เมื่อต้นเดือนกันยายน 2551 ที่ศาลาว่าการจังหวัดกาญจนบุรี ประธานอนุกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน (พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ) และคณะ พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้เปิดเวทีประชุมเสนอความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่ดิน ต่อเครือข่ายองค์กรชุมชนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินภาคตะวันตกกว่า 200 คน โดยมีการนำเสนอข้อมูลแผนที่ที่ชาวบ้านทำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน กล่าวว่า แนวทางการดำเนินการพิสูจน์สิทธิ์ของ กบร. จังหวัดกาญจนบุรี เกิดปัญหาความล่าช้าในการพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินกว่า 57,000 แปลง ยังไม่มีความคืบหน้า และการตรวจสอบข้อมูลที่ยังไม่มีข้อยุติร่วมกัน จึงเห็นควรเสนอ กบร. เพื่อกำหนดนโยบาย แนวทางในการพิสูจน์สิทธิ์ ร่วมกันดังนี้ ประการแรก ต้องใช้ผลการอ่านแปลกภาพถ่ายทางอากาศประกอบการพิจารณาพิสูจน์สิทธิ์ พร้อมทั้งนำขนบธรรมเนียมประเพณีการทำมาหากินของประชาชนในช่วงนั้นมาประกอบการพิจารณา
ประการที่สอง. ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในเชิงรุก โดยให้กันพื้นที่ที่เป็นชุมชนดั้งเดิม และพื้นที่ที่มีร่องรอยการอยู่อาศัย การใช้ประโยชน์ของชุมชนกันออกจากพื้นที่ แล้วให้กรมที่ดินดำเนินการสำรวจออกโฉนดเป็นรายแปลงต่อไป ในกรณีที่มีที่ดินในชุมชนที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของผู้หนึ่งผู้ใดให้กันไว้เป็นที่สาธารณะประโยชน์หรือทำเป็นป่าชุมชน
ประการสุดท้าย ข้อมูล ข้อเท็จจริง รวมทั้งผลการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศ ให้มีการทำให้เป็นที่ยอมรับร่วมกันในระดับอำเภอ ก่อนที่จะเสนอ กบร.จังหวัด
นางทิวาพร กล่าวว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีการพิจารณากรณีปัญหาที่ดินทั้งสิ้น 8 กรณี เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันดังนี้ 1. กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี 2.กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านบ้องตี้บนตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค 3.กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านบ้องตี้น้อย ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค 4.กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านคลิตี้ล่าง ตำบลชะแล อำเภอสังขละบุรี 5.กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง 6.กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านมะต้องสู้ ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค 7. กรณีปัญหาที่ดินตำบลไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 8. กรณีปัญหาที่ดินตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
พื้นที่ทั้งหมด เป็นปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านไม่มีเอกสิทธิ์ ไม่สามมารถทำกินได้ จึงเสนอให้ชุมชนร่วมกันจำทำข้อมูลรายละเอียดของพื้นที่ให้ชัดเจน ทั้งการสำรวจข้อมูลรายแปลง ประวัติการถือครอง และจำนวนผู้เดือดร้อน แล้วให้มีการจัดเวทีตรวจสอบข้อมูลในระดับพื้นที่ กันแนวเขตที่ดินในแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศมาตราส่วน 1: 4000 และนำเข้าระบบ GIS เพื่อกันแนวเขตออกอย่างชัดเจน เพราะการที่มีข้อมูลที่ชาวบ้านได้ร่วมกันทำอย่างชัดเจน ทำให้การสำรวจรังวัดทำได้เร็วขึ้น ส่วนความคืบหน้าในการขยายสู่พื้นที่อื่นนั้น คณะทำงานชาวบ้านได้มีการประสานงานร่วมกับหน่วยงาน และเกิดคณะทำงานชาวบ้านทั้งภาคตะวันตก รวมทั้งได้มีการวางแผนปฏิบัติการร่วมกันเรียบร้อยแล้ว
นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า กาญจนบุรีมีปัญหาเรื่องที่ดินมากที่สุดกว่า 1 ล้านไร่ ในบรรดา 56 จังหวัดที่มีปัญหาการบุกรุกที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ปัญหาที่ดินเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนานที่สุด ทำให้บั่นทอนความสงบเรียบร้อย เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ซึ่งยังไม่สามารถหาตัวแบบการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
ถ้าภาครัฐแก้ไขอย่างเดียวก็ไม่สำเร็จ เพราะภาครัฐยึดถือกฎหมายและระเบียบ ดังนั้นทั้งภาครัฐและชุมชนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา หากภาคประชาชนมีข้อเสนอแนะข้อคิดเห็นอย่างไร หน่วยงานราชการจะผ่อนปรนข้อกฎหมายได้หรือไม่ ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาจะสำเร็จได้ทั้งสองฝ่ายต้องสำนึกร่วมกัน
สมบัติของแผ่นดินต้องดูแลร่วมกัน เมื่อมีปัญหาต้องยึดหลักส่วนรวมและหลักความถูกต้อง แม้พื้นที่แต่ละแห่งมีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน จึงทำให้หาตัวแบบที่ไปใช้ได้ยาก ถ้าเราแก้ไขปัญหาที่ดินไม่จบ การพัฒนาก็ลำบาก ความสงบก็ไม่เกิด จึงขอให้ทำข้อมูลให้น่าเชื่อถือ เพื่อที่จะนำไปใช้ขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้า




