playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     เชียงราย/เครือข่ายองค์กรชุมชนทั้งเขตเมืองและชนบทภาคเหนือประกาศเจตนารมณ์ชุมชนพร้อมจัดการที่ดินที่อยู่อาศัยด้วยตนเอง ด้านพ่อเมืองพร้อมหน่วยงานจ.เชียงรายลงนามหนุนชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลักแก้ปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัย

     ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๖ ต.ค.๒๕๕๓ เครือข่ายองค์กรชุมชนทั้งเขตเมืองและชนบท ๑๕ จังหวัดภาคเหนือ และหน่วยงานภาคีร่วมกันจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือประจำปี ๒๕๕๓ ณ จังหวัดเชียงราย โดยมีตัวแทนองค์กรชุมชนเข้าร่วมกว่า ๙๐๐ คน ทั้งนี้เนื้อหาของการจัดงานที่อยู่อาศัยในปีนี้ประกอบด้วยการลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้จำนวน ๔ ห้องเรียนรู้ ได้แก่ โฉนดชุมชนและการจัดการร่วม ข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติ/กฎหมายที่เกี่ยวข้องและการพิสูจน์สิทธิ์ การจัดการกองทุนชุมชนและธนาคารที่ดิน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่การจัดการตนเอง รวมไปถึงการจัดนิทรรศการ การเดินขบวนรณรงค์บริเวณตัวเมืองเชียงราย และพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ “แนวทางปฏิรูปที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของจังหวัดเชียงราย”

     นายธัญญา เด่นตระกูล ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ เผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินมาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดรูปธรรมความสำเร็จมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ชุมชนเมืองมีการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และหน่วยงานภาคีไปแล้ว ๙๙ โครงการ ในพื้นที่ ๒๙๖ ชุมชน ๑๐,๘๙๙ ครัวเรือน ขณะเดียวกันขบวนองค์กรชุมชนแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยชนบท ได้มีการการผลักดันนโยบายการจัดการที่ดินร่วมในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” เกิดเป็นพื้นที่นำร่อง กว่า ๑๓๐ ตำบลในพื้นที่ ๗๒ อำเภอ รวมถึงมีโครงการบ้านมั่นคงชนบท ๑๐ โครงการ พร้อมเดินหน้าต่อยอดงานที่ทำไปแล้ว เช่น การทำข้อมูลแผนที่ GIS การกำหนดกติกาชุมชนในการดูแลที่ดินและทรัพยากรร่วม และการจัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดินเพื่อป้องกันที่ดินไม่ให้หลุดมือ เป็นต้น

     ทั้งนี้นายธัญญา เด่นตระกูล และนางฑิฆัมพร กองสอน ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ อ่านแถลงการณ์ร่วมในหัวข้อการปฏิรูปที่ดินทำกินโดยชุมชนและท้องถิ่นภาคเหนือ ซึ่งมีข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ดังนี้ หนึ่ง ให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง รวมถึงมีกฎระเบียบรองรับบทบัญญัติที่ออกโดยท้องถิ่นในการจัดการที่ดินที่อยู่อาศัย สองให้ยกเลิกระเบียบกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมในการปฏิรูปที่ดิน เช่น ระเบียบ กบร.หรือ มติ ค.ร.ม.๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เป็นต้น พร้อมทั้งออกกฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งจัดตั้งเป็นกองทุนการบริหารจัดการที่ดินภาคประชาชนเพื่อให้เกษตรกรยากจนและผู้ด้อยโอกาสมีที่ดินเป็นของตนเอง 

     สาม เร่งรัดหาวิธีการ/มาตรการทางกฎหมาย ให้หน่วยงานรัฐซึ่งรับผิดชอบดูแลที่ดิน นำที่ดินที่ชุมชนอยู่อาศัยและทำกินอยู่แล้วมาจัดการร่วมแบบโฉนดชุมชน สี่ ให้มีกลไกการบริหารงานโดยจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีองค์ประกอบคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้แทนชุมชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยสามารถดำเนินการให้ได้ข้อยุติระดับจังหวัดมากขึ้น และห้า เร่งรัดให้สำนักงานกฤษฎีกาพิจารณาร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารสำหรับโครงการที่รัฐจัดให้มีหรือพัฒนาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุดและเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาของชุมชน

     สำหรับการจัดงานที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือในปีนี้ ยังประกอบด้วยพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ “แนวทางปฏิรูปที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของจังหวัดเชียงราย” ระหว่างหน่วยงาน ๑๑ แห่งกับองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย โดยมีนายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน ซึ่งเนื้อหาของบันทึกความร่วมมือดังกล่าว ระบุถึงบทบาทของแต่ละหน่วยงานในการสนับสนุนข้อเสนอของขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือข้างต้น

     นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า งานวันนี้คือการผลจากการสร้างบ้านเมืองด้วยมือของคนในชุมชน โดยชุมชนจะต้องมีส่วนร่วมในการสร้างบ้าน สร้างเมือง สร้างกติกาในการอยู่ร่วมกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ขณะที่หน่วยงานต้องเข้ามาหนุนเสริมตามความถนัด และทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องจนเกิดรูปธรรมขึ้นมาให้ได้

     ด้านนางสาวพรรณทิพย์ เพชรมาก ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวถึง บทบาทของสถาบันยังดำเนินการหนุนเสริมให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยตามปกติ แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือการเชื่อมโยงกับท้องถิ่น เช่น การจัดประชุมกับท้องถิ่นในระดับภาค รวมถึงการออกแบบการทำงานของสถาบันที่สามารถหนุนเสริมการจัดการที่ดินที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชนบท หรือการจัดการตนเองทั้งตำบล เชื่อมโยงงานทุกอย่างในชุมชน อาทิ สภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน กองทุน การจัดการทรัพยากรของชุมชน เป็นต้น

“เรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดิน เป็นเครื่องมือให้คนจนร้อยทุกประเด็นงาน และใช้ฐานการจัดการพื้นที่ที่ดินระดับตำบลขับเคลื่อนเคลื่อนเชิงนโยบาย เช่น โฉนดชุมชนในพื้นที่ป่า การเก็บภาษีที่ดินที่นำมาสนับสนุนกองทุนที่ดินที่อยู่อาศัยของชุมชน หรือการผลักดันเชิงนโยบายที่เอื้อให้ท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุนชุมชนในการจัดการที่ดินที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง” ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวสรุป

 

 



แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter