นายบุญเรือง ปาแสนกุล ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยด้วน อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ภายหลังที่พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 สภาองค์กรชุมชนตำบลในจังหวัดนครปฐม ได้มีการดำเนินการจดแจ้งและจัดตั้งไปแล้ว 10 ตำบล โดยในพื้นที่ตำบลห้วยด้วนมี 47 องค์กรที่จดแจ้งและจัดตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้ว ซึ่งในระยะที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยด้วน มีกระบวนการทำงานที่สำคัญ ได้แก่ การสนับสนุนการจัดการระบบข้อมูลกรณีปัญหาาต่าง ๆ ที่เกิดรูปธรรมความสำเร็จในพื้นที่ โดยการร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น และ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนพัฒนาตำบล เพื่อยกระดับเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดที่ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของ การจัดประชุมในครั้งนี้ สภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยด้วนเป็นเจ้าภาพหลักในการเชื่อมโยงกลุ่มองค์กร ภาคีท้องถิ่น ในพื้นที่ภาคตะวันตก 7 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ให้เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาตำบล และบทบาทหน้าที่ของสภาองค์กรชุมชนในการเชื่อมโยงแผนของตำบลสู่การปฏิบัติการในระดับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
จากนั้น นายมนู สร้อยพลอย นายอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ได้กล่าวเปิดประชุม พร้อมทั้งแจ้งต่อที่ประชุมว่า จากที่ได้ศึกษากฎหมายสภาองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อชุมชนในการลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาของชุมชนด้วยตนเอง เป็น พรบ. ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่นอย่างสมานฉันท์ และจากที่อาจารย์บุญเรืองได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่าในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ได้มีการจดแจ้งและจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนไปแล้วเพียง 10 ตำบล จาก 101 ตำบล 16 เทศบาล โดยความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่ายังเป็นการดำเนินงานที่น้อยมาก อย่างไรก็ดี โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอดอนตูม ซึ่งมีเขตการปกครอง 6 ตำบล 1 เทศบาล และเป็นพื้นที่การทำงานของอำเภอ ยินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เกิดการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนให้ครอบคลุมทั้งอำเภอ
และได้เริ่มการประชุมสาระสำคัญของการประชุม ได้เริ่มจากการจำลองเชิงปฏิบัติการจริงในพื้นที่ระดับตำบล โดยการวิเคราะห์พื้นที่ตำบลว่ามี กลุ่มองค์กร และ การดำเนินงานอะไรบ้างที่อยู่ในพื้นที่ พร้อมทั้งจำแนกออกเป็นแนวทางการพัฒนาตำบลที่มาจากฐานกลุ่มองค์กรที่มีอยู่ในพื้นที่เป็นส่วนสำคัญ โดยได้แนวทางการพัฒนาตำบล 5 ด้าน คือ 1) การพัฒนาธุรกิจชุมชน /อาชีพ 2) การส่งเสริมวัฒนธรรม / ภูมิปัญญาท้องถิ่น 3) การสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน/องค์กรการเงิน 4) การจัดทำเกษตรกรรมยั่งยืน และ 5) การพัฒนาสุขภาวะชุมชน จากนั้น ได้มีการแบ่งกลุ่มลงพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อการจัดทำแผนพัฒนาในแต่ละด้าน โดยใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในพื้นที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการจัดทำแผนฯ และได้มีการประชุมสภาองค์องค์กรชุมชนตำบลห้วยด้วน เพื่อพิจารณาแผนการดำเนินงานในแต่ละด้าน และ จัดทำเป็นแผนรวมในการพัฒนาตำบล เพื่อเชื่อมโยงการทำงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อไป
นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคกลางตอนบนและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า กระบวนการจัดทำแผนตำบลที่ได้ในครั้งนี้ เป็นการใช้แนวทางของสภาองค์กรชุมชนเป็นส่วนสำคัญในการทำงาน อีกทั้งยังเป็นการบูรณาทำงานร่วมกันระหว่างขบวนองค์กรชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีพัฒนาในระดับท้องถิ่นที่ และในฐานะที่ พอช. เป็นหน่วยงานที่ที่มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากิจการของสภาองค์กรชุมชน
ยินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยผลักดันตามแนวทางข้างต้นโดยใช้พื้นที่ตำบลห้วยด้วนเป็นพื้นที่ต้นแบบ ในการขยายการดำเนินงานของพื้นที่ภาคตะวันตกทั้งหมด
นายปฏิภาณ ได้กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีสภาองค์กรชุมชนตำบลที่ได้จัดตั้งแล้วทั่วประเทศ 1,076 แห่ง (มีทั้งตำบลและเทศบาล) เป็นพื้นที่ภาคกลางตอนบนและตะวันตก 223 ตำบล โดยมีแผนที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของสภาองค์กรชุมชนตำบลที่จัดตั้งแล้วเพื่อให้เกิดระบบการบริหารจัดการงานพัฒนาแนวใหม่ที่ชุมชนเป็นตัวตั้ง สนับสนุนการใช้และการจัดทำข้อมูลขององค์กรชุมชน ตลอดจนจะช่วยในการเชื่อมโยงแผนและประเด็นการพัฒนาต่าง ๆ กับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง




