playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     ภาคเหนือ : จังหวัดพิษณุโลก / วันที่ 24 กุมภาพันธ์  2554 เครือข่ายองค์กรประชาชนจังหวัดพิษณุโลก สภาองค์กรชุมชนจังหวัดพิษณุโลก  มูลนิธิคนเพียงไพร เครือข่ายการเมืองภาคประชาชน สภาพัฒนาการเมือง และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ ได้จัดเวทีคนพิษณุโลกปฏิรูปสังคมสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ณ โรงแรมลาพาโลมา  อ.เมือง จ.พิษณุโลก  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทำความเข้าใจแผนยุทธศาสตร์จังหวัดเทียบเคียงกับแผนพัฒนาภาคประชาชนจังหวัดพิษณุโลก และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่ทำให้ขบวนองค์กรชุมชนขยายผลการดำเนินงานได้อย่างกว้างขวาง รวมถึงเกิดการปฏิรูปตนเองของขบวนองค์กรชุมชน เพื่อให้ขบวนองค์กรชุมชนติดตามนโยบายแผนงานที่ส่งผลกระทบกับชุมชนท้องถิ่น  โดยมีผู้เข้าร่วม 421 คน เป็นตัวแทนชุมชนจากสภาองค์กรชุมชน 33 ตำบล  สภาเด็กและเยาวชน นักศึกษา กลุ่มผู้สูงอายุและสตรี เครือข่ายผู้พิการ ชุมชนเมือง เครือข่ายพระสงฆ์ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอดส์ เครือข่ายที่ดิน ป่า และที่อยู่อาศัย เครือข่ายเหมืองทอง เครือข่ายสุขภาพ ข้าราชการ หน่วยงาน ประชาสังคม มหาวิทยาลัยนเรศวร สถาบันราชภัฎสวนดุสิต สถาบันราชภัฎพิบูลสงคราม และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล

      นายปฏิภาณ  จุมผา  สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ พอช.ได้นำเสนอความเป็นมาและหลักคิดการปฏิรูปสังคมไทย โดยได้กล่าวว่า “การปฏิรูปต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอำนาจ ทำอย่างไรให้คนในพื้นที่พึ่งพิงตนเองได้มากที่สุด รู้คุณค่าตนเอง ถ้าทุกจังหวัดทำได้จะเป็นการปฏิรูปประเทศไทย เป็นการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจที่เน้นพื้นที่ฐานความรู้ของภาคประชาชน  ชุมชนท้องถิ่นจะเป็นศูนย์กลางในการโยงให้เกิดการพัฒนาชุมชน ต่อไปนี้เราจะปฏิรูปที่ฐานราก โดยต้องจัดระบบฐานข้อมูลของพี่น้องที่อยู่ในตำบลเพื่อตอบสนองคนในตำบล ข้อมูลนี้จะต้องโยงเป็นยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาของคนในตำบลร่วมกัน ตักตวงความสุขของคนในตำบลร่วมกัน  สิ่งที่เราทำสำเร็จต้องทำให้เข้มข้น เราจะเอาของจริงที่ทำนี้ให้ครบทุกพื้นที่อย่างไร ทำให้คนเห็นว่าต่อไปการพัฒนาพื้นที่ต้องคุยกับพวกเรา  เราเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงวันนี้จะเป็นพลังของพวกเรา”

      นายสน รูปสวย   กล่าวว่า “ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นในไทย เกิดจากการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การเมืองที่รวมศูนย์อำนาจ  ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ขาดการมีส่วนร่วม เกิดความเหลือมล้ำทางสังคม เกิดภาวะความยากจน ซึ่งมีที่มาจากปัญหาทางโครงสร้างที่กระทำกับชุมชน ก็คือ นโยบายการพัฒนาที่ไม่ฟังเสียงของประชาชน ความเหลื่อมล้ำทางสังคมไทย มี 3 เรื่องด้วยกัน คือ ความเหลื่อมล้ำทางการกระจายรายได้ส่งผลให้เกิดภาวะ “รวยกระจุก จนกระจาย”  ความเหลือมล้ำทางการถือครองที่ดิน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดังนั้นประเทศไทยต้องปฏิรูป ต้องเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างการพัฒนา ก็คือ รื้อทิ้งทั้งระบบแล้ววางระบบใหม่ เช่น ระบบยุติธรรม ระบบความเป็นธรรม ระบบการศึกษา ระบบงบประมาณ  โดยหลักการปฏิรูปต้องทำมาจากข้างล่าง อาศัยข้อเสนอจากฐานล่างขึ้นสู่ข้างบน  ต้องใช้พลังทางสังคม หมายถึง ทุกภาคส่วนต้องยินยอมพร้อมใจการปฏิรูป เช่น ปฏิรูปที่ดินโดยเก็บภาษีอัตราก้าวหน้าที่ดิน  ต้องใช้ปัญญาและพลังสื่อในการขยายผล เน้นพลังทางสังคม ดังนั้นชุมชนต้องสร้างความเข้าใจต่อการหลักการปฏิรูปเพื่อให้คนในชุมชนอื่นๆเกิดความเข้าใจ เพื่อมุ่งเป้าสู่การเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างการพัฒนา การปฏิรูปจะต้องเริ่มปฏิบัติการได้ทันที”

     ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ผู้เข้าร่วมทั้งหมดได้แบ่งกลุ่มเพื่อวิเคราะห์ตนเองสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายในการปฏิรูปประเทศไทยทั้งระดับพื้นที่และนโยบาย โดยมีข้อเสนอต่อการปฏิรูปสำคัญๆ คือ รัฐต้องมีมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมทั้งเชิงเศรษฐกิจ การเมือง สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร และการพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการจัดการทรัพยากร  ให้ประชาชนมีสิทธิทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ ทั้งด้านการศึกษา ความรู้ ความเข้าใจ การตรวจสอบทางการเมืองตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งองค์กรภาคประชาชนที่เป็นรูปธรรม กำหนดนโยบายการพัฒนาโดยผ่านการับฟังความคิดเห็นของประชาชน แก้ไขปัญหาการคอรัปชั่นเป็นนโยบายเร่งด่วน  โดยรัฐต้องดำเนินการพัฒนาความเข้มแข็งของประชาชนในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมอย่างสมดุล เป็นธรรมโดยยอมรับการตรวจสอบจากภาคประชาชนในการดำเนินการอย่างแท้จริง

           
นภาพร  สุวรรณศักดิ์

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter