกณฑ์การกำหนดสถานะให้แก่ชาวมอร์แกน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลเป้าหมายหนึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ฯ ตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ปัญหานี้เป็นการเฉพาะ โดยยกเว้นการใช้หลักเกณฑ์ในส่วนของ “การไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทาง หรือไม่มีจุดเกาะเกี่ยวใดกับประเทศต้นทาง” ดังกล่าว ทั้งนี้โดยมีหลักเกณฑ์การกำหนดสถานะใน 2 กรณี คือ

1. กรณีชาวมอร์แกนที่มิได้เกิดในประเทศไทย ดำเนินการให้สถานะเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายประเภทไร้สัญชาตินอกกำหนดคนต่างด้าวตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มี หลักเกณฑ์ดังนี้

     1). มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยหรืออาศัยอยู่ในเขตควบคุมหรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ทร.13) หรือเอกสารอื่น ๆ ของทางราชการ และอาศัยอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป นับถึงวันที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติยุทธศาสตร์ฯ (อพยพเข้ามาอยู่อาศัยก่อน 18 มกราคม 2538)
      2). มีทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวที่ทางราชการกำหนด
      3). มีความประพฤติดีและประกอบอาชีพสุจริต

2. กรณีบุตรชาวมอร์แกนตามที่เกิดในประเทศไทย
ดำเนินการให้สัญชาติตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

     1). เป็นบุตรที่สืบสายโลหิตจากบิดาและมารดาที่เป็นคนต่างด้าว ตามมาตรา 7 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย หรืออาศัยอยู่ในเขตควบคุมหรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ทร.13)
     2). มีทะเบียนประวัติและบัติประจำตัวที่ทางราชการกำหนด
 อนึ่ง เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งเฉพาะรายได้บุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ 2) ได้สัญชาติไทยแล้ว หากมีข้อเท็จจริงปรากฏภายหลังว่ามีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ให้หน่วยงานรับผิดชอบถอนสัญชาติไทยตามกฎหมาย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter