playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     เครือข่ายองค์กรชุมชน ภาคกลางบน/ตะวันตก เร่งสำรวจข้อมูลผู้ประสบอุทกภัย กำหนด ๔ พื้นที่นำร่อง “ชุมชนท้องถิ่นจัดการภัยพิบัติ” พร้อมตั้งกลไกคณะทำงาน เพื่อเป็นต้นแบบของการจัดการตนเองบนความช่วยเหลือของรัฐ ที่ชุมชนสามารถร่วมคิดร่วมกำหนดมาตรการทั้งในระยะเร่งด่วนเฉพาะหน้า ระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด และแผนระยะยาวเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยร่วมกันโดยเริ่มต้นจากชุมชนเอง    

     สิงห์บุรี/ เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เครือข่ายองค์กรชุมชน เขตพื้นที่ภาคกลางตอนบนและตะวันตก ๑๐ จังหวัด ร่วมกับสำนักงานปฏิบัติการภาคกลางตอนบน    /ตะวันตก     สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดประชุมหารือ เพื่อสรุปข้อมูลสถานการณ์พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม และแนวทางการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนในระยะต่อไป ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ ๕๐ คน

     นายสิน สื่อสวน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมในปัจจุบันบทบาทชาวบ้านยังอยู่ในฐานะของผู้รับ การสำรวจข้อมูลที่เรากำลังทำไม่ได้สำรวจเพื่อให้พอช.มาช่วยในเชิงสังคมสงเคราะห์รายครัวเรือน แต่เป็นการใช้โอกาสนี้เพื่อเชื่อมโยงผู้ประสบภัย ให้เกิดการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมจัดการทั้งระบบ เป็นการจัดการของชาวบ้านบนความช่วยเหลือของรัฐที่กำลังจะลงไปสู่พื้นที่ ว่ามีความทั่วถึงครอบคลุมผู้เดือดร้อนและความเดือดร้อนหรือไม่ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างสำคัญ จะรับเงินหรือสิ่งของต้องเป็นข้อเสนอจากชุมชน เช่นการที่รัฐจะแจกเมล็ดพันธุ์ข้าว ชุมชนจะเป็นผู้กำหนด เลือกเมล็ดพันธุ์เองหรือรับตามยถากรรมที่รัฐจะยื่นให้ ซึ่งการรวมตัวของชุมชนร่วมคิดร่วมทำจะเป็นการจัดการที่ดีกว่า เต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่า

     ส่วนมาตรการป้องกันแก้ไขในระยะยาว ต้องมีการจัดทำข้อมูลในเชิงลึกและกว้าง อย่างภาพรวมในเชิงภูมิศาสตร์ สภาพพื้นที่ การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาน้ำท่วม ไม่ใช่แค่ข้อมูลความเสียหายรายครัวเรือน แต่เป็นข้อมูลในเชิงภาพรวมที่ดึงนักวิชาการเข้าร่วม และสังเคราะห์เป็นมาตรการในระยะยาวทำอย่างไร แผน ๓ ปี ที่ผสานความรู้ทั้งในเชิงภูมิปัญญา รวมกับความรู้สากล และควรเปิดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อหน่วยงานในท้องที่และท้องถิ่น หรือเสนอต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำในระดับชาติต่อไป

     สำหรับงบประมาณ ๗ ล้านบาทที่ พอช.สนับสนุน เป็นงบที่จะสนับสนุนให้ชาวบ้านสามารถพลิกมาจัดการตนเองและลุกขึ้นมากำหนดการเปลี่ยนแปลงของชุมชนในการจัดการปัญหาจากภัยพิบัติ เป็นความสร้างสรรค์ สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือก่อให้เกิดผลในเชิงนโยบายได้

     อร่ามศรี จันทร์ศรีสุข ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชน จังหวัดนครสวรรค์ ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์เราได้พยายามเสนอวิธีการจัดการโดยชุมชนมาตั้งแต่สมัยน้ำท่วมเมื่อปี ๔๙ แต่ช่วงนั้นไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ผ่านไป ๔ ปีน้ำได้กลับมาท่วมอีก เราอยากเสนอให้การช่วยเหลือลงมาที่กลุ่มองค์กรชุมชนที่สามารถจัดการตนเองได้ ให้มาที่กลุ่ม/องค์กรชุมชน แล้วให้ชุมชนไปจัดการต่อกันเอง

     ซึ่งการช่วยเหลือที่ผ่านมาชาวบ้านมองว่าเราถูกให้เหมือนคนอนาถา ให้ตามแต่ใจเขาอยากจะให้ ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ทำให้ชาวบ้านเริ่มกลับมามองการจัดการโดยพึ่งพาตนเองมากขึ้น เช่นเริ่มจัดตั้งกองทุนบริหารจัดการโดยชุมชน

     เมื่อ ปี ๔๙ เมื่อมีสิ่งของบริจาคมาที่ชุมชนชาวบ้านจะทะเลาะแย่งของบริจาคกัน มาถึงปีนี้เราได้อาศัยข้อมูลในการจัดการกับสิ่งของบริจาคทำให้สามารถดูแลพี่น้องได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุม ไม่มีการทะเลาะเหมือนครั้งที่ผ่านมา และยังมีการสร้างระบบเฝ้าระวัง สร้างแนวป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาในชุมชน มีการจัดระบบเวรยามกลางคืนกลางวันสลับสับเปลี่ยนกัน รวมทั้งมีการจัดทีมประกอบอาหาร มีโรงครัวกลาง เพื่อแจกจ่ายดูแลกันในชุมชน รวมทั้งการเตรียมการซ่อมสร้างภายหลังน้ำลดของชุมชนร่วมกัน

     ทั้งนี้จากสำรวจข้อมูลสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมเขตภาคกลางบนและตะวันตก ๑๐ จังหวัด ที่ประชุมได้สรุปข้อมูลภาพรวมพื้นที่ตำบลที่ประสบภัย โดยแบ่งเป็นรายจังหวัดสรุปได้ดังนี้

จังหวัด 

พื้นที่ทั้งหมด 

พื้นที่น้ำท่วม 

พื้นที่ขบวนองค์กรชุมชนที่น้ำท่วม 

สุพรรณบุรี

๑๑๐

๗๐ ต. ๑ ทม.

๓๓

นครสวรรค์

๑๓๕

๓๕

๓๕

สิงห์บุรี

๔๔

๔๒

๔๒

ชัยนาท

๕๙

๕๒

๔๑

อยุธยา

๒๐๙

๑๘๖

๖๖

ลพบุรี

๑๒๔

๑๒๒

๖๔

สระบุรี

๑๑๑

๒๙

๒๓

อ่างทอง

๗๓

๓๗

๓๗

อุทัยธานี

๖๙

๓๓

๒๕

นครปฐม

๑๐๖

๓๑

N

รวม

๑,๐๔๐

๖๓๗

๓๖๖ 


    นอกจากนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่จัดการตนเองเบื้องต้น คือ ๑) เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ๒) มีประสบการณ์การจัดการพื้นที่น้ำท่วม พื้นที่ประสบภัย ๓) เป็นพื้นที่ดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน บ้านมั่นคง ฯลฯ และมีกลไกคณะทำงาน ๔) การมีส่วนร่วม ประสานการทำงานกับหน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ และ๕) มีแผนข้อเสนอทั้งในระดับท้องถิ่นและหน่วยงานระดับนโยบาย

     ซึ่งพื้นที่นำร่องเพื่อศึกษาบทเรียน แนวทางการจัดการปัญหาน้ำท่วมโดยชุมชน ประกอบด้วย ๑) ชุมชนวัดเขา เทศบาลนครนครสวรรค์ ๒) ต.คลองตะเคียน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ๓) ต.วัดสิงห์ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท และ ๔) ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี

     พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้ตั้งกลไกคณะทำงานโดยมีตัวแทนผู้ประสานงานจังหวัดละ ๒ ท่าน เพื่อเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร ประสานงาน และติดตามความก้าวหน้าในการฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป  


แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter