และเชื่อมประสานกับหน่วยงานอื่นๆ อย่างสร้างสรรค์
นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวในระหว่างร่วมสัมมนาเตรียมการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน โดยมีคณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนและตัวแทนพื้นที่ปฏิบัติการนำร่องสภาองค์กรชุมชน 200 ตำบล เข้าร่วม เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2551 ณ ห้องประชุมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบัน กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง แต่ภาคประชาชนยังคงอยู่และเปลี่ยนน้อยที่สุด ส่วนฝ่ายที่เปลี่ยนแปลงบ่อยที่สุดคือฝ่ายการเมืองหรือนโยบาย โดยในส่วนของสภาองค์กรชุมชน เมื่อฝ่ายการเมืองเข้ามาใหม่ก็อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรก็ดี หากภาคประชาชนเห็นว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ก็ต้องพยายามทำกันต่อไป เรื่องสภาองค์กรชุมชนก็เช่นกัน เป็นเรื่องของภาคประชาชนที่จะต้องเดินหน้าต่อไป ไปสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา ภาคีพัฒนา และรวมทั้งฝ่ายการเมืองด้วย โดยในการทำงานภาคประชาชนต้องมีความอิสระ พร้อมๆไปกับการเชื่อมประสานกับภายนอกอย่างสร้างสรรค์
“การเดินหน้าของสภาองค์กรชุมชนนั้น ดีที่สุดคือประชาชนต้องมีความเป็นอิสระ และต้องสร้างให้เกิดการสนับสนุนจากองค์กรส่วนท้องถิ่น ราชการ ภาคีพัฒนาต่างๆ และฝ่ายการเมือง เพราะการที่สังคมจะก้าวหน้าได้ ต้องเกิดขึ้นจากความอิสระของพื้นที่พร้อมกับการเชื่อมโยงอย่างสร้างสรรค์”
นายไพบูลย์ กล่าวต่ออีกว่า เรื่องสภาองค์กรชุมชน เป็นเสมือนการส่งไม้ผลัดเป็นทอดๆ ที่ไม่รู้จบ วันนี้ไม้ผลัดถูกส่งกลับมาที่ประชาชนซึ่งจากนี้ไปจะไม่ใช่การวิ่งเป็นผลัดๆ แต่แปรสภาพเป็นการก้าวไปข้างหน้าเพื่อร่วมกันสร้างให้เกิดความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชน โดยประชาชนและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด




