เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา สภาองค์กรชุมชนตำบลคลองตะเคียนร่วมกับสำนักงานปฏิบัติการภาคกลางตอนบนและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดประชุมหารือ แนวทางและข้อเสนอในระยะฟื้นฟู และแผนระยะยาวเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมที่เริ่มต้นจากชุมชนเอง ณ มัสยิดกุฎีช่อฟ้า ตำบลคลองตะเคียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ ๙๐ คน
ว่าที่ร้อยตรี ไพซอล บุญรอด ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองตะเคียน กล่าวสรุปถึงสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลคลองตะเคียน และแนวทางข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา โดยระบุว่า พื้นที่ตำบลคลองตะเคียน มีทั้งหมด ๑๓ หมู่บ้าน จำนวนประชากร ๔,๙๔๘ คน ๘๑๔ หลังคาเรือนตามทะเบียนบ้าน ซึ่งมีครัวเรือนที่แท้จริง ๑,๒๐๐ ครัวเรือน โดยน้ำท่วมหมดทั้งพื้นที่ บ้านทุกหลังถูกน้ำท่วมถึงทั้งหมด ๑๓ หมู่บ้าน ซึ่งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องครอบคลุมทั้งครอบครัวที่มีทะเบียนบ้านและไม่มีทะเบียนบ้าน
และมีอีกบางส่วนที่มาเป็นผู้อาศัย เช่น บ้านเช่า แรงงานในโรงงาน หอพักนักเรียนนักศึกษา และผู้ตกสำรวจที่ไม่ได้นำมารวมในจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามทะเบียนบ้าน ซึ่งมีประชากรบางครัวเรือนไม่มีทะเบียนบ้านหรือไม่ได้แยกที่อยู่อาศัยเป็นครอบครัวขยาย บางครัวเรือนอาจมี ๒-๓ ครอบครัว เมื่อคิดรายครอบครัวรวมไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ ครอบครัว ที่สมควรได้รับการดูแลด้วยเช่นกัน
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคกลางตอนบนและตะวันตก พอช. กล่าวว่า การจัดการกับปัญหาน้ำท่วมนั้น ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเอง และชุมชนต้องเป็นแกนหลัก โดยอาศัยสภาองค์กรชุมชนคอยทำหน้าที่ในการประสานเชื่อมโยง ซึ่งบทบาทของภาครัฐและเอกชน รวมทั้ง พอช.ที่เป็นหน่วยงานภายนอกเป็นเพียงผู้สนับสนุน และในส่วนของ พอช.นั้น จะมุ่งส่งเสริมให้พี่น้องขบวนชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถจัดการกับปัญหาทั้งในระยะฟื้นฟู และระยะยั่งยืนได้ด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตามจากการระดมความคิดเห็น ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งกลไกการทำงานของตำบล ซึ่งมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตะเคียน เป็นประธานคณะทำงาน และมีกรรมการที่ประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน/ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนจำนวน ๑๓ คน ที่ปรึกษาประกอบด้วยผู้นำศาสนา ผู้อำนวยการโรงเรียน สาธารณสุข ช่าง อบต. ปลัด อบต. ประธานสภาองค์กรชุมชน และตัวแทนจากมัสยิด รวมทั้งหมดจำนวน ๑๗ คน
รวมทั้งมีข้อสรุปเรื่องแผนการดำเนินงาน เพื่อการฟื้นฟูชุมชนหลังภัยพิบัติดังต่อไปนี้ ๑) การซ่อมแซมและก่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัย ศาสนสถาน โรงเรียน โดยจัดหากองทุนให้กู้ยืม ๒) สนับสนุนการฟื้นฟูดอาชีพด้านต่างๆ เช่นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ และจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนให้กู้ยืมเพื่อการค้าขายและเกษตรกรรม พร้อมสนับสนุนในเรื่องความรู้ในการประกอบอาชีพด้วย ๓) การป้องกันปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว ในเบื้องต้นต้องจัดหาพื้นที่ส่วนกลางเพื่อรองรับคน สัตว์เลี้ยง และพาหนะ รวมถึงการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดให้ก่อสร้างบ้านใหม่ให้เป็น ๒ ชั้น และมีการสนับสนุนเรื่องการออกแบบบ้าน ประกอบกับการทำพนังกั้นน้ำบริเวณที่พักอาศัยตลอดชุมชนที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ๔) การคมนาคม ต้องมีการยกสะพานให้สูงเพื่อการสัญจรทางเรือ และขยายถนนเพื่อการสัญจร ๕) ต้องคำนึงถึงเรื่องการฟื้นฟูจิตใจ กับผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้แผนการดำเนินการที่ได้ข้อสรุปในเบื้องต้น ให้คณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไป




