ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับหน่วยงานที่ทำงานด้านอยู่อาศัยและที่ดินทำกินและองค์กรชุมชน แถลงข่าวการจัดงานสมัชชาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยขบวนชุมชนและท้องถิ่นระหว่างวันที่ ๑-๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก(World Habitat Day) เพื่อให้ประเทศต่างๆในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัย และความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดหาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนทุกคน ในปีนี้ สหประชาชาติได้กำหนดเรื่อง “Planning Our Urban Future”เป็นวาระแห่งปี ๒๕๕๒
ในประเทศไทยมีการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกมาแล้วอย่างต่อเนื่อง โดยขบวนชุมชนที่ทำงานด้านที่อยู่อาศัย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครชุมชนได้ร่วมทำงานกับองค์กรปกครองท้องถิ่นอย่างจริงจัง เช่นในพื้นที่เขตบางเขนที่มีคณะกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับเขต การแก้ปัญหาทั้งเมือง หน่วยงานที่รับผิดชอบมีตั้งแค่ผู้อำนวยเขต กรมธนารักษื มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นต้น ในเขตบางเขนเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างชุมชนกับท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาชุมชนทั้งระบบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เคยดูงานบ้านมั่นคงที่ชุมชนงบางบัวมาแล้ว
นายอิสสระ สมชัย รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าว่า การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกในประเทศไทย จะจัดขึ้นในพื้นที่ทุกภูมิภาคประมาณ ๒๖ เวที ระหว่างวันที่ ๑-๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ และในวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ จะจัดสัมมนาสมัชชาการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารสหประชาชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานเปิดการสัมมนา
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานอนุกรรมการพัฒนาที่ดินและอยู่อาศัยเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนเมืองและชนบท กล่าวว่า ทิศทางสำคัญของการจัดการที่ดินและที่อยู่อาศัยในช่วงต่อไป คือการทำงานและจัดการร่วมกันของชุมชนและท้องถิ่น ตั้งแต่การจัดทำข้อมูล การทำแผนแก้ไขปัญหาที่ดินและทรัพยากร การจัดการที่ดินร่วมกันของชุมชนในรูบแบบต่างๆ ที่ไม่ใช่ทำในลักษณะปัจเจก การจัดงานสมัชชาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยขบวนชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งจะมีในทุกภูมิภาค จะเป็นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันขนาดใหญ่ของชุมชน ท้องถิ่น หน่วยงาน และรัฐบาล ฯลฯ
ด้านนางสนอง รวยสูงเนิน ผู้นำชุมชนจากเมืองชุมแพ กล่าวว่า การทำงานเรื่องที่อยู่อาศัยทั้งเมืองชุมแพใน จ.ขอนแก่น ตอนนี้มีทั้งหมด ๙ โครงการ ทำตั้งแต่เรื่องที่อยู่อาศัย สวัสดิการชุมชน กองทุนพัฒนาระดับเมือง และการทำนารวม งานพื้นที่ถ้าได้รับการสนับสนุนท้องถิ่นชุมชนจะทำงานได้เร็วขึ้น เพราะองค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดชุมชนที่สุด
เช่นเดียวกับนางฑืฆัมพร กองสอน จากสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวใหญ่ จ.น่าน กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชนในตำบลบัวใหญ่ เริ่มจากสมาชิกที่มีปัญหา เริ่มจากการสำรวจข้อมูล การประชุมหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันการแก้ปัญหารที่ดินทำกินและอยู่อาศัย ได้ขยายความคิดและการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันทั้งจังหวัด โดยมีท้องถิ่นเช่นอบต. อบจ. เป็นผู้สนับสนุน รวมทั้งพอช.ที่สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงชนบท เพื่อแก้ปัญหาผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่ศัยในตำบลบัวใหญ่
ทั้งนี้ทิศทางการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินของ รัฐบาลชุดปัจจุบัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายด้านสังคมว่าจะ แก้ไขปัญหาความยากจน โดยการจัดหาที่ดินทำกินให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้และเร่งรัดปรับปรุงแก้ไขปัญหาคุณภาพการอยู่อาศัยคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมชุมชน โดยเฉพาะชุมชนผู้มีรายได้น้อยให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะสร้างธรรมมาภิบาลในการจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของประชาชนในเมืองและชนบท ส่งเสริมประชาธิปไตยในการจัดการปัญหาอย่างมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนและท้องถิ่น เพื่อคลี่คลายปัญหาความไม่สมดุลในการถือครองที่ดิน ซึ่งถือเป็น“กับดักความทุกข์” ในการดำรงชีวิตที่ประชาชนในระดับรากหญ้าไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ และเป็นจุดอ่อนของโครงสร้างการพัฒนาของประเทศมาเป็นเวลานาน โดยรัฐบาลได้จัดตั้ง คณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของชุมชนเมืองและชนบท ภายใต้ คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ ขึ้นมาเพื่อดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับคณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของชุมชนเมืองและชนบท หน่วยงานด้านพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศ จึงร่วมกันจัดงาน สมัชชาการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยขบวนชุมชนและท้องถิ่น วันที่อยู่อาศัยโลก ๒๐๐๙ ระหว่างวันที่ ๑-๑๙ตุลาคม ๒๕๕๒ เพื่อสอดรับกับวาระแห่งปี ๒๕๕๒ ของสหประชาชาติ จึงมีการจัดกิจกรรมและเวทีสื่อสาธารณะในพื้นที่ต่างๆทั้งส่วนกลางและใน ๔ ภูมิภาครวม ๒๖ แห่ง มีคนเข้าร่วมเวทีและกิจกรรมทั่วประเทศประมาณ ๑๗,๕๐๐ คน
อนึ่ง จากการสำรวจความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยในปี ๒๕๕๑โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พบว่ามีผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยในชุมชนเมืองทั้งประเทศจำนวน ๗๒๘,๖๓๙ ครัวเรือน ใน ๖,๓๓๔ ชุมชน การดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง ๗ ปีที่ผ่านมาสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยได้ ๘๖,๕๙๓ ครัวเรือน ใน ๑,๔๑๘ ชุมชนครอบคลุมพื้นที่ ๒๕๗ เมืองใน ๗๓ จังหวัด คิดเป็นร้อยละ ๑๒ ของจำนวนผู้เดือดร้อนทั้งหมด เท่านั้น
ในปี ๒๕๔๗ มีผู้ลงทะเบียนความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ๑.๙ ล้านรายและลงทะเบียนความเดือดร้อนเรื่องที่ดินจำนวน ๓.๖ ล้านราย ปัจจุบันมีเครือข่ายองค์กรชุมชนที่เริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๕๕๖ ตำบล โดยทำงานอยู่ในขั้นตอนต่างๆคือ ด้วยการสำรวจข้อมูล ตรวจสอบข้อมูลผู้เดือดร้อน จัดทำแผนที่ทำมือและแผนที่ดิจิตอล การรับรองสิทธิโดยชุมชน ไปจนถึงการเสนอแนวทางแก้ไขให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการจัดทำโฉนดชุมชน
งานมหกรรมการจัดการที่ดินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชนและท้องถิ่น เป็นการสรุปบทเรียนการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินร่วมกัน พร้อมทั้งระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพื้นที่ปฏิบัติการทั่วประเทศเพื่อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลในวันจันทร์ที่ ๑๒ตุลาคม ๒๕๕๒ ซึ่งจะมีการจัดงานสัมมนาสมัชชาการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ โดยมีนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธาน ร่วมสัมมนากับผู้นำองค์กรชุมชน ผู้แทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองท้องถิ่น เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน ประมาณ ๙๐๐ คน




