playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     กรุงเทพฯ : นายกรณ์ จาติกวณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เป็นประธานยกเสาเอกบ้านมั่นคงไทยเข้มแข็ง ชุมชนหลังฉางพัฒนา ยานนาวา กรุงเทพฯ ระบุ บ้านมั่นคง คือคำตอบที่ดีที่สุดว่าชาวบ้านได้อะไรจากไทยเข้มแข็ง พร้อมชี้ งบอุดหนุนสินเชื่อ 6,000 ล้านบาท ภายในปี 55 ยังเป็นเป้าหมาย

     วันนี้ (15 ต.ค. 52) ที่ชุมชนหลังฉางพัฒนา แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับคณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของชุมชนเมืองและชนบท ภายใต้คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) สำนักงานเขตยานนาวา ร่วมกันจัดงานลงเสาเอกที่ทำการสหกรณ์บ้านมั่นคง ไทยเข้มแข็ง ชุมชนหลังฉางพัฒนา โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน มีผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ประมาณ 1,000 คน  

     ชุมชนหลังฉางพัฒนา ตั้งอยู่ในซอยวัดช่องลม แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา เดิมบุกรุกอยู่ในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย   อยู่อาศัยกันมาประมาณ 30 ปี มีชาวบ้าน 56 หลังคาเรือน สมาชิก 240 คน บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้สภาพทรุดโทรม มีน้ำท่วมขัง ชุมชนขาดระบบสาธารณูปโภค และพื้นที่ส่วนกลาง เมื่อชุมชนเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง จึงเกิดการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของชาวชุมชนเอง ปัจจุบันมีการเช่าที่ดินของ รฟท. ในระยะยาว 30 ปี  บนเนื้อที่ 2 ไร่ 22 ตารางวา โดยมีการก่อสร้างแบบบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและบ้านแถว คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2553

     นายกรณ์ จาติกวณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไทยเข้มแข็ง 3,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาชุมชนความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยของคนจนในชุมชนเมืองตามโครงการบ้านมั่นคง ไทยเข้มแข็ง ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ได้ดำเนินการไปแล้วในกว่า 1,400 ชุมชนทั่วประเทศ และเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ดำเนินการแล้วกว่า 170 ชุมชน ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการสนับสนุนให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชุมชนทั่วประเทศ   ซึ่งโครงการบ้านมั่นคงเป็นการสร้างความมั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับคนจนในชุมชนเมือง และจะเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคงในชิวิตและนำไปสู่การยกระดับเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตขิงประชาชน เพื่อสนองตอบต่อแนวทางการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมและอื่นๆ อย่างมีคุณภาพด้วย 

     “สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีกลุ่มออมทรัพย์ ซึ่งเป็นรากฐานของโครงการบ้านมั่นคง รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง ปี 2552-2553 จำนวน 3,000 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนสินเชื่อผ่านทาง พอช. ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ ขณะที่ ปี 2554- 2555 ต้องจัดสรรเพิ่มเติมให้ครบ 6,000 ล้านบาท  เพราะเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องอยู่แล้ว และต้องเป็นไปตามสภาพปัญหาที่แท้จริง ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมสนุบสนุน พอช. และชาวชุมชนให้ดำเนินการ” รมว.คลัง ระบุ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter