วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ สถาบันพัฒนาองค์กรุชมชน(องค์การมหาชน) จัดประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ครั้งที่ ๒ โดยมีเครือข่ายองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงาน ผู้แทนในระดับจังหวัด ๗๖ จังหวัด ร่วมประชุมประมาณ ๒๒๗ คน ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน บางกะปิ กรุงเทพฯ
นายแฉล้ม ทรัพย์มูล ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าวรายงานผลการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนตำบล ครั้งที่ ๒ ว่า เป็นการประชุมต่อเนื่องจากการประชุมในครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๕ ม.ค. ๒๕๕๒ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการประชุม และครั้งนั้นขบวนองค์กรชุมชนเองก็ได้ยื่นข้อเสนอการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นในเรื่องต่างๆ อาทิ การปฎิรูปที่ดินโดยชุมชน การแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัย สวัสดิการชุมชน การคุ้มครองแหล่งผลิตอาหาร เป็นต้น รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการฯ เพื่อติดตามความคืบหน้า ซึ่งรัฐบาลได้นำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาเป็นแนวนโยบายสำคัญของรัฐบาล
ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าวว่า ภายหลังจาก
พ.ร.บ. ได้มีผลบังคับใช้จนถึงปัจจุบันรวมเป็นระยะเวลา ๑ ปี ๘ เดือน สามารถจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลได้จำนวน ๑,๕๖๘ ตำบล/เทศบาล ซึ่งมีอยู่รวม ๗,๙๗๖ ตำบล/เทศบาลทั่วประเทศ และคาดว่าขบวนองค์กรชุมชนจะร่วมมือกันในการส่งเสริมจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในปี ๒๕๕๕ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพของสภาองค์กรชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ที่กฎหมายกำหนด
นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง สามารถร่วมกันจัดการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน พัฒนาประเทศ พัฒนาประชาธิปไตยจากฐานรากและตามหลักธรรมาภิบาล เป็นกฎหมายรับรองให้เป็นเวทีปรึกษาหารือของชุมชน มีสถานะที่ชัดเจนเป็นที่ยอมรับร่วมกันของทุกฝ่าย โดย รมว. พม. เป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ และ สถาบันฯ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งเสริมการจัดตั้งและพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชนตำบล
นับตั้งแต่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีผลประกาศใช้ พอช. ได้สนับสนุนให้เครือข่ายองค์กรชุมชนที่มีฐานการทำงานพัฒนาโดยชุมชนในด้านต่างๆ และสนับสนุนให้สภาองค์กรชุมชนตำบลที่จัดตั้งแล้ว สามารถดำเนินการตามบทบาทภารกิจตามที่ พ.ร.บ.บัญญัติไว้ เช่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการดำเนินงานด้านต่างๆ เช่น การอนุรักษ์ การฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน การประสานความร่วมมือระหว่างสภาองค์กรชุมชนระดับตำบลด้วยกัน เพื่อประสานความร่วมมือ เสนอแนะปัญหาและแนวทางแก้ไข ตลอดจนให้ข้อคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมของหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชน สนับสนุนการศึกษา วิจัยเพื่อพัฒนางานสภาองค์กรชุมชน
ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวต่อไปว่า พอช. ยังได้สนับสนุนการดำเนินงานของที่ประชุมในระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยสนับสนุนจัดให้มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างสภาองค์กรชุมชนตำบล และงานพัฒนาด้านต่างๆ ของขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัด รวมทั้งการประสานจัดทำแผนพัฒนาระดับจังหวัด เพื่อให้แผนพัฒนาภาคชุมชนเข้าไปบรรจุในแผนพัฒนาของจังหวัด นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนการจัดประชุมเพื่อคัดเลือกผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลไปเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองจังหวัดละ ๑ คน รวมถึงสนับสนุนการจัดการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อให้สภาองค์กรชุมชน เป็นเวทีเชื่อมโยงงานพัฒนาทุกด้านในชุมชนท้องถิ่น ตั้งแต่ระดับตำบล จังหวัด และระดับชาติ
นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า การพัฒนาองค์กรชุมชนเป็นมิติใหม่ของขบวนการพัฒนาที่เกิดความเข้มแข็งทั้งในเชิงประมาณและเนื้อหา เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันทั้ง ๗๖ จังหวัด จนเกิดความตื่นตัวที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนามากขึ้น โดยรัฐได้ให้ความสำคัญต่อพลังการพัฒนาอันเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการสร้างชุมชน สร้างระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ครอบคลุมทุกเรื่องอย่างบูรณาการ ทั้งเรื่องการจัดการทรัพยากร สวัสดิการชุมชน ที่ดินทำกิน ชุมชนท้องถิ่นมีงานทำ มีรายได้ ตามระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง เป็นการกระจายอำนาจการพัฒนาสู่ท้องถิ่น กระทรวงฯ จึงมีความยินดีที่จะส่งเสริม สนับสนุน การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนให้ครบทุกตำบล
ในที่ประชุมมีการเสนอกรณีตัวอย่างรูปธรรมของสภาองค์กรชุมชนตำบล ได้แก่กรณีตัวอย่างของจังหวัดขอนแก่น สภาองค์กรชุมชน ต.วังยาง จ.นครพนม สภาองค์กรชุมชน ต.บัวใหญ่ จ.น่าน สภาองค์กรชุมชน ต.บ้านเลือก จ.ราชบุรี และ สภาองค์กรชุมชน ต.น้ำพุ จ.สุราษฎร์ธานี
ในด้านผลการประชุมสำคัญ ซึ่งมติที่ประชุมได้รับรอง คือแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2553 – 2555) ซึ่งประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ 8 แนวทาง รวมทั้งเห็นชอบแผนปฏิบัติการ ปี 2553 ซึ่งมีภารกิจสำคัญใน 8 ด้าน โดยมีข้อคิดเห็นให้เพิ่มแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของสภาองค์กรชุมชนตำบลในการพัฒนานโยบายสาธารณะ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชนตำบลในการจัดการตนเอง ประกอบด้วย แนวทางที่ 1 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่ใหม่ แนวทางที่ 2 พัฒนาคุณภาพสภาองค์กรชุมชนตำบลที่จัดตั้งแล้ว แนวทางที่ 3 ขับเคลื่อนและเชื่อมโยงการทำงานในระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล
ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างการเรียนรู้ การจัดการความรู้ การสื่อสารสาธารณะ ของคนในชุมชนท้องถิ่น ประกอบด้วย แนวทางที่ 1 ศึกษาวิจัย พัฒนาระบบข้อมูล จัดการความรู้ และติดตามประเมินผล แนวทางที่ 2 เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ สื่อสารงานขบวนสภาองค์กรชุมชนกับสังคม
ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาสภาองค์กรชุมชนตำบลให้มีประสิทธิภาพและประสานเชื่อมโยงกับภาคีการพัฒนา ประกอบด้วยแนวทางที่ 1 ขับเคลื่อนและเชื่อมโยงการทำงานในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล แนวทางที่ 2 ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แนวทางที่ 3 การบริหารจัดการขบวนสภาองค์กรชุมชนตำบล
ในส่วนของการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนในปี 2553 คณะกรรมการดำเนินการได้นำผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และการดำเนินงานตามแผนงานปี 2552 ซึ่งประกอบด้วย แผนงานสนับสนุนการดำเนินงานของที่ประชุมในระดับจังหวัด การพัฒนาศักยภาพแกนนำ การสนับสนุนการดำเนินงานของที่ประชุมระดับชาติ การสนับสนุนกลไกการดำเนินงาน การประชาสัมพันธ์และผลิตสื่อ การประสานความร่วมมือหน่วยงาน การจัดทำรายงานผล จัดระบบข้อมูล ทะเบียนกลาง และการศึกษาวิจัยและจัดการความรู้ ไปพิจารณาจัดทำร่างแผนปฏิบัติการประจำปี 2553 ที่มีพื้นที่เป้าหมายในการส่งเสริมการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนใหม่ 1,070 ตำบล ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพสภาองค์กรชุมชนที่จัดตั้งแล้ว 1,787 ตำบล โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพสภาองค์กรชุมชนตำบลที่จัดตั้งแล้วในการจัดการตนเอง การพัฒนาสมาชิกสภาฯ และการพัฒนาระบบสนับสนุนการดำเนินงาน มาตรการการส่งเสริม สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาสภาองค์กรชุมชนตำบล ซึ่งประกอบด้วยแผนงานหลัก 8 ด้าน คือ
1. การส่งเสริมการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน เช่น การจัดเก็บรวบรวมข้อมูล การรับรองข้อมูล การจดแจ้ง เวทีประชุมจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล การจัดระบบข้อมูลสภาองค์กรชุมชนตำบล ฯลฯ ให้สามารถทำงานพื้นฐานของสภาองค์กรชุมชนตำบล ได้จำนวน 1,070 ตำบล
2. การพัฒนาความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชน พัฒนาคุณภาพของสภาองค์กรชุมชนตำบลที่จัดตั้งแล้ว ให้สามารถทำงานพื้นฐานของสภาองค์กรชุมชนตำบล และพัฒนาองค์กรชุมชน (กลุ่ม/เครือข่าย) ที่จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลในพื้นที่ จัดที่พัฒนาสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลทุกระดับ เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชน และพัฒนาแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยจัดเวทีแลกเปลี่ยนศึกษาดูงาน สร้างวิทยากรกระบวนการระดับตำบลและแกนนำรุ่นใหม่
3. การสนับสนุนการดำเนินงานของที่ประชุมในระดับจังหวัดและในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล การประชุมในระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อวางแผนการส่งเสริมและสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนตำบล,รวบรวมแผนงานของแต่ละจังหวัดและสรุปประเด็นปัญหาของภาคประชาชน รายงานต่อหน่วยงานและคณะรัฐมนตรี ซึ่งรวมถึงการจัดระบบงานพื้นฐานของที่ประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล ให้เป็นศูนย์รวมของงานพัฒนาภาคประชาชนที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับและมีระบบงานที่ชัดเจน ข้อมูลเป็นปัจจุบัน
4. การสนับสนุนการดำเนินงานของที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล
5.การพัฒนาระบบข้อมูล จัดทำทะเบียนกลาง ศึกษาวิจัยและการจัดการความรู้
6.การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน จัดให้มีการประชุม สัมมนา สร้างความเข้าใจแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนโดยสภาองค์กรชุมชนตำบล สำหรับเจ้าหน้าที่/หน่วยงาน ภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
7.การติดตามประเมินผล และการจัดทำรายงานทุกระดับ เสนอคณะรัฐมนตรี และเผยแพร่สู่สาธารณะ
8. การสื่อสารสร้างความเข้าใจ สนับสนุนการผลิตสื่อในการสร้างความเข้าใจ และการเรียนรู้ ที่เหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนในวงกว้าง ผ่านช่องทางการสื่อสารสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
ในด้านความเห็นต่อข้อเสนอเชิงนโยบาย และแผนพัฒนาด้านต่างๆ ของเครือข่ายชุมชน ซึ่งได้ประมวลจากเวทีประชุมสภาองค์กรชุมชนในทุกระดับ และเวทีสมัชชาองค์กรชุมชนเมื่อวันที่ 19-20 ตุลาคม ในด้านนโยบายและการลงทุนของรัฐบาล ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและเกษตรกรรมยั่งยืน และปัญหาด้านสังคม ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเห็นว่า ข้อเสนอต่างๆควรมาจากการเสนอของพื้นที่ เช่นสภาองค์กรชุมชนตำบล มีการกำหนดประเด็นและข้อเสนอที่ชัดเจน ควรจัดทำเป็นเอกสารวิชาการที่ได้ประสานความร่วมมือหรือจัดทำร่วมกับสถาบันการศึกษา รวมทั้งการรับรองผลจากพื้นที่ก่อนที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมในระดับชาติ
นอกจากนี้ที่ประชุมได้ระดมปัญหาและข้อเสนอแนะในปัญหาด้านสังคมเช่น เรื่องคนไทย
พลัดถิ่น แรงงานต่างด้าว ระบบการศึกษา ปัญหาด้านความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกรณีลุ่มน้ำทะเลสาปสงขลา ประมงพื้นบ้าน การพัฒนาพื้นที่การเกษตรและการแก้ไขปัญหาผลผลิต การแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย รวมทั้งเสนอให้ พอช. เร่งดำเนินการออกใบรับรองการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน และจัดทำบัตรประจำตัวสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล




