เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2551 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการบ้านมั่นคงชุมชนบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดยมีคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) คณะผู้บริหาร พอช. และตัวแทนเครือข่ายบ้านมั่นคงให้การต้อนรับ
นายประภาส แสงประดับ ประธานชุมชนบางบัว กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงชุมชนบางบัว มีจำนวนทั้งสิ้น 229 หลังคาเรือน ขณะนี้ก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จจำนวน 225 หลังคาเรือน อีก 4 หลังคาเรือนอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าทั้งโครงการจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยบ้านมั่นคงชุมชนบางบัวนั้น เป็นการก่อสร้างในที่ดินเดิม ขนาดพื้นที่ 9ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา ซึ่งเช่าระยะยาว 30 ปี จากกรมธนารักษ์ โดยสหกรณ์เคหสถานเพื่อที่อยู่อาศัยคลองบางบัว จำกัด ผ่านทาง พอช. ซึ่งชุมชนบางบัวมีการแก้ไขปัญหารุกล้ำคลองบางบัว โดยการถอยบ้านให้พ้นจากเขตคลอง และชาวชุมชนตกลงแบ่งปันที่ดินอย่างเท่าเทียมกัน ขนาดแปลงกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร ขนาดบ้าน 12.5 ตารางวา รูปแบบบ้านมีทั้งบ้านเดี่ยวสองชั้น บ้านแฝดสองชั้น บ้านแถว 2 ชั้น และบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ทั้งนี้ตลอดลำคลองบางบัว เขตบางเขน ความยาว 7 กิโลเมตร มีชุมชนอยู่อาศัยรวม 12 ชุมชน เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงแล้ว 9 ชุมชน ในภาพรวม การดำเนินงานมีคืบหน้า คือ มีการก่อสร้างโครงการบ้านมั่นคงแล้ว 6 ชุมชน รวม 580 หลังคาเรือน
“โครงการบ้านมั่นคง ไม่ได้มีความหมายแค่เพียงเรื่องบ้าน ที่เป็นการปรับปรุงสภาพชุมชนซึ่งแออัด เสื่อมโทรม ให้เกิดความเรียบร้อย สวยงามเหมาะแก่การอยู่อาศัย พร้อมเปลี่ยนสภาพจากผู้บุกรุก เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นการทำงานที่ชาวชุมชนเป็นหลัก เป็นพลังอันสำคัญเท่านั้น แต่มีมิติของการพัฒนาที่หลากหลาย เช่น มีการรักษาสภาพแวดล้อมโดยชุมชนด้วยการถอยบ้านพ้นคลอง การติดตั้งถังดักไขมันเพื่อรักษาสภาพน้ำในลำคลอง มีกระบวนการออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย การจัดกลุ่มย่อยภายในชุมชน เพื่อช่วยดูแลกันเอง มีการจัดสวัสดิการชุมชนเพื่อดูแลกันเองของคนในชุมชนตั้งแต่เกิดจนตาย เรื่องเหล่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งท้ายที่สุดก็คือการพัฒนาคน พัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ”
น.ส.สมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า
โครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในเมือง ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 มีความคืบหน้าไปเป็นอย่าง โดยล่าสุด ได้มีการอนุมัติโครงการไปแล้วในพื้นที่ 75 จังหวัด 226 เมืองหรือเขต จำนวน 549 โครงการ รวม 1,083 ชุมชน มีผู้รับผลประโยชน์ทั้งสิ้น 56,326 ครัวเรือน จำนวนกว่า 253,000 คน
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีความยินดีที่สามารถแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนในชุมชนแออัด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ของชาวชุมชนแออัดในทิศทางที่ดีขึ้น และกระทรวงฯ จะสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงต่อไป ส่วนกรณีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคง ที่เป็นประเด็นปัญหา เนื่องจากกองทุนของ พอช. มีไม่เพียงพอนั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้ทาง พอช. จัดทำรายละเอียด และประมาณการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงทั้งหมด เสนอมายังกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดการแก้ปัญหาหรือหาทางออกร่วมกันต่อไป อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2552 นี้ ทางกระทรวงได้เสนองบประมาณจำนวน 1,220 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้เกิดการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนในเมืองตามโครงการบ้านมั่นคง อีกจำนวน 15,000 ครัวเรือน
ทั้งนี้หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยมโครงการบ้านมั่นคงชุมชนบางบัว เขตบางเขน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะ ได้เดินทางต่อไปยังสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เพื่อร่วมประชุมและมอบนโยบายแก่คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
มีการนำเสนอข้อมูลและแลกเปลี่ยนการทำงานระหว่างคณะกรรมการพอช.และรัฐมนตรีฯ โดยรมว.กระทรวงพม. ได้รับปากเรื่องการประสานงานกับสำนักงบประมาณ เรื่องงบประมาณ อันเนื่องมาจากกองทุนพอช.มีน้อยลงและไม่เพียงพอต่อการสนับสนับสนุนชุมชนเพื่อทำงานพัฒนา ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะสินเชื่อแก้พัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคง หากไม่รีบดำเนินการจัดการเรื่องงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่องชุมชนจะได้รับผลกระทบและเดือดร้อนเป็นอย่างมาก




