playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     พอช. : เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดสัมมนา “โครงการบ้านมั่นคงชนบทเพื่อผู้ยากจนและด้อยโอกาส”ขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจถึงวิธีการ แนวทาง และทิศทางในการดำเนินงาน โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการขับเคลื่อนและกำหนดพื้นที่ โดยมีพื้นที่เป้าหมาย ๕๐๐ ตำบล ในปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ณ ห้องประชุมชั้น ๑ พอช.มีผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชน ๕ ภาค ผู้แทนประเด็นงานที่ดินและที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้

      นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการพอช. กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายและจัดทำโครงการร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย โดยมีกระบวนการในการรวบรวมและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนทุกภาคส่วนจากเวทีต่างๆ นำมาสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการปฏิรูปประเทศไทย ๔ ด้าน ประกอบด้วย ๑) ด้านการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ๒) ด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการสังคม ๓) ด้านการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม การเมือง และความไม่เท่าเทียมในสังคม และ ๔) ด้านสร้างอนาคตของชาติด้วยการพัฒนาคน เด็กและเยาวชนสำหรับแผนงานด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการสังคม

     และมีแนวทางการดำเนินงานเรื่องโครงการบ้านมั่นคงชนบทเพื่อผู้ยากจนและผู้ด้อยโอกาสรวมอยู่ในแผนดังกล่าวด้วย โดยมีเป้าหมายในปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ จำนวน ๕๐๐ ตำบล ๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปในเรื่องที่ดินและที่อยู่อาศัยทั้งกระบวน อันนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทยต่อไป

     สำหรับการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยชนบท(โครงการบ้านมั่นคงชนบท) พอช. ได้มีการดำเนินโครการ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ โดยสนับสนุนการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินโดยชุมชนในหลายรูปแบบ รวม ๒๐ โครงการ ๑,๙๒๓ ครัวเรือน ในด้านโครงการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๒ ณ เดือนกันยายน ๒๕๕๓ ได้มีการอนุมัติโครงการไปแล้ว ๓๔,๕๐๐ ครัวเรือน แยกเป็นสร้างบ้าน ๑๐,๓๕๐ ครัวเรือน ซ่อมแซมและต่อเติมบ้าน ๒๔,๑๕๐ ครัวเรือน ในพื้นที่ ๒๔๓ ตำบล ๑,๑๑๕ หมู่บ้าน รวมงบอนุมัติ ๑,๔๖๑.๔๙ ล้านบาท จากการดำเนินงาน พบว่าการสนับสนุนให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของผู้เดือดร้อนในพื้นที่ทำให้ชุมชนต่างๆ มีการตื่นตัวในการร่วมกันดำเนินการในทุกขั้นตอน ของการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตั้งแต่การสำรวจ การกลั่นกรองข้อมูลผู้เดือดร้อน การคัดเลือก การรวมกลุ่มผู้เดือดร้อนจัดซื้อวัสดุและดำเนินการก่อสร้างร่วมกัน ทำให้เกิดการคืนทุนสู่กองทุนของชาวชุมชนเอง รวมทั้งนำไปสู่การเชื่อมต่อกับฐานงานพัฒนาในด้านต่างๆ ของชุมชน รวมทั้งเกิดการประสานความร่วมมือผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวทั้งในระดับนโยบาย หน่วยงาน และชุมชน ในการทำงานร่วมกัน

 

    ด้านนางสาวสมสุข บุญญะบัญชา กรรมการปฏิรูป กล่าวว่า การพัฒนาเรื่องที่ดินและที่อยู่อาศัย  โดยให้ชุมชนเป็นแกนหลักนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญที่อยู่ในบริบทของการปฏิรูปประเทศไทย เราจะต้องทำเรื่องของการปฏิรูปที่ดินและปฏิรูปชุมชนไปพร้อมๆ กัน รวมถึงระบบการผลิตของชุมชน ที่มีความเกี่ยวโยงกันไปสู่ความยั่งยืน ต้องคิดทั้งระบบ เคลื่อนงานกันในระดับตำบลทั้งตำบล เริ่มตั้งแต่การดูเรื่องที่ดินทั้งหมด เช่น ประเภทการถือครองที่ดิน ที่ดินในการถือครองของหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น โดยมีการทำแผนและมีระบบการจัดสรรร่วมกัน และนำไปสู่ประเด็นงานพัฒนาอื่นๆ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปฏิรูปเรื่องที่ดินของเราทั้งหมด ซึ่งการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนต้องแก้โดยชุมชน ทำกันอย่างมีศักดิ์ศรี นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

 

     ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติร่วมกัน ในการกำหนดพื้นที่ตำบลเป้าหมาย ๕๐๐ ตำบลนั้น ให้มีกระบวนการกำหนดพื้นที่รูปธรรมหรือพื้นที่ตัวอย่าง จากพื้นที่รูปธรรม ๕ ภาค ที่เป็นพื้นที่ตำบลจัดการตนเอง โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือและเชื่อมกับประเด็นงานอื่นๆ มีการประสานความร่วมมือ ระหว่างชุมชน ท้องที่ และท้องถิ่น มีการสำรวจข้อมูลผู้ทุกข์ร้อนในเรื่องที่ทำกินและที่อยู่อาศัยทั้งข้อมูลใหม่และข้อมูลเดิมที่มีอยู่ รวมถึงมีระบบการกลั่นกรองร่วมกันโดยคณะกรรมการ ที่มาจากหลากหลายภาคส่วนและหลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบาย และระดับพื้นที่ เข้าร่วมเป็นกลไกในการพัฒนาต่อไป

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter