playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรชุมชนรอบพื้นที่ๆกำลังจะประกาศเป็นอุทยานน้ำตกซีโบ ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) อุทยานน้ำตกซีโป และอำเภอระแงะ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินทำกินรอบพื้นที่ๆกำลังจะประกาศเป็นอุทยานน้ำตกซีโป  ณ ห้องประชุมศาลาประชาคม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยมีผู้นำชุมชนพร้อมหน่วยงานเข้าร่วมประมาณ 300 คน

นายธีรพล  สุวรรณรุ่งเรือง ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ พอช. กล่าวว่า   การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เป็นงานสำคัญประการหนึ่งที่ พอช.ร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ โดยมีพื้นที่นำร่องโดยชุมชนกรณีอุทยานแห่งชาติ บูโด – สุไหงปาดี ทับที่ทำกินของราษฎร ในพื้นที่ ๕ ตำบล ของอ.บาเจาะ จ.นราธิวาส มาแล้ว  สำหรับการดำเนินงานในรอบพื้นที่ๆกำลังประกาศอุทยานน้ำตกชีโป   ชุมชนต้องการแก้ไขปัญหาที่ดินโดยใช้ประสบการณ์และบทเรียนจากพื้นที่นำร่อง เป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินงาน ชุมชนเป็นตัวตั้งในการแก้ปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายซามูดิง   หะยีบือราเฮง   หัวหน้าอุทยานน้ำตกซีโป กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป กำลังดำเนินการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ในพื้นที่จ.นราธิวาส ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นป่า โครงการไม้กระยาเลย ป่าฝั่งขวาแม่น้ำสายบุรี  ซึ่งกรมป่าไม้ได้อนุญาต ให้สัมปทานทำไม้กระยาเลย เมื่อปี พ.ศ. 2515  ต่อมารัฐบาลมีนโยบายปิดป่าสัมปทานเมื่อปี 2532 จึงทำให้สภาพป่ายังคงมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด  

ต่อมาได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพป่า การถือครองที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน เนื้อที่โครงการไม้กระยาเลย บนพื้นที่ 180,518ไร่  ซึ่งอุทยานต้องการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 บนเนื้อที่ประมาณ 62,000 ไร่เท่านั้น โดยให้ใช้ชื่ออุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป  ซึ่งมีการเสนอผ่านที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติแล้ว ปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไป

นายโสภณ   ทศภรเดช เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน 7 หัวหน้าสำนักงานที่ดิน อำเภอระแงะ กล่าวว่า กรมที่ดินจะดำเนินการออกเอกสารสิทธิที่ดินนอกเขตป่า เมื่อหน่วยงานที่ดูแลป่าชี้แนวเขตชัดเจนและกันแนวเขตพื้นที่ออกจากป่า และเป็นที่รับรู้ยอมรับของทุกฝ่าย  เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับประชาชน  อย่างเช่นการทำงานของประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่นำร่อง

ด้านนายนาวี  มาแจมานิ ผู้นำชุมชนบ้านอูลู กล่าวว่า ชาวบ้านมีความเดือดร้อนมากเกี่ยวกับการไม่มีเอกสารสิทธิที่ดิน ส่วนใหญ่อาศัยและทำกินมา 2-3 ช่วงอายุคน ประมาณ 200-300 ปี โดยมีหลักฐานการทำกินเช่นต้นลองกอง ที่หมู่บ้านซีโป อายุประมาณ 200 ปี เมื่อปีประมาณ 2541 ทางชมรมกำนันผู้ใหญ่ตำบลกาลิซา มีหนังสือร้องเรียนถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา  ตำแหน่งประธานรัฐสภาในขณะนั้น ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน เวลาต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มาติดตามความคืบหน้าในพื้นที่ระยะหนึ่งแล้วเรื่องก็เงียบไป  การมาวันนี้ดีใจที่ชาวบ้านรอบพื้นที่อุทยานและหน่วยงานต่างๆ มาประชุมร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่เดือดร้อน

อนึ่ง พื้นที่ๆกำลังจะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ครอบคลุมพื้นที่ ๔ อำเภอในจังหวัดนราธิวาส คืออ.ระแงะ อ.จะแนะ อ.รือเสาะ และอ.ศรีสาคร สภาพป่าตอนบนตลอดแนวเทือกเขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ต้นไม้เขียวชอุ่มตลอดปี ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ หลุมพอ ยาง ตะเคียนทอง  เป็นต้น เนื่องจากพื้นที่ป่าของอุทยานแห่งชาติเป็นป่าดงดิบชื้นมีฝนตกตลอดปี จึงมีสัตว์ป่าชนิดต่างๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ลิง ค่าง เก้ง กระจง กวางป่า เม่น นางอาย ชะมด พญากระรอก นกเงือก นกขุนทอง เหยี่ยว นกดุเหว่าผา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสัตว์น้ำต่างๆ จุดเด่นที่น่าสนใจ คือมีน้ำตกไอร์ซือดอ น้ำตกยากาบองอ ยอดเขาสูงสุดของพื้นที่อุทยานแห่งชาติคือ  “ยอดเขาแมะแต”

ในด้านชาวบ้านที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินในพื้นที่ ๔ อำเภอ  ข้างต้นครอบคลุม 8 ตำบล 36 หมู่บ้าน ผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 4,000 ครัวเรือน   15,000 คน ส่วนใหญ่เป็นความเดือดร้อนเรื่องทำมาหากินที่ไม่สามารถตัดเปลี่ยนต้นยางและขอรับกองทุนสงเคราะห์สวนยางไม่ได้

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter