playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

กรุงเทพ/เปิดอาคารสำนักงานใหม่พอช. นักพัฒนาสังคม-ชาวบ้านให้เกียรติร่วมงาน พร้อมแถลงผลการทำงาน 7 ปี สร้างรูปธรรม บ้านมั่นคง แผนแม่บทพัฒนาชุมชน สวัสดิการชุมชน และแก้ปัญหาความยากจน ผอ.สมสุข แจงแนวคิดการทำงานเป็นองค์กรเล็กทำงานใหญ่หนุนขบวนภาคประชาชนเติบโต

          เมื่อวันที่ 1 พ.ย. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดพิธีเปิดอาคารสำนักงานใหม่ ณ เลขที่ 912 ถ.นวมินทร์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. โดยมีพิธีทางศาสนาอิสลาม พราหมณ์ และพุทธ

          ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นพ.พลเดช ปิ่นประทีป รมช.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งผู้มีบทบาทในการพัฒนาประเทศ ภาคีความร่วมมือการทำงานแก้ไขปัญหาความยากจน อาทิเช่น ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ในฐานะนักวิชาการอาวุโส นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(ศจพ.) นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการจัดการทางสังคม นอกจากนี้มีตัวแทนชุมชนจากทั่วประเทศให้เกียรติเข้าร่วมพิธี

          ในโอกาสเปิดสำนักงานใหม่ นายไพบูลย์ แถลงผลการทำงาน 7 ปีที่ผ่านมาของพอช.ว่า การทำงานของพอช.มีมาเป็นการทำงานที่ทำให้ขบวนการของภาคประชาชนมีความเข้มข้น วางตัวเป็นเครื่องมือให้กับภาคประชาชน แต่สังคมโดยทั่วไปรับรู้ไม่เท่ากับที่ความจริงปรากฎ ดังนั้นจึงเหมาะสมที่จะกล่าวว่า การทำงานของพอช.เป็นการพัฒนาของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน และเกิดผลงานเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ

          นายไพบูลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รูปธรรมที่ชัดเจนได้แก่ โครงการบ้านมั่นคงเมือง และขยายไปชนบท เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชาวบ้านมีบทบาทโดดเด่นในการคิดแก้ปัญหา ไม่ใช่รัฐบาลสร้างเสร็จแล้วเข้าไปอยู่ เรื่องที่สองคือแผนพัฒนาชุมชนที่มีความเข้มข้นทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เป็นกระบวนการที่ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา เข้ามาร่วมกันทำงาน

          เรื่องที่สาม คือ สวัสดิการชุมชน เป็นปรากฎการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในรอบ 10 ปี คนที่คิดคือชาวบ้าน เป็นการให้ชาวบ้านมาร่วมกันออมเป็นกองทุน แล้วนำเงินไปจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกตั้งแต่ เกิด เจ็บ สูงอายุ และเสียชีวิต และเมื่อกองทุนใหญ่ขึ้นก็ขยายครอบคลุมมากขึ้นเช่น ทุนการศึกษา เงินบำนาญสำหรับผู้สูงอายุ และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 

          นายไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับรูปธรรมที่สี่คือ การแก้ไขปัญหาความยากจนโดยชุมชนเป็นหลัก ซึ่งเริ่มตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้วที่ตั้งศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหาความยากจน หรือศตจ. กลายเป็น ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือศจพ.ในสมัยรัฐบาลนี้ มีการตั้งคณะกรรมการในระดับจังหวัด มีชาวบ้านเป็นผู้ร่วมคิดและแก้ไข ทั้งหมดนี้เป็นผลงานของขบวนชุมชนโดยมีพอช.สนับสนุนโดยตลอด

          นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า การทำงานของพอช.มุ่งเน้นการเป็นสะพานเชื่อมโยงระบบที่ไม่เป็นทางการของชาวบ้านเข้ากับระบบที่เป็นทางการของภาคราชการ เป็นการลดช่องว่างระหว่างสองส่วน ตรงนี้ถือเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตย และเป็นการเชื่อมโยงชุมชนเข้ากับระดับนโยบาย พอช.จึงได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลในการเป็นตัวกลางในการผ่านงบประมาณโครงการต่างๆไปสู่ชุมชน เช่น โครงการบ้านมั่นคง โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน โครงการด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น

          นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงระหว่างชุมชนด้วยกันให้มาเจอกันในพื้นที่ต่างๆ ทั้งเชิงประเด็น เชิงพื้นที่ รวมเป็นเครือข่าย เพื่อเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และนำไปสู่การพัฒนาชุมชนด้วยชาวบ้านเอง เป็นการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก เรื่องนี้เห็นได้ชัดจากโครงการบ้านมั่นคง ที่ชุมชนที่เป็นเจ้าของปัญหา ลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาเอง หรือการวางแผนแม่บทพัฒนาชุมชน ซึ่งกำลังเสนอเชื่อมโยงเข้าสู่แผนพัฒนาชาติฉบับที่ 10

          นางสาวสมสุข กล่าวต่อว่า เราทำงานครอบคลุมทั้งประเทศ มีหน้างานที่ขยายมากขึ้น แต่มีคนทำงานในองค์กรเพียง 200 กว่าคน หลายฝ่ายเสนอว่าควรเพิ่มกำลังคน แต่เรากลับเห็นว่าถ้าเราเพิ่มคน ชาวบ้านจะเล็กลง จะรอให้เราทำให้ แต่ถ้าเราทำองค์กรให้เล็ก ชาวบ้านจะใหญ่ขึ้น เนื้องานที่ขยายตัวมากขึ้นไม่ใช่พอช.ใหญ่ขึ้นแต่เป็นชาวบ้านเองที่โตขึ้นขยายงานไป เรามีหน้าที่สนับสนุน โดยในส่วนพอช.ได้ปรับปรุงระบบการเงิน และงบประมาณให้มีความยืดหยุ่นรองรับต่อขบวนภาคประชาชน แต่ก็เป็นระบบการเงินที่ตรวจสอบได้

          ผอ.พอช. กล่าวทิ้งท้ายว่า พอช.เป็นองค์กรที่ปฏิรูปการบริหารงานของหน่วยงานรัฐ เอาเนื้องานที่เกิดขึ้นเป็นหลัก แปลความหมายของ”ภาคประชาชน” เข้าไปอยู่ในโครงสร้างองค์กร คือมีชาวบ้านเป็นคณะกรรมการบริหาร เข้าไปอยู่ในวิธีคิดการทำงานของคนทำงาน เป็นองค์กรเล็กที่ทำงานใหญ่ และเป็นการทำงานแนวทางใหม่เพื่อการพัฒนาประเทศ.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter