ภาคเหนือ : จังหวัดกำแพงเพชร / วันที่ 25กุมภาพันธ์ 2554 เครือข่ายองค์กรประชาชนจังหวัดกำแพงเพชร สภาองค์กรชุมชนจังหวัดกำแพงเพชร สภาพัฒนาการเมือง และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ ได้จัดเวทีปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดกำแพงเพชรเพื่อปฏิรูปประเทศไทย สู่ ตำบลจัดการตนเอง ณ โรงแรมเพชรโอเต็ล อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนหลักคิดการกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นในระดับตำบล ระดับจังหวัด จัดการตนเอง สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง คนทุกคนอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี พึ่งตนเองได้ และบูรณาการแผนยุทธศาสตร์จังหวัดและยุทธศาสตร์ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุโขทัย รวบรวมและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อท้องถิ่น จังหวัด และนโยบาย รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชนและภาคี โดยมีผู้เข้าร่วม 300 คน เป็นตัวแทนชุมชนจากสภาองค์กรชุมชนตำบล เครือข่ายองค์กรชุมชนชนเมืองและชนบท 11 อำเภอ ข้าราชการ หน่วยงานท้องถิ่น และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล
นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ ได้นำเสนอความเป็นมาและหลักคิดการปฏิรูปสังคมไทย โดยได้กล่าวว่า “กระบวนการปฏิรูป จะต้องเริ่มจากตำบลมีระบบข้อมูลร่วมกัน มีแผนพัฒนาร่วมกัน มีตัวชี้วัดตำบลของแต่ละตำบล รูปธรรมความสำเร็จต้องพัฒนาสู่คุณภาพ มีกระบวนการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน มีการเชื่อมโยงเครือข่ายและมีกลไกกลางในการเชื่อมโยงโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ชุมชนต้องเป็นผู้กำหนดแผนพัฒนา หน่วยงานเป็นผู้หนุนเสริม จะต้องมีเวทีสมัชชาองค์กรชุมชนระดับตำบลในทุกปีเพื่อทบทวนกระบวนการพัฒนาที่ต่อเนื่อง และต้องมีวาระร่วมของคนในตำบล สิ่งสำคัญคือจะต้องสรุปให้เห็นประเด็นร่วมที่คนทุกคนพร้อมใจในการขับเคลื่อนซึ่งนั่นหมายถึงการกำหนดวาระร่วมของตำบล แล้วโยงสู่วาระร่วมของจังหวัดซึ่งจะนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและเสนอต่อระดับชาติต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทุกคนต้องร่วมกันปฏิรูปซึ่งก็จะนำไปสู่“จังหวัดจัดการตนเอง””
ด้านนายโอภาส บูรณะกิจไพบูลย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า “การมีส่วนร่วมเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาให้เกิดความเข้มแข็ง เป็นเรื่องที่ดีที่มีการจัดปฏิรูป มีหลายท่านที่มีการจัดการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน ซึ่งชุมชนเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดนโยบาย และไปเป็นแนวนโยบายการพัฒนา แผนปฏิรูป ซึ่งจะต้องนำไปสูการปฏิบัติด้วยจึงจะเป็นนโยบายที่ดี กระบวนการตรวจสอบจึงเป็นเรื่องที่ชุมชนต้องติดตามให้เกิดการเคลื่อนงาน สังคมปัจจุบันมีการขับเคลื่อนจากเดิมที่ชุมชนเป็นผู้ถูกปกครอง แต่ปัจจุบันเปลี่ยนสู่การปกครองตนเอง ไม่มีใครปกครองใคร กระแสการเปลี่ยนเพราะคนมีความรู้ ความเข้าใจ มีส่วนร่วมมากขึ้น วันนี้การนำเสนอนโยบายทั้งหมด จังหวัดถือว่าเห็นชอบตามหลักการ แต่วิธีการจัดสรรงบประมาณต้องฝากผู้แทน พอช.ไปผลักดันในเชิงนโยบาย ประเด็นที่อยากฝากในการให้ความสำคัญ คือ เรื่องหลักประกันสุขภาพ การรับบริการที่เท่าเทียมกัน ,ระบบประกันสังคมของกลุ่มคนแรงงานนอกระบบและการคุ้มครองกลุ่มแรงงานในระบบที่เท่าเทียมกัน,การแก้ปัญหาเด็กท้องก่อนวันอันควร การปฏิรูปเป็นแนวคิดที่เป็นนโยบายที่จะนำไปสู่การปฏิบัติและนำไปสู่การร่างเป็นรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อเสนอของภาคประชาชนก็จะนำไปเสนอต่อในระดับจังหวัดโดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด และเสนอไปที่กระทรวงพัฒนาสังคมและส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึง พอช.ต้องเสนอต่อในเชิงนโยบาย ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดจะเชื่อมโยงไปสู่การจัดสมัชชาใหญ่ระดับชาติต่อไป”
ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมทั้งหมดได้แบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อปฏิรูปประเทศไทย โดยมีข้อเสนอต่อการปฏิรูปสำคัญๆ คือ ปฏิรูปการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรให้เป็นวาระแห่งชาติ ปฏิรูประบบสวัสดิการชุมชนที่เท่าเทียมกลุ่มคนทุกลุ่มและเสนอให้เป็นวาระตำบล แก้ปัญหาหนี้สินโดยรัฐพักชำระหนี้ 5 ปีและประกันราคาผลผลิตการเกษตร ปฏิรูปที่ดินทั้งระบบเพื่อรองรับสิทธิในที่ทำกินและที่อยู่อาศัย รวมถึงการกระจายรายได้ให้กับคนในสังคมทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
นภาพร สุวรรณศักดิ์




