นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่การก่อตั้งสถาบันในปี ๒๕๔๓ และจะครบกำหนดสองวาระในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ นี้ กล่าวว่าในช่วง ๘ ปีที่ผ่านมา สถาบันฯ ซึ่งเป็นองค์การมหาชน
แห่งแรก ๆ ของประเทศได้ทำงานตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งซึ่งก็คือการเสริมความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชนทั่วประเทศผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆจำนวนมากและมีการบริหารจัดการองค์กรโดยมีผู้นำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกระดับตั้งแต่ระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาคและระดับชาติ โดยคณะกรรมการสถาบันซึ่งเป็นกลไกการบริหารสูงสุดของสถาบันนั้นมีสัดส่วนผู้นำชุมชนถึง ๓ คน จากทั้งหมด ๑๑ คน ผลงานสำคัญของสถาบันในช่วง ๘ ปี ที่ผ่านมามีดังนี้
- สนับสนุนการแก้ปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคงจำนวน ๗๐๓ โครงการ มีคนจนเมืองใน ๑,๒๗๕ ชุมชนได้รับประโยชน์ ๗๖,๙๙๗ ครัวเรือน
- พัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลเพื่อจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกในกว่า ๓,๐๐๐ ตำบล มีสมาชิกที่เข้าร่วมและรับประโยชน์กว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน
- สนับสนุนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและการพัฒนาชุมชนให้กับองค์กรชุมชนกว่า ๔,๓๐๐ ล้านบาทให้กับชุมชนผู้รับประโยชน์กว่า ๓๘๐,๐๐๐ ครัวเรือน
- สนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตาม พรบ.สภาองค์กรชุมชนพ.ศ.๒๕๕๑ กว่า ๑,๒๐๐ แห่ง มีองค์กรชุมชนเข้าร่วมจัดตั้งกว่า ๒๙,๙๐๐ องค์กร
- สนับสนุนการจัดทำแผนแม่บทชุมชนเพื่อเป็นแผนแม่บทของเครือข่ายองค์กรชุมชนใน ๑,๕๐๑ ตำบล
- พัฒนาศูนย์เรียนรู้ชุมชนเพื่อเป็นจุดเรียนรู้การพัฒนาที่ใช้องค์กรชุมชนเป็นแกนกลางกว่า ๗๐๐ แห่งและศูนย์ข้อมูลท้องถิ่นกว่า ๘๐ แห่ง
- สนับสนุนการแก้ปัญหาภัยพิบัติโดยขบวนองค์กรชุมชนในตำบลที่ประสบภัยสึนามิ โคลนถล่ม น้ำท่วม วาตภัย อัคคีภัย กว่า ๙๐๐ตำบล
- สนับสนุนกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินโดยชุมชนมีส่วนร่วมกว่า๕๕๐ตำบล
- ให้การสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนและประชาสังคมกว่า ๑๖๐โครงการ
- นอกจากนี้สถาบันยังให้การสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน การพัฒนาสื่อชุมชน การรื้อฟื้นศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมพัฒนาชุมชนอื่นๆอีกจำนวนมาก
ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้ขบวนการพัฒนาสามารถทำได้อย่างกว้างขวางและ ขยายพื้นที่การทำงานได้กว้างขวางขนาดนี้ เนื่องจากความเชื่อในเรื่องชุมชนและท้องถิ่นเป็นแกนหลักในการพัฒนา โดยขบวน ชุมชนเป็นผู้เคลื่อนทัพด้วยตนเอง รวมทั้งเป็นผู้บริหารจัดการทั้งเรื่องงานและงบประมาณ โดยประสานเชื่อมโยงกับหน่วยงาน ท้องถิ่น ซึ่งพบว่าวิธีนี้ได้สร้างศักยภาพในการพัฒนาชุมชนได้อย่างมหาศาล พอช.เป็นองค์กรแนวใหม่ ที่เปิดพื้นที่ให้คนเข้ามา มีส่วนร่วมในการทำงาน โดยพอช.เป็นผู้สนับสนุน ในการทำงานเราไม่ได้คิดถึงแผนของเรา แต่คิดถึงแผนของชุมชน แผนพัฒนา ของชุมชนคือแผนของเรา ซึ่งวิธีคิดแบบนี้ถือเป็นวัฒนธรรมของพอช.ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น เราเป็นองค์กรเปิด เป็น องค์กรที่มีประชาธิปไตยไม่ยึดติดตัวตน สาระสำคัญของทิศทางนี้คือให้ชุมชนและท้องถิ่นเป็นแกนหลักของการพัฒนา วิธีการสำคัญของพอช.ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนในทุกโครงการคือ ให้ชุมชนเจ้าของปัญหาลุกขึ้นมา แก้ปัญหาเองและพอช.ให้การสนับสนุนงบประมาณตรงไปที่องค์กรชุมชน
ผอ.พอช.กล่าวฝากถึงทิศทางการทำงานของสถาบันในช่วงต่อไปว่า ปัจจุบันงานฐานของชุมชนได้เกิดขึ้นกว้างขวาง พอช.ทำงานเกี่ยวข้องกับชนบทกว่า๔,๙๐๐ ตำบลและ ๒๕๐ เมือง ความเชื่อว่าชุมชนเป็นหลัก ชุมชนทำเอง คิดเอง ได้รับการยอมรับทั่วไป ก็อยากให้เป็นทิศที่เดินต่อ องค์กรที่จะหนุนเสริมชุมชนได้ดี ต้องเป็นองค์กรที่คล่องตัว เป็นองค์กรเล็ก ไม่คิดถึงตนเอง องค์กรใหญ่ก็จะมีองค์ประกอบอื่นๆ มากขึ้นและมีอุปสรรคอยู่บ้าง เพราะมันมีกลไก กฎระเบียบมากก็ไม่สามารถคิดเป็นอิสระได้ องค์กรมหาชนคิดได้เยอะ และก็มีทุนพอสมควร และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะ สามารถสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่ให้กับขบวนองค์กรชุมชนในท้องถิ่นได้
สิ่งที่อยากจะฝากถึงรัฐบาลและคณะผู้บริหารชุดใหม่คือต้องการให้แนวทางที่เดินมานี้เป็นทิศทางการทำงานที่ต่อเนื่อง ขบวนงานพัฒนาในพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ดำเนินการมาแล้วอย่างกว้างขวาง โครงการต่างๆใช้งบน้อยและองค์กรมีความยั่งยืน อยากให้รัฐบาลให้ความสนใจและสนับสนุนต่อเนื่อง เช่นโครงการบ้านมั่นคง ที่ต้องการแก้ปัญหาสลัมทั้งประเทศให้หมดไป และขบวนคนจนมีความพร้อม ในด้านงานสวัสดิการชุมชนได้ดำเนินการมาครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั่วประเทศ ในงานจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีพื้นที่รูปธรรมกว่า ๙๙ พื้นที่และมีการเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ รวมทั้งงานแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยและงานพัฒนาด้านอื่นๆ ทำอย่างไรให้แผนชุมชนเป็นแผนหลักและรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ
ที่ผ่านมาพอช. ได้สนับสนุนชุมชนทั้งเรื่องแผนงานและงบประมาณ เรื่องการเงินต้องมีความซื่อตรง และการตรวจสอบสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ มีกลไกการทำงานเพื่อเชื่อมโยงกับชุมชนในทุกระดับ ที่มีองค์ประกอบของชุมชนร่วมเป็นคณะทำงาน ที่มีความสมดุลย์ในตัวเอง เป็นองค์กรแนวใหม่ที่มีประชาธิปไตย รวมทั้งการสรรหาผู้อำนวยการและคณะกรรมการสถาบันฯในช่วงที่ผ่านมา คือมีคณะอนุกรรมสรรหาผู้อำนวยการจำนวน ๗ คน ที่มีองค์ประกอบของอาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนชุมชน และคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการสถาบันฯจำนวน ๑๕ คน ที่มีองค์ประกอบของหน่วยงานรัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้นำชุมชน ซึ่งมีการถ่วงดุลของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะแต่ละคนต่างก็มีความคิดที่เป็นอิสระ
ซึ่งสาธารณชนไม่ต้องกังวลเรื่องนี้
ผู้อำนวยการพอช.กล่าวต่อว่า ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันกำหนดระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมการฯและผู้อำนวยการฯให้เหลื่อมกันเพื่อให้งานต่อเนื่องไม่ติดขัด แต่เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้การสรรหากรรมการสถาบันและการสรรหาผู้อำนวยการมาอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ตามกฎหมายนั้นตราบใดที่ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ คณะกรรมการชุดปัจจุบันก็มีอำนาจเต็มในการบริหารองค์กร การสรรหากรรมการและการสรรหาผู้อำนวยการนั้นก็ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย มีการประกาศรับสมัครผ่านสื่อมวลชนทั่วไปเหมือนเช่นองค์การมหาชนอื่นๆ ซึ่งผู้สนใจที่มีคุณสมบัติทุกคนสามารถสมัครได้ ความคืบหน้าล่าสุดคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการสถาบันได้สรุปรายชื่อกรรมการชุดใหม่เพื่อเสนอรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต่อไปแล้ว ในส่วนของผู้อำนวยการคนใหม่ คณะกรรมการสรรหาก็คัดเลือกผู้สมัครไว้แล้วสองท่านเพื่อให้คณะกรรมการ พอช. ชุดปัจจุบันดำเนินการต่อไป




