playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2551 ที่ห้องประชุม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  (พอช.)  ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ กรมธนารักษ์ เครือข่ายชุมชน พมจ.เชียงใหม่ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน  เร่งดำเนินการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองเชียงใหม่  65  ชุมชน 3,713   ครัวเรือน ภายในปี 2544

    ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่   กล่าวว่าในเขตเทศบาลมีชุมชนทั้งสิ้น   85 ชุมชน   เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย  65  ชุมชน  3,713  ครัวเรือน  ซึ่งมีปัญหาในเรื่องความแออัดทรุดโทรม ปัญหาสิทธิในที่ดิน  และการบุกรุกที่ดินเนื่องจากที่ดินมีราคาแพง การแก้ปัญหาชุมชนแออัดที่เกี่ยวกับเรื่องที่อยู่อาศัย เทศบาลมีแผนงานที่จะดำเนินเรื่องบ้านมั่นคงร่วมกับภาคประชาชน พอช.และหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่  ที่กำลังดำเนินการมีอยู่  23  ชุมชน  2,084 ครัวเรือน อีก 42 ชุมชน จะอยู่ในแผนงาน 3 ปีของเทศบาล ที่จะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในปี 2544 เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในเรื่องที่ดินและที่อยู่อาศัยต่อไป  ซึ่งมีทั้งการปรับปรุงในที่เดิมและการสร้างชุมชนในที่ดินใหม่และเป็นหน้าที่ของเทศบาลอยู่แล้ว ที่จะพัฒนาชุมชนในทุกเรื่อง ดร.เดือนเต็มดวง กล่าว

             ในด้านนายประทีป บุญหมั้น  ผู้ประสานงานเครือข่ายบ้านมั่นคงชุมชนเมืองเชียงใหม่กล่าวว่า     เครือข่ายชุมชนเมืองเชียงใหม่  ได้ร่วมพัฒนาและการเตรียมความพร้อมของชุมชน  ในการพัฒนากลุ่ม  ส่งเสริมการออมทรัพย์ การจัดระบบสวัสดิการ  การรักษาสิ่งแวดล้อม  และวางแผนการจัดหาที่ดินในกรณีที่ไม่สามารถปรับปรุงในชุมชนเดิมได้  ทั้งนี้เมื่อปลายปี 2550  ได้ร่วมสำรวจข้อมูลชุมชนผู้มีรายได้น้อยในทุกเมืองโดยพร้อมกันทั่วประเทศ  พบว่าพื้นที่ภาคเหนือ 15 จังหวัด มีชุมชนที่มีรายได้น้อย   168,386  ครัวเรือน  เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย  48,450  ครัวเรือน   มีชุมชนที่ร่วมขบวนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย  และได้รับอนุมัติงบประมาณจากโครงการบ้านมั่นคงแล้ว  208  ชุมชน  7,111 ครัวเรือน

             ในด้านว่าที่ ร.ต.ยงยุทธ เรืองรัตนกุล  ธนารักษ์พื้นที่ จ.เชียงใหม่   กล่าวว่าในจ.เชียงใหม่  มีชุมชนที่อาศัยในที่ดินกรมธนารักษ์ 20 ชุมชน   ผู้เกี่ยวข้องประมาณ 1,500 ครัวเรือน    ซึ่งกรมธนารักษ์พร้อมที่จะสนับสนุนการใช้ที่ดินที่เป็นของกรมฯ กรณีการใช้ที่ดินในโครงการบ้านมั่นคง จะให้ชุมชนทำสัญญาเช่าระยะยาวส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 15-20 ปี เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้ที่ดินและช่วยเหลือชุมชนในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและป้องกันการบุกรุกต่อไป

 ด้าน นายมงคล ด่านวิไลปิติกุล  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่  (พมจ.เชียงใหม่)    กล่าวว่า พมจ.พร้อมจะร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน   ที่ดำเนินโครงการของบ้านมั่นคงและโครงการอื่นๆซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและสังคม   ซึ่งกระทรวงมีแผนในเรื่องกองทุนต่างๆทั้งเรื่องเด็ก ผู้สูงอายุ  ผู้พิการ ครอบครัวผู้ประสบภัยฯลฯ  ซึ่งต้องดำเนินการในชุมชนอยู่แล้ว
 
 นางสาวจิริกา นุตาลัย  ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  หรือ พอช.
กล่าวว่า   พอช.ได้สนับสนุนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคง โดยให้ชุมชนและท้องถิ่นได้วางแผนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมือง  โดยประชาชนผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นทั้งผู้รับประโยชน์และเจ้าของโครงการ  ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ได้สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงมาตั้งแต่ปี  2547  มีการอนุมัติงบประมาณไปแล้ว 23 โครงการ เป็นงบอุดหนุน 67 ล้านบาท สินเชื่อที่อยู่อาศัย 11 ล้านบาท ในพื้นที่  23  ชุมชน  ผู้รับประโยชน์ 2,084 ครัวเรือน   ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนพัฒนาสาธารณูปโภค  เช่น การปรับที่ดิน  ไฟทางเดิน   ระบบบำบัดน้ำเสีย  การขุดลอกคลองระบายน้ำ     บ้านกลาง  การติดตั้งหอกระจายข่าวเป็นต้น    จากข้อมูลชุมชนที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ ยังมีอีก 42  ชุมชน    ที่ยังขาดความมั่นคงเรื่องที่อยู่อาศัย   ซึ่ง พอช.พร้อมจะร่วมมือกับเจ้าของที่ดิน   เทศบาลนครเชียงใหม่  จังหวัดเชียงใหม่  เครือข่ายชุมชน   และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมือง             
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. ระบุว่า เครือข่ายชุมชนและท้องถิ่นเป็นแกนหลักในการดำเนินการเปรียบเสมือนทัพหน้า ในด้านจังหวัดและหน่วยงานต่างๆในจังหวัดเปรียบเสมือนทัพหลวงที่จะหนุนช่วยชุมชนอย่างใกล้ชิด  ส่วนพอช.เปรียบเสมือนทัพหลังที่ช่วยในการสนับสนุนอยู่ข้างหลัง  ทั้งสามฝ่ายจะต้องหนุนช่วยกันอย่างต่อเนื่อง       
ในด้านการประชุมยุทธศาสตร์และปฎิบัติการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยจังหวัดเชียงใหม่  ที่มีผู้แทน พอช. เทศบาล  กรมธนารักษ์ กรมศิลปากร และชุมชน  ได้พิจารณาแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชองชุมชนในที่ดินกรมธนารักษ์ และที่ดินที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากรจำนวน 17 ชุมชน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่  ซึ่งจะดำเนินการในปีนี้พร้อมจัดให้มีคณะทำงานฯจากผู้แทนหน่วยต่างๆทำหน้าที่ดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะต่อไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter