playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

      คณะกรรมการเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป  ซึ่งมีนายไพบูลย์ วัฒนาศิริธรรม เป็นประธานฯ  มีองค์ประกอบของคณะกรรมการที่มาจากผู้แทนชุมชนและผู้แทนหน่วยงานที่ทำงานกับชุมชน    โดยคณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนับสนุนขบวนชุมชนให้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศไทย

     คณะกรรมการฯ จึงมีความเชื่อมั่นในพลังองค์กรชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง  ซึ่งเป็นความเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูปประเทศโดยพลังของชุมชนคนฐานราก  เพราะในช่วงหลายสิบที่ผ่านมาขบวนองค์กรชุมชนในพื้นที่ต่างๆทั้งเมืองและชนบท   ได้สร้างการพัฒนาแนวใหม่ที่ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการตนเองแทนการร้องขอหรือพึ่งพาหน่วยงานภายนอกให้เห็นเชิงประจักษ์

 

 

   ดังที่ นายแฉล้ม  ทรัพย์มูล   ประธานในที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชน  ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการการสัมมนา   ที่มีเป้าหมายในการจัดทำแผนปฏิบัติการปฏิรูปประเทศไทยโดยการเชื่อมโยงกับพื้นที่จัดการตนเองของขบวนชุมชนในทุกระดับ    โดยนายแฉล้ม  ระบุว่าการทำงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนที่มีประสบการณ์อันยาวนาน    ได้สร้างพื้นที่จัดการตนเองในด้านต่างๆ   เช่นองค์กรชุมชนด้านทรัพยากรได้จัดการดูแลป่าชุมชนกว่า  3,000 แห่งทั่วประเทศ  จัดการพื้นที่ลุ่มน้ำกว่า 20 ลุ่มน้ำ กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านจัดการทะเลชายฝั่งความยาวหลายร้อยกิโลแมตรตลอดแนวชายฝั่ง     องค์การการเงินประเภทต่างๆในชุมชน  ได้แก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต  ธนาคารหมู่บ้าน กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ ได้ทำหน้าที่เป็นสถาบันการเงินของชุมชน  ทำหน้าส่งเสริมการออม  เป็นแหล่งเงินเพื่อการลงทุน  การแก้หนี้นอกระบบ  และนำกำไรมาจัดสวัสดิการชุมชนมีเงินทุนรวมกันกว่า  52,000 ล้านบาท  สมาชิกกว่า  6  ล้านคน

     หรือขบวนเกษตรกรรมทางเลือกที่ทำงานพลิกฟื้นพื้นที่การเกษตรด้วยวิถีการเกษตรแบบยั่งยืน  ไม่ใช้สารเคมีมีพิษ   ใช้พืชพื้นบ้านและเทคโนโลยี่ที่เหมาะสมเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน      ขบวนปฏิรูปที่ดินของชุมชน ได้ทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ทั้งประเทศกว่า  500 แห่ง     เครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย   ได้ทำงานเพื่อสร้างมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัยในเมืองกับชาวชุมชนแออัดกว่า 1500 ชุมชน ในพื้นที่ 260 เมือง ทำให้คนจนในเมืองกว่า  90,000 ครัวเรือนมีความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย 

     เรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของพื้นที่จัดการตนเอง   ที่ดำเนินการโดยขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่น    ซึ่งในหลายพื้นที่ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานพัฒนาทั้งภาครัฐและเอกชน   องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   สถาบันการศึกษาฯลฯ

     สอดคล้องกับ นายไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม   ประธานคณะกรรมการเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป    ที่ได้กล่าว ปาฐกถา  “  จินตภาพใหม่  ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ”   ระบุว่าชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง  ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในประเทศไทยมีการปฏิบัติมากว่า 40  ปี   ทั้งที่ดำเนินการโดยภาครัฐ  เช่นกรมพัฒนาชุมชน    ภาคประชาชนมีองค์กรพัฒนาภาคเอกชน  และองค์กรชุมชน   พัฒนาการในช่วง 40  ปีที่เป็นความพยายามของขบวนชุมชน  องค์กรพัฒนาภาคเอกชน  และหน่วยงานสนับสนุน  ทำให้การทำงานของขบวนองค์กรชุมชนได้ก้าวมาสู่ การวางแผนพัฒนาได้ด้วยตนเอง  มีการจัดการตนเองในด้านต่างๆได้ดีขึ้น  เช่นการทำแผนแม่บทชุมชนในพื้นที่กว่า 1,500 ตำบล   ถ้ามีชุมชนมีการจัดการตนเองได้มากขึ้น  ชุมชนอื่นก็จะทำตามและสามารถปฏิรูปประเทศไทยได้ เร็วขึ้น 

     นายไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม  ระบุว่าชุมชนจัดการตนเองคือการลงมือทำ  ที่ทำแล้วก็ต้องขยายต่อให้คนในชุมชน  ในกลุ่มองค์กรได้รับรู้   ความสำคัญคือต้องจัดการตนเองให้มีคุณภาพรอบด้าน  ทำให้ดีในทุกเรื่อง   ทั้งเรื่องการวางแผนเรื่องงาน เรื่องเงิน  เรื่องคน  การบริหารจัดการให้บังเกิดผล ทำกิจการให้มีความก้าวหน้า  โดยมีข้อเสนอเพื่อการจัดการตนเองของชุมชน  ที่เป็นบทบาทของชุมชน  4  ด้านคือหนึ่งการวางแผนงานที่มีการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมอย่างเป็นระบบและทำได้จริง   รู้แหล่งข้อมูลที่จะนำมาเป็นตัวชี้วัด     สองการรู้รักสามัคคีร่วมพลังสร้างสรรค์การทำงานในทุกเรื่อง  โดยการประสานการทำงานกับหน่วยงาน เช่นสถาบันศาสนา  สถาบันการศึกษา  และภาคส่วนอื่นๆ   สามการทำงานวิจัยงานพัฒนาที่มีทั้งนักวิจัยชุมชนและนักวิจัยวิชาการ   สี่การสร้างเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ และกระจายการทำงานจัดการตนเองให้กว้างขวางมากขึ้น

     ในด้านข้อเสนอต่อผู้ใช้อำนาจอธิปไตยแทนปวงชนชาวไทย   ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติที่มีหน้าที่ในการออกกฎหมาย   ฝ่ายบริหารที่ทำหน้าที่ด้านนโยบาย  และฝ่ายตุลาการ ว่าทั้งสามฝ่ายควรทำหน้าที่สองประการคือ    หนึ่งการคืนภารกิจการจัดการตนเองให้กับท้องถิ่นและชุมชนอย่างจริงจัง  เช่นการออกกฎหมายให้จังหวัดจัดการตนเอง เป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่  ถ้าทำอย่างนี้นายกอบจ. ก็จะทำหน้าที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด  ในระยะแรกอาจจะการทำเป็นจังหวัดนำร่อง ซึ่งนายไพบูลย์ระบุว่าเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง  น่าจะเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูปและคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป   สองผู้ใช้อำนาจอธิปไตยแทนปวงชนชาวไทยขอให้มีความดีและมีความสามารถ   ขอให้มีความดีคือเลิกทะเลาะกัน เพราะยิ่งทะเลาะมากก็ยิ่งเสียหายมาก  ซึ่งเป็นความดีที่สามารถทำได้ง่ายๆ  คือเลิกทะเลาะและเลิกโกง   เพราะสองอย่างนี้เป็นเรื่องหน่วงเหนี่ยวและฉุดรั้งประเทศไทย     ส่วนในด้านความสามารถ  คือให้มีความสามารถในการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ที่ดี   สามารถบริหารยุทธศาสตร์  บริหารงานและบริหารคน

      ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง  จึงเป็นทิศทางสำคัญของการปฏิรูปประเทศไทยในวันนี้   โดยการมีส่วนร่วมของขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่นทั้งประเทศ   ที่มีเป้าหมายเพื่อชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้ และเป็นรากฐานการพัฒนาของสังคมไทยที่ยั่งยืน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter