playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     กรุงเทพฯ/ เมื่อวันที่ ๒๖-๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจัดงาน “๑๐ ปี พลังองค์กรชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐ ปี ของการดำเนินของสถาบันฯโดยมีผู้เข้าร่วมงาน ประมาณ ๙๐๐ คน จากผู้นำชุมชนในแต่ละภาค ตัวแทนงานพัฒนาเชิงประเด็นต่างๆ และหน่วยงานภาคี รวมทั้งเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ที่มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง




    โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานซึ่งภายในงานเริ่มจากการประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ และอิสลาม ต่อด้วยการปาฐกถาพิเศษ “10 ปี พลังองค์กรชุมชน ปฏิรูปสังคมจากฐานราก”โดยอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม การเสวนา “10 ปี  พอช. เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นสู่การปฏิรูปประเทศไทย” โดยผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อจากนั้นเปิดเวทีกลุ่มย่อย“วางแผนปฏิบัติการ การปฏิรูป พอช.”  รวมทั้งเปิดเวทีแลกเปลี่ยน “คุณค่า ความหมาย กับสิ่งที่เป็นอยู่: สร้างพลังสู่อนาคต” โดยศิษย์เก่า กับศิษย์ปัจจุบัน ผู้นำขบวนองค์กรชุมชน นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษ “การสร้างองค์กรแห่งอนาคต” โดยคุณบุญฤทธิ์ มหามนตรี และการจัดแสดงนิทรรศการ ที่เป็นพัฒนาการขององค์กร ผลการดำเนินงาน รวมทั้งเวทีวัฒนธรรม การแสดง  ตลาดนัดสินค้าชุมชน ฯลฯ

     อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ “10 ปี พลังองค์กรชุมชน ปฏิรูปสังคมจากฐานราก” โดยเสนอประเด็นสำคัญได้แก่ การเสนอให้ชุมชนร่วมกับหน่วยงาน/ภาควิชาการในการพัฒนาแผนงานป้องกันและการภัยพิบัติ การพัฒนาเป้าหมายตัวชี้วัด ผลการพัฒนาโดยชุมชน   สาระสำคัญจากความคาดหวังจากการสัมมนาของผู้ที่เกี่ยวข้องก่อนเปิด พอช.เมื่อปี ๒๕๔๓ ที่เป็นความคาดหวังระยะกลางในช่วงเวลา ๕ ปี จำนวน ๑๒ เรื่อง ได้แก่การเกิดองค์กรชุมชนเข้มแข็งที่สามารถวัดผลได้ชัดเจน การเกิดเครือข่ายความร่วมมือที่เครือข่ายองค์กรชุมชนเป็นแกนกลางในระดับจังหวัด ภาค   ธุรกิจชุมชนมีความเติบโต เกิดการทำแผนแม่บทชุมชน  เกิดการจัดสวัสดิการชุมชนที่ชุมชนบริหารจัดการเอง  เกิดสถาบันการเงินชุมชนระดับจังหวัด  สมาชิกองค์กรชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รัฐปรับลดบทบาทเพิ่มอำนาจให้ขบวนองคืกรชุมชนและประชาสังคม พอช.เป็นแบบอย่างขององค์การมหาชนที่บริหารองค์กรอย่างมีส่วนร่วม  เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นแหล่งความรู้เรื่ององคืกรชุมชน  ฯลฯ    อาจารย์ไพบูลย์ ระบุว่าบางเรื่องเป็นไปตามที่คาดหวัง  และบรรลุไปแล้ว และมีบางส่วนที่ต้องทำต่อเนื่อง/ทำให้เห็นผลมากขึ้น และ เรื่องที่ยังไม่ได้ดำเนินการ  ทั้งนี้ควรมีรายผลในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ให้ชัดเจน  และร่วมกันสร้างความคาดหวังในช่วง ๑๐ ปี ข้างหน้า รวมทั้งการเชื่อมโยงกับขบวนการปฏิรูปประเทศไทยที่ต้องร่วมกันหลายภาคส่วนมากขึ้น

     การเสวนา“10 ปี พอช. เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นสู่การ  ปฏิรูปประเทศไทย” มีผู้ร่วมอภิปรายประกอบด้วยอ.รตยา  จันทรเทียร  นพ.อำพล  จินดาวัฒนะ  นายไพโรจน์ พลเพชร นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา และนายสังคม เจริญทรัพย์ ดำเนินการอภิปรายโดยนายพลากร วงศ์กองแก้ว ซึ่งสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ พอช.และขบวนองค์กรชุมชน จะร่วมกันปฏิรูปการทำงานเพื่อสร้างฐานการปฏิรูปประเทศไทย ได้แก่ การผลึกพลังร่วมเพื่อนำไปสู่การจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการปฏิรูปจากฐานราก การใช้พื้นที่ตำบล  เมือง  ภูมินิเวศ เป็นตัวตั้งในการทำงานพัฒนาโดยชุมชนท้องถิ่น การใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงาน  เชื่อมโยงชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น ประเด็นสำคัญของขบวนองค์กรชุมชนในการปฏิรูป ได้แก่ การจัดการที่ดิน/ที่อยู่อาศัย การจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การจัดการทุนชุมชน  การจัดให้มีข้อมูล แผนพัฒนาของชุมชน สามารถวัดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ การพัฒนาคนรุ่นใหม่  ฯลฯ  การเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานที่หลากหลายขึ้น  การทำให้ขบวนองค์กรชุมชนมีความเป็นอิสระสามารถจัดความสัมพันธ์กับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง  การปฏิรูประบบการทำงานทำงาน พอช.ให้สามารถสนับสนุนได้อย่าง ทันต่อการการเปลี่ยนแปลงของขบวนองค์กรชุมชน   สร้างการมีส่วนร่วมและกระจายการทำงานต่างๆ ไปสู่ชุมชนให้มากที่สุด

     เวทีแลกเปลี่ยน “คุณค่า ความหมาย กับสิ่งที่เป็นอยู่: สร้างพลังสู่อนาคต” ผู้ร่วมเสวนาที่ประกอบด้วยศิษย์เก่า กับศิษย์ปัจจุบัน และผู้นำขบวนองค์กรชุมชน ได้สะท้อนถึงจุดแข็ง ความภาคภูมิใจการทำงานของ พอช.ที่มีเจ้าหน้าที่ไม่มาก แต่สามารถทำงานได้กว้างขวาง ครอบคลุมทุกเรื่องที่เป็นการสนับสนุนองค์กรชุมชน      การเปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้มาร่วมคิดร่วมทำอย่างกว้างขวาง สร้างกระบวนการเรียนรู้ทำให้งานขยายไปด้วยขบวนองค์กรชุมชน  สามารถแก้ไขปัญหาชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม   การอยู่รวมกันอย่างเป็นพี่น้อง  เปิดพื้นที่ให้แต่ละคนสามารถคิดค้นงานพัฒนางานได้อย่างเต็มที่  อดีตเจ้าหน้าที่สามารถนำอุดมการณ์/ประสบการณ์ไปทำงานในท้องถิ่นตนเอง/ทำงานกับองค์กรอื่น   ส่วนที่ต้องปรับปรุง/พัฒนาขององค์กรคือ ทำอย่างไรจึงจะรักษาคนทำงานที่มีคุณภาพขององค์กรไว้ได้ การอยู่ร่วมกันอย่างพี่น้องในขณะที่องค์กรเติบโตขึ้น  การสร้างอุดมการณ์/คุณค่าร่วมของคนทำงาน/การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (เมื่อเทียบกับองค์กรในยุคแรกๆ)  การประสานความร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง 

     การบรรยายพิเศษ  “การสร้างองค์กรแห่งอนาคต” โดยคุณบุญฤทธิ์ มหามนตรี  บริษัทไลออน  ซึ่งได้ให้ภาพสถานการณ์โลกที่จะเปลี่ยนแปลงไป  ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโลกาภิวัตน์  การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติสิ่งแวดล้อม  ความแตกต่างของโลกตะวันตก  โลกตะวันออก  โลกสากล การมีมุมมองทัศนคติเชื่อมั่นว่าสามารถว่าสามารถเปลี่ยแปลงได้   การพัฒนาคนขององค์กรให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง โดยใช้แนวคิดต้นแบบจากเศรษศาสตร์เชิงพุทธ มูลนิธิพุทธฉือจี้ ความสุข ๘ประการของ สสส.  การให้กลุ่มพนักงานร่วมค้นหาคำตอบของชีวิต มีคำมั่นสัญญากับตัวเอง   การใช้กรอบจริยธรรมเพื่อการตัดสินใจ  การชี้วัดความสำเร็จ “ดีกว่า เร็วกว่า ถูกกว่า”

     เวทีกลุ่มย่อย“วางแผนปฏิบัติการ การปฏิรูป พอช.”เป็นงานที่มีการดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่การสัมมนาคณะกรรมการสถาบัน การแต่งตั้งคณะทำงานปฏิรูป พอช. การสัมมนาแผนปฏิบัติการประจำปี  และการเตรียมหารือกลุ่มย่อยมาก่อนวันงาน  ซึ่งแยกได้เป็น ๓ กลุ่มใหญ่ ๘ กลุ่มย่อย  คือ การปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชน   การปฏิรูปงานพื้นที่และการบริหารสำนักงานภาค  การปฏิรูประบบภายในสำนักงาน ซึ่งประกอบด้วย ระบบแผนงบประมาณ และการติดตามประเมินผล  การบริหารกองทุน พอช.  ระบบข้อมูล  การสื่อสารประชาสัมพันธ์  ระบบการเงิน   การพัฒนาบุคลากร พอช.และขบวนชุมชน  โดยมีประเด็นการหารือได้แก่  สถานการณ์ปัจจุบัน   จินตภาพในช่วง ๕-๑๐ ปี  กระบวนที่จะทำและแผนปฏิบัติการในปี ๒๕๕๔  สรุปสาระคัญจินตภาพของแต่ละเรื่องดังนี้  (ทั้งนี้ในส่วนแผนปฏิบัติการที่จะดำเนินการจะนำมาจัดร่วมกันอีกครั้งหนึ่งว่าเรื่องไหนจะให้บรรลุในปีไหน  โดยเฉพาะเป้าหมายที่จะบรรลุในปี ๒๕๕๔)

     ๑.ขบวนองค์กรชุมชน  จินตภาพ ได้แก่ การขยายและพัฒนาแกนนำชุมชนให้หลากหลายและครอบคลุมในทุกระดับ  การผนึกพลังการทำงานร่วมกับท้องถิ่นอย่างจริงจัง  ขบวนองค์กรชุมชนมีระบบบริหารจัดการที่ดีในทุกระดับ  ขบวนองค์กรชุมชนมีความเป็นอิสระสามารถจัดความสัมพันธ์ใหม่ได้กับทุกหน่วยงาน  สามารถใช้งานพัฒนารูปธรรมของชุมชนในด้านต่างๆนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง รัฐคืนอำนาจการจัดการตนเองสู่ชุมชนท้องถิ่น ฯลฯ

     ๒.งานพื้นที่และการบริหารสำนักงานภาค  จินตภาพ ๕ ปี “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองในระดับตำบล/เมือง จังหวัด “  โดยในพื้นที่ตำบล/เมืองร้อยละ ๓๐ มีความสามารถในการจัดการตนเองได้จริงโดยมีแผนงาน และตัวชี้วัดที่ครอบคลุมทุกด้านตามความเห็นพ้องต้องกันของคนในพื้นที่ ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาระดับจังหวัดมาจากแผนพัฒนาภาคประชาชน การบริหารสำนักงานภาคเป็นการบริหารร่วมระหว่างสำนักงานและขบวนองค์กรชุมชนในภาค  มีการพัฒนาระบบการทำงานครอบคลุม ๕ เรื่อเพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการที่ดี ได้แก่ ระบบยุทธศาสตร์แผนงาน ตัวชี้วัด   ระบบการติดตามประเมินผล    ระบบข้อมูล  การจัดการความรู้สู่นโยบายสาธารณะ  ระบบการบริหารโครงการ งบประมาณ และการจัดการด้านการเงิน   การพัฒนาบุคลากร ภายในและภายนอก 

     ๓.ระบบแผนงาน งบประมาณ  และการติดตามประเมินผล  จินตภาพ ๕ ปี  ชุมชนสามารถรับสนับสนุนงบประมาณโดยตรงจากรัฐ แผนพัฒนาภาคชุมชนได้รับการจัดสรรงบโดยตรงจากงบท้องถิ่นและงบตามยุทศาสตร์จังหวัด    ตำบล/เมืองมีการจัดทำแผนพัฒนา ๓-๕ ปี โดยมีเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่สามารถวัดการเปลี่ยนแปลงและรายงานสาธารณะได้อย่างน้อยปีละครั้ง  พอช.สามารถรายงานความก้าวหน้างานพัฒนาโดยชุมชนที่สามารถเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกด้านได้

     ๔.  ระบบข้อมูลขบวนองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการข้อมูลชุมชนท้องถิ่นเพื่อการจัดการตนเองของชุมชนและเชื่อมโยงระบบข้อมูลทุกระดับสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ

     ๕.ระบบบริหารกองทุน   เกิดกองทุนชุมชนในระดับตำบล/เมืองอย่างกว้างขวาง   กองทุน พอช.มีรูปแบบการบริหารงานที่ให้ชุมชนเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาได้ นำไปสู่การเป็นธนาคารประชาชน  กองทุน พอช.สามารถให้การสนับสนุนชุมชนได้หลากหลายรูปแบบ มีการบริหารจัดการที่ดีทั้งพอช. และสถาบันการเงินชุมชน พอช.และขบวนองค์กรชุมชนลดการพึ่งพิงงบประมาณจากรัฐใช้เงินกองทุนเป็นหลักในทำงานพัฒนาและบริหารจัดการ

     ๖.ระบบการเงิน  สถาบันมีระบบบริหารจัดการที่ดี ขบวนองค์กรชุมชนบริการจัดการตนเองได้  คนทำงานพอช.และชุมชนมีวินัยในการใช้จ่ายเงินโดยคำนึงถึงประโยชน์ของสถาบันและขบวนองค์กรชุมชนเป็นหลัก  ระบบการเบิกจ่ายเงินยืดหยุ่น คล่องตัว ตรวจสอบได้

     ๗.พัฒนาบุคลากรและบริหาร บุคลากร พอช.และขบวนชุมชน    คนทำงานเป็นคนดีและคนเก่ง  มีอุดมการณ์ทำงานเพื่อสังคม พร้อมที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง  มีระบบดูแลคนทำงานที่เป็นการชวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เกิดระบบสวัสดิการที่มีส่วนร่วม

     ๘.ระบบการสื่อสารประชาสัมพันธ์ การกำหนดวาระะสำคัญของการสื่อสารในแต่ละปี การเปิดช่องทางใหม่ๆเช่น  ทีวีชุมชน   การสนับสนุนให้ขบวนองค์กรชุมชนในทุกระดับและประเด็นมีแผนการสื่อสารของตนเอง  การยกระดับเนื้อหาการสื่อสารจากงานกิจกรรมเป็นการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง การสื่อสารกับสังคม ฯลฯ











แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter