playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

      สงขลา/เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2552 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ชุมชนเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมชมพื้นที่รูปธรรมการแก้ปัญหาการอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐด้วยการเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยระยะยาว และเป็นประธานเปิดงานสมัชชาการจัดการที่อยู่อาศัยที่ดินทำกิน ณ ห้องประชุม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 500 คน

     นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย  กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลว่า หลักในการแก้ปัญหาคือ “เอาปัญหาเป็นตัวตั้ง กฎระเบียบเป็นสิ่งที่ปรับปรุงแก้ไขได้ แต่ต้องไม่ขัดหลักของการอยู่ร่วมกันในสังคม” รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการจัดการเรื่องที่ดิน ซึ่งเป็นปัจจัยการทำมาหากินและการอยู่อาศัยของคนจนทั้งในเมืองและชนบท

     ในภาคเมืองรัฐบาลได้จัดที่ดินและอนุมัติงบประมาณการพัฒนาที่อยู่อาศัย 3 พันล้านบาท เป็นกองทุนสนับสนุนสินเชื่อโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งเป็นกองทุนแนวใหม่ ที่สามารถให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับชุมชนที่คนจนสามารถเข้าถึงได้ โดยคนจนสามารถจัดหาที่ดินและพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ด้วยตนเอง โดยองค์กรชุมชนร่วมกันได้อย่างมั่นคง ไม่ต้องหวาดกลัวการถูกไล่ที่อีก ซึ่งจะช่วยให้คนจนสามารถตั้งถิ่นฐานได้อย่างมั่นคงในเมืองและสามารถพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืนพร้อม ๆ กับการพัฒนาเมือง

     ในภาคชนบท รัฐบาลมีโครงการจัดที่ดินที่ทำกินให้คนจนในรูปของโฉนดชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถร่วมกันจัดการที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย ประกอบอาชีพ และการใช้ประโยชน์ตามบริบทของแต่ละชุมชนนั้นๆ ขณะนี้การเดินหน้าจัดการกรรมสิทธิของชุมชนรูปแบบใหม่ แนวทางการศึกษาจบแล้ว รัฐบาลบรรลุข้อตกลง 2 ข้อ คือ ในระยะต้นจะออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโฉนดชุมชน โดยมีกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 66 ว่าด้วยสิทธิของชุมชนรองรับ ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเสร็จแล้ว และผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว ขณะนี้เรื่องถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว และถ้า ครม.เห็นชอบ ก็จะส่งเข้าสู่กฤษฎีกาดำเนินการยกร่างให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 1 เดือน

     ด้านนายประยงค์ หนูบุญคง   เครือข่ายองค์กรชุมชนด้านการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินภาคใต้ ได้เป็นตัวแทนเครือข่ายฯ มีข้อเสนอต่อรัฐบาล ดังนี้

     หนึ่ง ให้กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งถึงแต่ละอำเภอ เพื่อให้นายอำเภอมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยระดับท้องถิ่น(อำเภอ/เมือง) ประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนกลุ่มผู้เดือดร้อน ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในสัดส่วนที่เท่ากัน

     สอง ให้นายกรัฐมนตรีออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการ แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยระดับจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนภาคประชาชนผู้เดือดร้อนในสัดส่วนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนคณะทำงานทั้งหมด โดยให้ผู้แทนของภาคประชาชนเป็นเลขานุการร่วม

     สาม ให้มีการปรับปรุงกฎหมาย หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบคำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยอย่างมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เช่น มติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 ระเบียบว่าด้วยการเช่าที่ดินและการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ

     สี่ ออกกฎหมาย ที่ส่งเสริมและสนับสนุนในเรื่องสิทธิในที่ดินร่วมกัน และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย

     ห้า เร่งรัดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ที่มีข้อสรุปในจังหวัดร่วมกับหน่วยงาน  แต่ยังติดขัดข้อกฎหมายบางประการ เช่น กรณีประกาศเขตอุทยานแห่งชาติบูโด – สุไหงปาดีทับที่ดินของชุมชน กรณีทุ่งลานโย อ.ป่าพะยอม กรณีพื้นที่ชุมพล อ.ศรีนครินทร์  กรณีพื้นที่    ตำบลลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง พื้นที่ ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ต.ทุ่งมะพร้าว ต.ลำแก่น ต.ท้ายเหมือง จ.พังงา ต.ฉลุง  ต.คูหาใต้ ต.เขาพระ จ.สงขลา   ต.ตะเสะ ต.เขาไม้แก้ว ต.บ่อหิน ต.เกาะลิบง ต.ปะเลียน จ.ตรัง ต.ขอนหาด ต.ทางพูน จ.นครศรีธรรมราช ต.ตะโก จ.ชุมพร ต.เขานิเวศน์  ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง กรณีขอเช่าที่ดินรถไฟ สายสงขลา-หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เทศบาลเมืองท่าข้าม จังหวัดสุราษฎร์ธานี กรณีขอเช่าที่ดินราชพัสดุเทศบาลเมืองท่าข้าม จังหวัดสุราษฎร์ธานี  กรณีที่ดินสาธารณะประโยชน์พื้นที่รังนกออก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร พื้นที่แหลมขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

     และประการสุดท้าย สนับสนุนงบประมาณในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชนเป็นแกนหลัก สนับสนุนพื้นที่นำร่องกรณีโฉนดชุมชน หรือสิทธิถือครองร่วมกันของชุมชน และกองทุนที่ดินระดับพื้นที่

     ทั้งนี้ เครือข่ายองค์กรชุมชนด้านการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินภาคใต้ ได้แก่ เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเน้นการผลักดันนโยบายโฉนดชุมชนในพื้นที่บริเวณเทือกเขาบรรทัด พื้นที่สวนปาล์มใน จ.สุราษฎร์ธานี    เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิที่มีบทบาทแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ชายฝั่งอันดามันและเครือข่ายองค์กรชุมชนคนจนเมืองภาคใต้ ได้ร่วมกันดำเนินการการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินภาคใต้

     ด้านการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ครอบคลุม 46 เมือง 251 ชุมชน 12,253 ครัวเรือน จำนวน 109 โครงการ คณะกรรมการเมืองมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชัดเจนมีเพียง 14 เมือง

      ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทั้งเมืองเริ่มนำร่องที่เมืองสงขลา ซึ่งอาศัยอยู่ในที่ดินรัฐ (การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมธนารักษ์ กรมพานิชย์นาวี) และโครงการส่วนใหญ่กระจายอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีทั้งบ้านมั่นคงเมือง และบ้านมั่นคงชนบท

     ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ดิน นับตั้งแต่การแก้ไขปัญหาที่ดินชุมชนผู้ประสบภัยสึนามิ ที่ได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยเน้นการใช้ข้อมูล แผนที่ และคณะทำงานร่วมระหว่างชุมชนกับหน่วยงานรัฐ ถือเป็นชุดประสบการณ์ที่กระจายไปสู่พื้นที่อื่นๆ จากนั้นได้เริ่มการแก้ไขปัญหาที่ดินภายใต้ ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน ภาคประชาชน หรือ ศตจ.ปชช.ตั้งแต่ปี 2548 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ขณะนี้มีพื้นที่ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่ดินครบทั้ง 14 จังหวัด 60 อำเภอ 113 ตำบล 426 หมู่บ้าน

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter