playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

    
     ตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของชุมชนเมืองและชนบท คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติได้วางแนวทางการแก้ไข ปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัย โดยมุ่งเน้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีบทบาทในเรื่องนี้มากขึ้น โดยจัดให้มีคณะทำงานหารือแนวทางการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น และมีการประชุมหารือเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมาที่โรงแรมศิรินาถ จ.เชียงใหม่

 

      นางสาวพรรณทิพย์ เพชรมาก ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. เปิดเผยว่าได้มีการหารือเรื่องดังกล่าวไปแล้วครั้งหนึ่งที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)เมื่อวันที่ 3 ส.ค.52 ซึ่งได้นำประสบการณ์การของ อปท. ที่ได้ออกข้อบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้ว ได้แก่ ข้อบัญญัติว่าด้วยการจัดการป่าชุมชน ตำบลแม่ทา จ.เชียงใหม่ เทศบัญญัติเรื่องการปรับปรุงชุมชนแออัด การจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยฯของเทศบาลเมืองสุรินทร์ รวมทั้งการนำกฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน ที่อยู่อาศัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นมาแลกเปลี่ยนกัน ทำให้นำไปสู่การที่จะร่วมกันผลักดันให้เรื่องนี้เกิดผลทางปฏิบัติได้อย่างจริงจังและกระจายกว้างขวางขึ้น คณะทำงานจึงได้ประสานกับ อ.ไพสิฐ พานิชกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ติดตามสนับสนุนเรื่องชุมชนท้องถิ่นมาต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันทำเรื่องนี้ต่อ โดยเริ่มจากการสัมมนาร่วมกันเมื่อวันที่ 11-12 ส.ค. 52 ที่โรงแรมศิรินาถ การ์เด้น จ.เชียงใหม่

    อ.ไพสิฐ พาณิชย์กุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่ามีความสนใจในเรื่องนี้เพราะคณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เปิดสอนกฎหมายแต่วิชาที่เรียนอยู่ส่วนใหญ่ได้แค่กฎหมายหลักๆ ไม่สามารถลงลึกในเรื่องกฎหมายท้องถิ่น ที่จะทำให้คนที่มาเรียนซึ่งส่วนหนึ่งทำงานอยู่ใน อปท. สามารถนำไปใช้ได้ในการปฏิบัติได้จริง จึงตั้งใจที่จะพัฒนาหลักสูตรเพื่อสร้างนักกฎหมายที่สามารถทำงานกับ อปท.ได้มากขึ้น เห็นว่าภาควิชาการน่าจะมีบทบาทในการรับปัญหาที่สะท้อนมาจากพื้นที่แล้วนำไปค้นคว้าเพื่อหาแนวทางการพัฒนา หรือการทำงานที่เข้าถึงปัญหาของท้องถิ่นให้มากที่สุด เมื่อเครือข่ายองค์กรชุมชน และ พอช. มีความตั้งใจที่จะทำเรื่องนี้ก็น่าจะร่วมมือกันทำ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ร่วมกับทุกฝ่าย

    นายออมสิน วัฒนะรัตน์ อดีตประธานสภาเทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้เล่าประสบการณ์การออกเทศบัญญัติของเทศบาลเมืองสุรินทร์ว่าเริ่มมาจากที่ชุมชนในเมืองสุรินทร์มีปัญหาเรื่องที่ดินราชพัสดุในเขตกำแพงเมือง-คูเมืองโบราณ ที่กรมศิลป์ฯประกาศเป็นเขตพื้นที่โบราณสถาน ทั้งๆที่พื้นที่เหล่านั้นเป็นชุมชนหมดแล้ว พอดีมีโครงการบ้านมั่นคง จาก พอช.ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาลที่จะทำให้เกิดการปรับปรุงชุมชนแออัดให้มีสภาพการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น ในขณะที่เทศบาลก็กำลังหาทางให้เกิดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เห็นว่าตามพ.ร.บ.เทศบาล มาตรา ๖๐ กำหนดให้เทศบาลมีอำนาจตราเทศบัญญัติเพื่อปฏิบัติการให้ เป็นไปตามหน้าที่เทศบาลและไม่ขัดหรือแย้งต่อบทกฎหมายและพ.ร.บ กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๑๖(๑๒ ) กำหนดให้เทศบาลมีหน้าที่ในการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย จึงได้ร่างเทศบัญญัติเรื่องนี้ เสนอสภาเทศบาล เสนอนายกเทศมนตรี และส่งให้ผู้ราชการจังหวัด แม้จะยังมีความเห็นไม่ตรงกันกับจังหวัด แต่ก็เชื่อมั่นว่าข้อบัญญัติที่ออกมาไม่ผิดกฎหมายหลัก

     นายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน นายก อบต.แม่ทา ได้เล่ากระบวนการออกข้อบัญญัติ ต.แม่ทา ที่มีฐานจากการจัดการป่าชุมชนที่เริ่มตั้งแต่ ปี ๒๕๒๙ มาสู่การร่างข้อบัญญัติในปี ๒๕๔๘ -๒๕๕๐ มีนายไพโรจน์ พลเพชร และ อ.ไพสิฐ พานิชกุล ช่วยร่าง จากอ้างรัฐธรรมนูญปี๒๕๔๐ จนมาอ้างใหม่ปี ๒๕๕๐ ได้ส่งข้อบัญญัตินี้ไปพร้อมกับข้อบัญญัติงบประมาณ ให้นายอำเภอ แต่เซ็นมาเฉพาะข้อบัญญัติงบประมาณ ทำหนังสือติดตามไป ๓ ครั้งไม่มีการตอบกลับจึงได้ประกาศใช้

     นายประยงค์ หนูบุญคง ผู้นำชุมชนจากภาคใต้ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย/ระเบียบต่างๆที่ออกจากส่วนกลางเกี่ยวกับเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัย แต่ยังไม่ค่อยได้นำมาใช้เช่น พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๗ คำสั่งสำนักนายกเรื่องการถ่ายโอนอำนาจการจัดการที่ดิน เจตนาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ พ.ศ.๒๕๔๒ พ.ร.บ.เทศบาล ,อบต.รวมทั้งกรณีที่ อปท.ฟ้องหน่วยงานแล้วตัดสินให้ อปท.ชนะ ทั้งนี้ในการออกข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะต้องมีการเริ่มปฏิบัติการแก้ไขปัญหาร่วมกับชุมชน เห็นผลสำเร็จจากการทำงานโดยใช้แนวทางที่เป็นการทำงานร่วมกันของชุมชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วค่อยนำไปสู่การพัฒนาเป็นข้อบัญญัติซึ่งสามารถเริ่มได้โดยนายก อบต นายกเทศมนตรี หรือ สภา อบต./สภาเทศบาล หรือประชาชนในพื้นที่เป็นผู้เสนอให้ออกข้อบัญญัติ

     ท้ายที่สุดที่สัมมนาได้ข้อสรุปร่วมกันว่า คณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินฯ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ พอช. จะจัดให้มีกระบวนการทำเรื่องนี้ร่วมกันในลักษณะการวิจัยเชิงปฏิบัติการ โดยให้เครือข่ายที่ดิน ที่อยู่อาศัยในแต่ละภาคได้เสนอชื่อพื้นที่ตำบล/เมืองที่มีการทำงานแก้ไขปัญหาที่ดิน/ที่อยู่อาศัย/การจัดการทรัพยากรร่วมกันระหว่างชุมชนกับ อปท.อยู่แล้ว รวมทั้งอาจทำหนังสือเชิญชวนให้ท้องถิ่นที่มีการทำงานในลักษณะนี้เข้าร่วม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่การออกข้อบัญญัติโดย อปท.เป็นช่วงๆ โดยที่ทีมอาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มช. ช่วยเป็นที่ปรึกษาตลอดกระบวนการ รวมทั้งอาจมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมให้ข้อมูล/ตอบข้อสงสัยต่างๆ ด้วย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter