playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ชุมชนจับมือราชการและพอช. ปฏิบัติการ ๓๘ วัน เดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินอุทยานบูโด-สุไหงปาดี

กรณีพื้นที่นำร่อง อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

          จ.ปัตตานี (โรงแรม ซี.เอส. ) วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๐ มีการประชุมคณะอนุกรรมการที่ดิน ศจพ. นัดพิเศษ เพื่อแก้ปัญหาที่ดินของประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีพลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาที่ดิน กรณีการประกาศอุทยานบูโด-สุไหงปาดี ทับที่ทำกินของชาวบ้าน พื้นที่นำร่อง ๕ ตำบล ๑๕ หมู่บ้าน ผู้เกี่ยวข้องกว่า ๑,๘๐๐ ครัวเรือน มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหน่วยงานและชุมชน ๘๔ คน

           การประชุมในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องที่เครือข่ายชุมชนพื้นที่อำเภอบาเจาะ ได้นำเสนอการสำรวจข้อมูลที่ดินในพื้นที่ประกาศอุทยานบูโด-สุไหงปาดี ต่อคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ศจพ. เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ศจพ. ได้มีมติมอบหมายให้นายอำเภอบาเจาะ ประสานข้อมูลที่ดินในพื้นที่ ๑๕ หมู่บ้าน ๕ ตำบล อ.บาเจาะ กรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากประกาศอุทยานบูโด- สุไหงปาดี เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ดินจากหน่วยงานสนับสนุนทุกหน่วยและของเครือข่ายชุมชนให้เป็นชุดเดียวกัน ได้แก่อำเภอบาเจาะ อุทยานแห่งชาติบูโด- สุไหงปาดี สำนักการจัดการทรัพยากรป่าไม้ จ.นราธิวาส คณะกรรมการที่ดินอำเภอบาเจาะ และ พอช. เป็นต้น

           นายสายัณห์ ชนะชัยวงษ์ นายอำเภอบาเจาะ ได้รายงานผลการดำเนินต่อคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ศจพ. เกี่ยวกับข้อมูลผู้เดือดร้อนกรณีเขตอุทยานทับที่ทำกินของราษฎรว่า อำเภอบาเจาะได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๐ เมื่อมีมติของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ศจพ. ทางอำเภอได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อตรวจสอบข้อมูลร่วมกันในพื้นที่ ครั้งล่าสุดได้มีการประชุมสรุปผลการทำงานกับคณะกรรมการที่ดินระดับอำเภอ เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๐ สรุปกลุ่มปัญหาเป็น ๓ กลุ่มคือ กลุ่มที่ดินนอกเขตอุทยาน จำนวน ๗๔๕ ราย ๙๙๔ แปลง พื้นที่ ๔,๑๑๖ ไร่ กลุ่มที่ดินในเขตอุทยาน ๗๙๕ ราย ๑,๑๐๘ แปลง พื้นที่ ๒๔๓๙ ไร่ ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ๒๖๔ ราย ๓๓๒ แปลง พื้นที่ ๒,๔๓๙ ไร่ รวมผู้เดือดร้อนทั้งหมด ๑,๘๐๔ ราย จำนวนที่ดิน ๒,๔๓๔ แปลง พื้นที่ ๑๑,๕๗๕ ไร่

          ทั้งนี้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินอำเภอบาเจาะ ได้มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จภายใน ๙ มกราคม ๒๕๕๑ คือที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติมอบให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๖ นำไปตรวจสอบ ที่ดินนอกเขตอุทยานมอบให้สำนักงานที่ดินไปตรวจสอบ ที่ดินในเขตป่าสงวนมอบให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๙ นราธิวาสและศูนย์ปฏิบัติการที่ดินป่าไม้ ปัตตานี ไปตรวจสอบข้อมูล

          ผลการประชุมในครั้งนี้ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ได้มีมติสำคัญดังนี้คือ ๑.เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อมูลตามมติและระยะเวลาที่คณะกรรมการที่ดินอำเภอกำหนด ๒. กรณีพื้นที่บางส่วนซึ่งอยู่นอกเขตอุทยานและนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ จากประวัติของชุมชนทราบว่ามีการตั้งถิ่นฐานมา

           กว่า ๓๐๐ ปีแล้ว จึงให้กรมที่ดินเร่งรัดตรวจสอบและออกเอกสารสิทธ์ให้ชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว โดยด่วน ซึ่งจะเป็นสร้างความสมานฉันท์และลดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ลงได้เป็นอย่างมาก ๓.การดำเนินการเร่งรัดข้อมูลและรับรองหรือออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าว หลายหน่วยงานพร้อมดำเนินการแต่ยังขาดงบประมาณ จึงขอให้ ศอ.บต.พิจารณาสนับสนุนงบประมาณ เพื่อการดังกล่าว ๔.ให้อำเภอบาเจาะสำรวจหรือประมวลข้อมูลภาพรวมของชุมชนในพื้นที่ทั้ง ตำบลตามเขตปกครอง ทั้งหมดที่ไม่ได้รับผลกระทบ เพื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้เดือดร้อน ๕.ให้มีการสำรวจหรือประมวลพื้นที่สวนยางพารา ในพื้นที่ทับซ้อนกับอุทยานแห่งชาติ แยกตามอายุของสวนยาง เพื่อประโยชน์ในการเสนอแนวทางแก้ปัญหาการตัดโค่นต้นยางเพื่อปลูกทดแทน ต่อรัฐบาล และสุดท้ายให้กรมอุทยานแห่งชาติตรวจสอบรังวัดและลงพิกัดตำแหน่งรอบนอกอุทยานเพื่อใช้เป็นตำแหน่งอ้างอิงในการแก้ปัญหาของหน่วยงานอื่นๆ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างน้อย ๑ หมู่บ้าน ก่อนการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินอำเภอบาเจาะ ในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๑

          พลเอกสุรินทร ์พิกุลทอง ระบุว่าข้อมูลที่หน่วยงานและชุมชนได้ทำและสรุปร่วมกันมีความสมบูรณ์และก้าวหน้าเป็นอย่างมาก หากมีการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อนำเสนอในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๑ ก็จะมีความชัดเจนขึ้นไปอีก ทางคณะอนุกรรมการฯจะได้นำเสนอรัฐบาลต่อไป

          นายสิโรตน์ แวบาโอะ ผู้นำเครือข่ายชุมชนเพื่อแก้ปัญหาที่ดินพื้นที่ อ.บาเจาะ ระบุว่าการจัดทำข้อมูลได้ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของครัวเรือนที่เป็นผู้เดือดร้อนอย่างสำคัญ มีการตรวจสอบข้อมูลผ่านคณะทำงานชุดต่างๆในพื้นที่ตามลำดับ ได้แก่คณะกรรมการตรวจข้อเท็จจริงที่ประกอบด้วยราชการและผู้นำท้องถิ่น คณะกรรมการพิสูจน์สิทธ์การถือครองระดับหมู่บ้าน เวทีประชาคมหมู่บ้าน และคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินกรณีศึกษาในพื้นที่ ๕ ตำบล ฯลฯ ประชาชนคนได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญยิ่ง จากปฏิบัติการสำรวจข้อมูลรายครัวเรือน การทำประวัติชุมชน การตรวจแปลงที่ดิน การทำแผนที่ทำมือ แผนที่ GIS และการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆฯลฯ อย่างเสมอภาคและมีศักดิ์ศรี

          ข้อมูลจำเพาะประกาศอุทยานบุโด-สุไหงปาดี ทับที่ทำกินของประชาชน ในพื้นที่ ๒๕ ตำบล ๙ อำเภอ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้เดือดร้อน ๖,๙๘๕ ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ ๙,๖๒๑๖.ไร่ (ที่มาจากการสำรวจถือครองที่ดิน ๒๕๔๗ ตามโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้.)

          พื้นที่นำร่องในการแก้ปัญหาอยู่ในพื้นที่อำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาส จำนวน ๑๕ หมู่บ้านใน ๕ ตำบล คือตำบลปะลุกาสาเมาะ ตำบลลุโบะสาวอ ตำบลบาเระเหนือ ตำบลกาเยาะมาตี และตำบลบาเจาะ

 

อุดมศรี ศิริลักษณาพร สำนักงานปฏิบัติการภาคใต้

รายงาน ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๐

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter