playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
    เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 ได้มีการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลครั้งแรกที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีสมาชิกสภาองค์กรชุมชนเข้าร่วมประชุม 152 คน ในช่วงเช้ามีการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “สภาองค์กรชุมชนกับความหวังของสังคมไทย ” โดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานอนุกรรมการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน อดีตรองนายกรัฐมนตรี

 

 

    นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ได้กล่าวถึงภาวะวิกฤติของสังคมไทยที่กำลังเป็นอยู่ที่มีความแตกแยกของคนในสังคมไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนว่า  หากมีการตั้งสติจะพบว่าสังคมไทยยังมีจุดแข็งในหลายเรื่อง เช่นความเป็นคนไทยที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อ  ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร ในด้านความเจริญทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ เมื่อเปรียบเทียบกับนานาประเทศเราก็ยังอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้  ความหวังของสังคมไทยจึงอยู่ที่คนไทยทั้งในเมืองและชนบท  เช่นเรามีชุมชนที่เข้มแข็งที่สามารถจัดการตนเองได้ในหลายๆเรื่อง และในช่วงที่ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯได้เริ่มดำเนินการยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคม 3 ด้าน คือ 1 สังคมไม่ทอดทิ้งกัน 2 สังคมเข้มแข็ง ได้แก่ ชุมชนเข้มแข็ง ภาคประชาสังคมเข้มแข็ง และ3 สังคมคุณธรรม คือ มีความถูกต้อง
ดีงาม และยุติธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของสภาองค์กรชุมชนตำบลที่ทำหน้าที่นี้ เนื่องจากมีการเชื่อมการทำงานกับกับองค์กรชุมชนในตำบล   หน่วยงานในท้องถิ่นและเชื่อมโยงเครือข่ายสภาด้วยกันทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ

      อดีตรองนายรัฐมนตรีได้ฝากข้อสังเกตถึงการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนว่า “เมื่อมีความคาดหวังกับสภาองค์กรชุมชน สภาฯ จึงต้องเน้นถึงการพัฒนาคุณภาพของสภาองค์กรชุมชน ทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ 

ทำความดี มีความสามารถ และ ฉลาดเรียนรู้

     ข้อควรระวังจากการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชน ได้แก่ อย่าประมาท มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ขาดความสามัคคี  และมีความเพียร

     ในด้านข้อเสนอแนะที่สภาองค์กรชุมชนตำบลควรจะเป็นผู้ดำเนินการ คือ การจัดทำระบบตัวชี้วัดความสุขหรือตัวชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุขในระดับชุมชน (เน้นที่ตำบล) ซึ่งอยู่ในบทบาทที่สภาองค์กรชุมชนสามารถทำได้ อาจเน้นความสุขทางจิตใจ ทางปัญญา ที่สำคัญคือแต่ละชุมชนควรคิดของตนเองให้มาก ซึ่งมีหลายหน่วยงานได้คิดและเริ่มดำเนินการแล้วแต่ยังไม่มีการทำในระดับชุมชน จึงคาดหวังว่าสภาองค์กรชุมชนจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง

     ในด้าน  ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์   มีข้อเสนอต่อสภาองค์กรชุมชนเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศและชุมชนใน 3 เรื่องๆแรกคือ แนวคิด การเมืองภาคพลเมืองคือทางออกของสังคม นั่นคือเริ่มต้นจากการทำงานเพื่อสังคมโดยแท้จริง ไม่หวังผลตอบแทน ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำงานเพื่อชุมชนคือหัวใจหลัก เรื่องที่ สองการให้ ชุมชนและภาคประชาสังคมเป็นผู้มีบทบาทนำในการกำหนดทิศทางและการพัฒนาประเทศ เช่นเน้นที่ความสุข สิ่งแวดล้อม ศีลธรรม และความภาคภูมิใจของท้องถิ่น  เรื่องที่สามสภาองค์กรชุมชนควรใช้ การศึกษา จริยธรรม นำการพัฒนา ดร.เอนกกล่าวต่อว่าการพัฒนาประเทศในปัจจุบันต้องสร้างชาวบ้านให้กลายเป็นพลเมือง (สร้างคนเพื่อนำการพัฒนา) ที่ไม่ใช่แค่ฐานเสียงมาลงคะแนน เท่านั้น ให้กลายมาเป็นพลเมืองที่มีความรู้ ความรับผิดชอบ รู้เท่าทัน  มีความกระตือรือร้นในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม  และตระหนักในหน้าที่    ที่สำคัญสภาองค์กรชุมชนตำบลต้องทำงานควบคู่ไปกับหน่วยงานในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค ต้องไม่ต่อต้านการทำงานของหน่วยงานเหล่านั้น แต่มุ่งประสานการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่น  

     นอกจากนี้สาระสำคัญของการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในครั้งแรกคือการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเรียนเชิญเข้าร่วมประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล   จำนวน 30 คนประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากส่วนกลาง 10 คน   คือนายบัณฑร  อ่อนดำ (นักวิชาการอิสระ) นายอำพน จินดาวัฒนะ (เลขาธิการสช.) นายไพโรจน์  พลเพชร (ประธานกป.อพช.) นายบรรเจิด สิงคเนติ (คณะนิศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์) นายเอ็นดู ซื่อสุวรรณ( รองกรรมการผจก.ธกส.)  และรศ.ปาริชาติ วลัยเสถียร (คณะสังคมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์) นายชบ ยอดแก้ว (อดีตสนช.) นางมุกดา อินต๊ะสาร (อดีต สนช.) นายสมหมาย ปาริฉัตร  (สื่อมวลชน) และนายเทพชัย  หย่อง (ผู้อำนวยการ THAI PBS)

      ในด้านผู้ทรงคุณวุฒิจากภูมิภาค  ได้แก่ภาคเหนือคือ นายอดุลย์ ยกคำจู (ผู้แทนองค์กรชุมชน) นายมะลิ  ทองคำปลิว (สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง) นายบุญยืน วงศ์สงวน (ผู้แทนกป.อพช.ภาคเหนือ)    ภาคใต้  คือนายบรรจง นะแส (ภาคประชาสังคม)  ดร.สุกรี หะยีสามแม  (นักวิชาการ) นายจินดา บุญจันทร์  (สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง) และนายอัมพร  ด้วงปาน (ผู้ทรงคุณวุฒิด้านชุมชน)

       ภาคกลางและตะวันตก คือนายพงษ์จักร  อยู่โต (ผู้แทนองค์กรชุมชน)  นายสมพงษ์  สุทธิวงศ์ (ภาคประชาสังคม) นางสาววิภาศศิ  ช้างทอง (สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง)  ดร.กาศักดิ์ เต๊ะขันหมาก (นักวิชาการ)   ภาคกรุงเทพ ปริมณฑลและตะวันออก  คือนายชาติชาย  เหลืองเจริญ (สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง) นายชัยยนต์  ประดิษศิลป์ (นักวิชาการ) นางสาวมยุรี  เล็ดลอด (ผู้แทนองค์กรชุมชน) และนายจำรูญ สวยดี  (ภาคประชาสังคม)   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  คือนายสน  รูปสูง (สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง) นายวิพัฒนชัย พิมหิน  (ประธานกป.อพช.ภาคอีสาน) นายพิทยพันธ์ แวะศรีภา (ผู้แทนองค์กรชุมชน) และ รศ.ดร.บัวพัน พรหมพักพิง  (นักวิชาการ)

       ทั้งนี้จะมีการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติครั้งที่หนึ่ง ในระหว่างวันที่  15-16 มกราคม 2552 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter