สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับคณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของชุมชนเมืองและชนบท ภายใต้คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ หน่วยงานพัฒนาทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรชุมชนทั่วประเทศ ได้ร่วมกันจัดงาน สมัชชาการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยขบวนชุมชนและท้องถิ่น วันที่อยู่อาศัยโลก 2009 ระหว่างวันที่ 1-19 ตุลาคม 2552เพื่อสอดรับกับวาระแห่งปี 2552 ของสหประชาชาติ จึงมีการจัดกิจกรรมและเวทีสื่อสาธารณะในพื้นที่ต่างๆทั้งส่วนกลางและใน 4 ภูมิภาครวม 25 แห่ง มีคนเข้าร่วมเวทีและกิจกรรมทั่วประเทศประมาณ 17,500 คน
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2552 มีการจัดสัมมนาบทบาทองค์กรปกครองท้องถิ่นในการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานเปิดการสัมมนา ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นซึ่งประกอบด้วยเทศบาล อบต. อบจ.และชุมชนเข้าร่วมจาก 140 พื้นที่จำนวน 400คน
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานคณะอนุกรรมการคณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของชุมชนเมืองและชนบท กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งในเมืองและชนบทซึ่งกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการการแก้ปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของประชาชน การสัมมนาครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับบทบาทของท้องถิ่นในการแก้ปัญหาดังกล่าว ให้เห็นตัวอย่างในการทำข้อมูลแผนที่ดิน การวางแผนการใช้ที่ดินโดยรวม การออกข้อบัญญัติและเทศบัญญัติสนับสนุนการแก้ปัญหา การพัฒนากองทุนที่ดิน เป็นต้น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนเป็นศูนย์กลาง โดยการสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่าย ต้องขอบคุณชุมชนที่เป็นกำลังหลักในการทำงานและท้องถิ่นซึ่งได้สนับสนุนการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง มีการเผยแพร่การพัฒนาและการแก้ปัญหา ที่ผ่านมารัฐบาลรัฐบาลได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน เช่นการตั้งคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ เพื่อรับฟังความเห็นของผู้อาวุโส ผู้นำชุมชน ผู้มีประสบการณ์ในด้านต่างๆ
การส่งเสริมการทำงานที่ชุมชนได้ดำเนินการมาแล้วได้แก่การอนุมัติงบประมาณสวัสดิการชุมชน 700 กว่าล้านบาท
ซึ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นจะเป็นผู้ที่ทำงานใกล้ชิดชุมชนสามารถสนับสนุนชุมชนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ในด้านการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคงรัฐบาลอนุมัตืเพิ่มงบสาธารณูปโภคจาก 68,000 บาทเป็น 80,000 บาทต่อหน่วย ซึ่งท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการหลัก นอกจากนี้มีการอนุมัติงบประมาณจากโครงการเข้มแข็งรวมจำนวน 5,000 ล้านบาท เพื่อสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัย จะทยอยให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยต่อไป
ในด้านการแก้ปัญหาที่ดิน มีการร่างระเบียบสำนักนายกเรื่องโฉนดชุมชน ซึ่งได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนไปแล้ว จะได้นำเข้าครม.ต่อไป ทางด้านกระทรวงการคลังก็กำลังปรับปรุงเรื่องภาษีที่ดิน เพื่อส่งเสริมโครงการธนาคารที่ดิน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินเรื่องที่อยู่อาศัย ท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญมากที่จะสนับสนุนชุมชนได้มากที่สุด ได้แก่เรื่องระบบข้อมูลแผนที่ ระบบการจัดการทรัพยากร และประสานงานต่อเนื่องในเรื่องในเรื่องอาชีพ สังคมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนต่อไป
ในการสัมมนามีการเสวนา “การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก” ผู้เข้าร่วมเสวนาส่วนใหญ่เป็นผู้ประสบการณ์ทั้งด้านนโยบายและการแก้ปัญหาในพื้นที่เช่น เช่นนายสมเกียรติ ดีบุญมี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ นายกนกศักดิ์ แก้วดวงเรือง นายกอบต. ตำบลแม่ทา จ.เชียงใหม่ นายนรินทร์ เหล่าอารยะ นายกอบจ.จ.น่าน นางพาสนา ศรีศรัทธา ผู้นำชุมชนจ.นราธิวาส และนางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการพอช. รวมทั้งการปาฐกถา การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน กล่าวว่าได้เห็นตัวอย่างของความสำเร็จและความร่วมมือของชุมชนกับองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ทำงานประสบความสำเร็จหลายกรณีพื้นที่เช่นชุมชนคลองบางบัว ตนเองอยากเห็นการทำงานที่เป็นคณะทำงานร่วมกันของชุมชน กับองค์กรปกครองท้องถิ่น เจ้าของที่ดิน และเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆในท้องถิ่น การจัดทำข้อมูลร่วมกัน การออกแบบชุมชนให้มีพื้นที่ส่วนกลาง การทำงานที่มากกว่าเรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัย ซึ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นอยู่ใกล้ชิดชุมชนมากกว่าราชการส่วนกลางสามารถช่วยเรื่องเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะการดึงเจ้าของที่ให้มาอยู่ในกระบวนการทำงาน จะทำให้การขับเคลื่อนงานเดินไปอย่างมีระบบและมีพลัง
ในด้านประชุมกลุ่มย่อย มีเรื่อง “บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการสนับสนุนการจัดการที่อยู่อยู่อาศัยโดยชุมชนเป็นแกนหลัก “ “แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินและการใช้ที่ดินสาธารณะ ที่ดินรัฐ เพื่อที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของชุมชน” และกองทุนเพื่อที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน โดยจะมีประมวลผลการสัมมนารวมทั้งความคิดเห็นและข้อเสนอนโยบายเพื่อการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน จากพื้นที่ปฏิบัติการทั่วประเทศต่อรัฐบาล ในงานสัมมนาสมัชชาการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ในวันที่ 12 ตุลาคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมใหญ่สหประชาชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานการสัมมนา ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งองค์กรชุมชน หน่วยงานระดับนโยบาย องค์กรปกครองท้องถิ่น องค์กรพัฒนาภาคเอกชน สื่อมวลชน ประมาณ 900 คน
อนึ่ง จากการสำรวจความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยในปี 2551 โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พบว่ามีผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยในชุมชนเมืองทั้งประเทศจำนวน 728,639 ครัวเรือน ใน 6,334 ชุมชน การดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยได้ 86,593 ครัวเรือน ใน 1,418 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ 257 เมือง ใน 73 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 12 ของจำนวนผู้เดือดร้อนทั้งหมด
และในปี 2547 มีผู้ลงทะเบียนความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 1.9 ล้านราย และลงทะเบียนความเดือดร้อนเรื่องที่ดินจำนวน 3.6 ล้านราย ปัจจุบันมีเครือข่ายองค์กรชุมชนที่เริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 556 ตำบล โดยทำงานอยู่ในขั้นตอนต่างๆคือ การสำรวจข้อมูล ตรวจสอบข้อมูลผู้เดือดร้อน จัดทำแผนที่ทำมือและแผนที่ดิจิตอล การรับรองสิทธิโดยชุมชน ไปจนถึงการเสนอแนวทางแก้ไขให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการจัดทำโฉนดชุมชน




