
วันที่ 8 มิถุนายน 2552 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช.พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตชุมชนเลียบแม่น้ำมูล ณ ชุมชนวัดหลวง วัดกลาง วัดใต้ หรือชุมชนลูกหลานเจ้าคำผง ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี โดยตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองอุบลราชธานี ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีพัฒนา เข้าร่วมงานกว่า 300 คน
โดยพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยกรณีโครงการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตชุมชนเลียบแม่น้ำมูล พร้อมพบปะและทักทายคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ประชาชน อย่างเป็นกันเอง ก่อนมอบของที่ระลึกให้ผู้สนับสนุนโครงการฯ ได้แก่จังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี เหล่ากาชาดจ.อุบลราชธานี สถาบันอาศรมศิลป์ โรงงานยาสูบกระทรวงการคลัง บริษัทโตโยต้าดีเยี่ยมจำกัด พอช. พมจ.อุบลราชธานี กองทัพบก ชุมชน ซึ่งให้การสนับสนุนเงินประมาณในการก่อสร้างบ้าน การพัฒนาสาธารณูปโภค การรื้อถอน ฯลฯ จากนั้นคณะได้เดินชมนิทรรศการของชุมชนเลียบแม่น้ำมูล ก่อนเข้าสักการะกราบไหว้หลักเสาคุ้ม เพื่อความเป็นสิริมงคล และปลูกต้นไม้
สำหรับ โครงการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตชุมชนเลียบแม่น้ำมูล ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหากรณีที่บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของภาครัฐ กรณีสร้างถนนเลียบแม่น้ำมูล ทำให้บ้านเรือนซึ่งอยู่ระดับต่ำกว่าถนนเกิดน้ำท่วมขัง ผู้ได้รับความเดือดร้อนมีทั้งหมด 5 ชุมชน จำนวน 64 หลังคาเรือน โดยชุมชนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกับพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2550 โดยพลเอกสุรยุทธ์ ได้ลงดูสภาพความเดือดร้อนจริงในพื้นที่เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2550 พร้อมประสานความร่วมมือกับจังหวัด เทศบาล ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนและพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ชุมชนได้อยู่ในที่ดินเดิมต่อไป
โครงการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตชุมชนเลียบแม่น้ำมูล จึงเป็นตัวอย่างโครงการพัฒนาที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และหน่วยงานท้องถิ่น เช่นการสร้างบ้านโรงงานยาสูบสนับสนุนงบประมาณ 20 ล้านบาท องค์การบริหารส่วนจังหวัด 3.5 ล้านบาท บริษัทโตโยต้าดีเยี่ยม 5 แสนบาท เหล่ากาชาดจังหวัด 3 แสนบาท ชุมชนสมทบ 5.7 ล้านบาท รัฐบาล 22 ล้านบาท พอช.สมทบค่าสร้างบ้านและสาธารณูปโภค 3.34 ล้านบาท เทศบาลนครสนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภค 3.5 ล้านบาท เป็นต้น รวมงบประมาณที่ทุกภาคส่วนสนับสนุนจำนวน 69,819,550 บาท
ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างบ้านให้กับชุมชนแล้วเสร็จ จำนวน 59 หลัง ส่วนใหญ่ชุมชนได้เข้าพักอาศัยเป็นที่เรียบร้อย พร้อมทำการปรับปรุงบ้านเพิ่มอีก 1 หลัง ณ บริเวณ ถ.พรมเทพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวว่าชุมชนแห่งนี้เป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาของชุมชนซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ปัจจุบันชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น แต่สิ่งที่ชาวชุมชนต้องดูแลกันต่อไปคือการช่วยกันดูแลรักษาชุมชน รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของคนริมแม่น้ำมูล การปรับตัวให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยตามธรรมชาติ เช่นการสร้างบ้านให้มีใต้ถุนสูงเพื่อป้องกันภัยน้ำหลากจากน้ำท่วม และการรักษาภูมิทัศน์ของชุมชนบริเวณนี้ให้สวยงาม ให้สมกับเป็นชุมชนต้นแบบของการแก้ปัญหา ซึ่งเชื่อว่ามีหลายชุมชนที่กำลังประสบปัญหาคล้ายกับชุมชนเลียบแม่น้ำมูลแห่งนี้
ด้านนายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตชุมชนเลียบแม่น้ำมูล เป็นการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในลักษณะการปรับปรุงในที่ดินเดิม ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณะในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี รวมผู้รับประโยชน์ทั้งสิ้น 59 หลังคาเรือน จาก 5 ชุมชน
และในวันเดียวกัน รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้เกียรติเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง ระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี กรมธนารักษ์กระทรวงการคลัง เครือข่ายชุมชน และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยกับชุมชนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการบ้านมั่นคง ของชุมชนท่าวังแดง ชุมชนกุดคูณ ชุมชนเยาวเรศ 1 และชุมชนเยาวเรศ 2
ด้านนางสุมาลี บุญเกษม อายุ 57 ปี ผู้อาศัยในชุมชนเลียบแม่น้ำมูล กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมากที่ทางหน่วยงานราชการให้การช่วยเหลือ ซึ่งการช่วยเหลือในครั้งนี้ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของตนและครอบครัวดีขึ้นมาก จากที่เคยลำบากมากบ้านที่อาศัยก็แออัดและคับแคบ ช่วงหน้าฝนน้ำท่วมขัง ส่งกลิ่นเหม็น ทำให้สุขภาพร่างกายยำแย่ แต่หลังจากสร้างบ้านดังกล่าวแล้ว ส่งผลให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไม่ต้องหวาดระแวง กลัวจะไม่มีที่อาศัยอีกต่อไป
ทั้งนี้ในพื้นที่จ.อุบลราชธานี มีการสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงไปแล้ว 15 โครงการ ผู้รับประโยชน์ 17 ชุมชน 1,071 ครัวเรือน ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี เทศบาลเมืองวารินชำราบ และเทศบาลตำบลเขมราฐ









