playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  วันที่ 8  ตุลาคม  2551  นายอุดมเดช  รัตนเสถียร  รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  เป็นประธานเปิดงานเทศกาลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ  พร้อมมอบธงที่อยู่อาศัยให้กับขบวนชุมชน 7 ภาค  มีผู้แทน UN-HABITAT   การเคหะแห่งชาติ  กรมธนารักษ์  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  กทม.  ผู้นำชุมชน  ฯลฯ  เข้าร่วมงานกว่า 700 คน

    นางสาวสมสุข  บุญญะบัญชา   ผู้อำนวยการพอช  ได้กล่าวต้อนรับรมว.พม  ผู้ร่วมงาน  และรายงานผลการดำเนินโครงการบ้านมั่นคง  ที่เริ่มจากโครงการนำร่อง  10  โครงการเมื่อปี 2546  หลังจากนั้นได้นำเสนอเสนอแผนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่องและดำเนินการถึงปัจจุบัน   โครงการบ้านมั่นคงใช้ฐานการสำรวจข้อมูลชุมชนแออัดเป็นข้อมูลในการทำงาน    โดยมุ่งแก้ปัญหาทั้งเมืองและทำพร้อมกันทั่วประเทศ  การพัฒนากระบวนที่สำคัญ คือส่งเสริมการออมทรัพย์   การสนับสนุนการออกแบบผังและบ้านของชุมชนโดยสถาปนิคชุมชน   การประสานกับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของที่ดินและองค์กรท้องถิ่น  ให้เข้ามามีส่วนรวมในการวางแผนและพัฒนาเมืองด้านที่อยู่อาศัย   ผลการดำเนินการโครงการในปัจจุบัน  ได้ทำงานในพื้นที่ 1,251 ชุมชน 237 เมือง  ผู้รับประโยชน์กว่า 70,000 คน  ผลที่เกิดขึ้นมีมากกกว่าการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ   เช่นทำให้ชุมชนมีระบบสวัสดิการที่ได้ดูแลสมาชิก  คนที่ยากลำบากในชุมชน   ชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น  มีการบริหารจัดการกองทุนด้วยตนเอง  มีความมั่นคงในเรื่องที่ดินและที่อยู่อาศัย   ฯลฯ  การทำงานที่องค์กรชุมชนและท้องถิ่นเป็นแกนหลัก พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแนวทางดังกล่าวสามารถทำงานและแก้ปัญหาได้อย่างกว้างขวาง  การจัดงานเทศกาลที่อยู่อาศัยในปีนี้ จึงประกาศหัวข้อสำคัญ  ปฏิวัติสลัมไทย ต้องแก้ไขกันทั้งเมือง   ผอ.พอช.กล่าว

     ด้านนายสมชาย  นาคเทียม   ผู้แทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ   (สอช.)    กล่าวว่าขบวนชุมชนมีความตื่นตัวและพร้อมจะดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย   ปัจจุบันได้มีการเชื่อมโยงขบวนชุมชนทั่วประเทศเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนแออัด  เรื่องที่ทำมีทั้งการผลักดันแก้ข้อติดขัดระดับนโยบาย  เช่นเรื่องกองทุนสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัย   กฎระเบียบต่างๆ   และการพัฒนาขบวนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาและช่วยเหลือกันเอง   เช่นการจัดตั้งกองทุนสอช.  การพัฒนาระบบช่างชุมชน  ฯลฯ


    

     นายอุดมเดช  รัตนเสถียร   รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมฯ  กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองและทำพร้อมกันทั่วประเทศ   เพราะเห็นข้อมูลและประสบการณ์ของชาวชุมชนทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัดแล้วสามารถแก้ปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัยได้จริง ขอชื่นชมและขอบคุณชุมชนที่ตระหนักในความสำคัญของผู้เดือดร้อน และมุ่งแก้ปัญหา  รวมทั้งหน่วยงานต่างๆทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่นที่ได้สนับสนุนอย่างไรก็ตามอยากให้มีการทำงานในพื้นที่ชนบทด้วย  เมื่อมุ่งแก้ปัญหาของเมืองก็ไม่ควรละเลยพื้นที่ภูมิภาค  ต้องดูแลสังคมภูมิภาคไม่ให้เขาเดือดร้อนต้องอพยพเข้าเมือง รมว.กระทรวงพัฒนาสังคม ได้ฝากผู้ร่วมงานได้ช่วยดูแลสถาบันครอบครัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสังคมด้านอื่นๆตามมา  ในด้านความต้องการของชุมชนเรื่องสินเชื่อที่ต้องใช้เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องนั้น  กระทรวงพัฒนาสังคมฯพร้อมจะผลักดันเรื่องดังกล่าวในเชิงนโยบาย  ในช่วงสุดท้ายรมว.กระทรวงพม.ได้มอบธงที่อยู่อยู่อาศัยให้ตัวแทนองค์กรชุมชนทั้ง 7  ภาค  เพื่อการจัดงานที่อยู่อาศัยแห่งชาติในเมืองต่างๆทั้ง 7 ภูมิภาค

      ในด้านคุณนาตาชา แวเมอร์  ผู้แทนสำนักงานโครงการตั้งถิ่นฐานแห่งสหประชาชาติ (UN-HABITAT)  กล่าวว่าเมืองทั้งหลายในโลกกำลังเผชิญกับปัญหามากมายทั้งในเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ  วิกฤติอาหารและพลังงาน  การพัฒนาเมืองทำให้มนุษย์มีทางเลือกและความสำเร็จที่หลากหลาย  ในขณะเดียวกันทำให้ความปลอดภัยของผู้คนลดลง  สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม คนที่เดือดร้อนไม่ได้รับการเหลียวแลและมีความทุกข์ยากขึ้นไปอีก  หัวข้อหลักในการจัดงานที่อยู่อาศัยโลกในปี 2551 คือเมืองแห่งความกลมกลืนที่ผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข  (Harmonious Cities)   เป้าหมายของการพัฒนาคือการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอัดทั่วโลกอย่างน้อย  100 ล้านคน ให้สำเร็จในปี  2563  จากข้อมูลเมื่อปี  2548 ประชากรของเมืองที่กำลังพัฒนาจำนวน  1  ใน 3 อาศัยในชุมชนแออัด  ตัวอย่างในซาฮาราน-อัฟริกา  มีประชาชนในชุมชนแออัดถึงหกสิบเปอร์เซ็น    ผู้แทน Un-Habitat  กล่าวว่าในวันที่อยู่อาศัยโลกในปีนี้หวังว่าผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนจะช่วยกันสร้างสรรค์ สภาพความเป็นเมืองให้มีการพัฒนาอย่างสมดุล  ส่งเสริมเมืองให้มีความเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม ช่วยกันรักษามรดกทางธรรมชาติ เพื่อประชาชนทุกเพศทุกวัย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter