playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

      เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2554 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดเวทีคนรุ่นใหม่หัวใจรักถิ่น พลังการเปลี่ยนแปลงสังคม ภายใต้ โครงการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่หัวใจรักถิ่น ณ ห้องประชุมชั้น 1 พอช. โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน

 

 

 

 


     นายคำเดื่อง ภาษี ประธานคณะทำงานโครงการคนรุ่นใหม่หัวใจรักถิ่น กล่าวว่า โครงการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ได้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่กลับคืนสู่ชุมชนท้องถิ่นตนเอง และได้มีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันงานของชุมชน และสนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่ายคนรุ่นใหม่ สร้างการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างการพัฒนา โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับสนับสนุนงบประมาณเป็นทุนเพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพ และรายได้ของครอบครัวคนรุ่นใหม่ เดือนละ 4,500 บาท  

     สำหรับโครงการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่หัวใจรักถิ่น รุ่นที่ 4 ได้คัดเลือกคนรุ่นใหม่จากทุกภาคเข้าร่วมโครงการ จำนวน 100 คน ทั้งนี้ โครงการคนรุ่นใหม่หัวใจรักถิ่นได้ดำเนินการ ไปแล้ว 3 รุ่น มีผู้ที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการจำนวน 150 คน  ซึ่งมีจำนวน 83 คนที่ทำงานและดำเนินชีวิตอยู่ในชุมชนท้องถิ่นของตนเอง   

     นายไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม ประธานมูลนิธิหัวใจอาสา กล่าวว่า  การกระทำหลายๆ อย่างที่เกี่ยวเนื่องกับชุมชน ไม่สามารถกระทำได้เพียงคนเดียว ต้องรวมพลังความดีงาม ความสามารถ และสุขภาพอนามัยที่ดีประกอบกัน  ได้แก่ ภาพรวมของสังคมไทย   ภารกิจของคนรุ่นใหม่และ บทบาทของคนรุ่นใหม่แต่ละคนในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย

      นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า  ในปี๒๕๕๔ เป็นปีมหามงคลที่เฉลิมฉลองให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ สร้างสังคมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ท่านพุทธทาส ได้กล่าวไว้ว่า “ชีวิตคือหน้าที่ หน้าที่ของมนุษย์คือดูแลตนเองให้ดีเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นและช่วยเหลือส่วนรวม” คำว่า “ดี” คือ มีความดี หากมีความดีมาก ดังเช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำประโยชน์ให้มวลมนุษย์ ตั้งแต่สมัยพุทธกาลจวบจนปัจจุบัน    ไม่ได้มีเฉพาะคนไทยที่นับถือและปฏิบัติธรรม แต่คนต่างประเทศจำนวนมากปฏิบัติตามหลักธรรม  ดังนั้น เราต้องทำให้ตนเองดี ช่วยให้คนอื่นดีและช่วยให้สังคมดี นอกจากความดีที่มนุษย์ต้องมีแล้วยังต้องมีความสามารถและความสุข “ความสุข” คือ ความสุขทางกาย  ปัญญา ความสามารถ และความสุขทางสังคม เมื่อมนุษย์มีความดี ความสามารถและความสุข จะมีแนวโน้มในการช่วยคนอื่นได้มากขึ้น

 

     ดังนั้นเยาวชนคนรุ่นใหม่    ต้องดึงความดีของตนเองและของชุมชนออกมาเพื่อสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงสังคม   ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสังคมไม่มีใครสามารถทำคนเดียวได้ต้องร่วมทำทั้งสังคม เป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยประสบภาวะวิกฤติมาก่อน ทำให้เราสามารถจัดการภัยภิบัติได้เป็นอย่างดี เหตุเพราะความมีน้ำใจ

      การทำงานต้องใช้หลักอิทธิบาท ๔ ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา หลักการนี้ตรงกับหลักสากลคือ ต้องคิดดีเมื่อจะเริ่มทำ แล้ววิเคราะห์ผลเพื่อนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น ดังนั้น การพัฒนาตนเองและพัฒนางานให้สำเร็จได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การลงมือทำ คิดให้รอบครอบแล้วลงมือทำ โดยทำร่วมกับคนอื่น “รวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ” แล้วจะเกิดการเรียนรู้มหาศาล แต่ไม่ทิ้งตำราหรือการเสาะแสวงหาความรู้ คือต้องใช้ความรู้ควบคู่กันด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือการ “รวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ” การเรียนรู้ที่แท้จริงคือ การกระทำ ตามหลักไตรสิกขา “ศีล สมาธิ ปัญญา” ต้องปฏิบัติ ร่วมทำ ร่วมติดตามผลและร่วมเรียนรู้ ทำเป็นวงจร โดยใช้เวลา ๑ ปีเป็นอย่างน้อย   หากมีใจที่มุ่งมั่น แล้วก็สามารถทำให้ดีขึ้นได้ และทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เป็น “วงจรบุญ”

      ทั้งนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่หัวใจรักถิ่นทั้ง ๑๐๐ คน ได้เดินทางไปศึกษาดูงานพัฒนาของชุมชนท้องถิ่น ที่ สถาบันภูมิปัญญาไทย ตำบลหัวฝาย อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่   ๑๑-๑๔  มกราคม  ๒๕๕๔ ก่อนที่แยกย้ายไปทำงานพัฒนาที่บ้านเกิดของตนเอง

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter