ภาคเหนือ : จังหวัดตาก / วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 เครือข่ายองค์กรประชาชนจังหวัดตาก สภาองค์กรชุมชนจังหวัดตาก สภาพัฒนาการเมือง และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ ได้จัดเวทีปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดตาก เพื่อปฏิรูปประเทศไทย ณ โรงแรมเวียงตากรีเวอร์ไซด์ อ.เมือง จ.ตาก ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาโดยให้มาจากฐานคิดของชุมชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เป็นเวทีนำเสนอยุทธศาสตร์ภาพรวมการพัฒนาภาคประชาชนจังหวัด และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะทำให้ขบวนองค์กรชุมชนขยายผลการดำเนินงานได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น รวมถึงคาดหวังให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายขบวนประชาชนและภาคีต่างๆ ให้มาทำงานสร้างความเข้มแข็งชุมชนร่วมกัน นำสิ่งที่ได้จากการระดมกลุ่มย่อยเข้าไปเชื่อมโยงเป็นข้อเสนอระดับภาคและนำเสนอสู่ระดับชาติต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วม 200 คน เป็นตัวแทนชุมชนจากสภาองค์กรชุมชนตำบล เครือข่ายองค์กรชุมชนชนเมืองและชนบท 63 ตำบล 9 อำเภอ ข้าราชการ หน่วยงานท้องถิ่น สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล และสำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดตาก
นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)ได้นำเสนอความเป็นมาและหลักคิดการปฏิรูปสังคมไทย โดยได้กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญในการปฏิรูป คือ รัฐต้องคืนอำนาจการบริหารจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น โดยกระจายอำนาจให้องค์กรชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ต้องลุกขึ้นมาบริหารจัดการตนเองทั้งระบบ สร้างการเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของประเทศ คือ มีกลไกองค์กรชุมชน คนจากพื้นที่ฐานล่างเข้าไปอยู่ในกลไกการพัฒนาทุกระดับและเป็นผู้กำหนดทิศทางการพัฒนา บริหารจัดการงบประมาณในการพัฒนาโดยใช้ความต้องการของประชาชนเป็นตัวตั้ง การปฏิรูปประเทศไทยมุ่งให้คนทุกคนมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และมีความเท่าเทียมกัน ทางออกเหล่านี้จะนำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยทีมีฐานสำคัญอยู่ที่หมู่บ้าน ตำบล เทศบาล การปฏิรูปจะต้องมีระบบข้อมูลที่นำไปใช้ในการพัฒนาร่วมกัน มีทรัพยากร ประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นต้นทุนของชุมชน โดยต้องมีการเชื่อมโยงเครือข่ายการขับเคลื่อนงานร่วมกัน มีสมัชชาที่เป็นสาระร่วมกันของคนทั้งจังหวัด รวมถึงท้องถิ่น จังหวัดจะต้องนำเรื่องราวต่างๆนำไปสู่การแปรเป็นยัญติหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น เหล่านี้จะนำไปสู่คนจังหวัดตากจังหวัดการตนเอง”
เวลา 10.30 น. นางสาวสิริมน กึมรัมย์ ตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดตาก กล่าวว่า “ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดตากได้มีการจัดจัดเวทีประชุมประจำปีและกำหนดยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดตาก ปี 2553-55 โดยมีเป้าหมายร่วม“การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นและการจัดการตนเองของชุมชนอย่างแท้จริง” และกำหนดยุทธศาสตร์การทำร่วม ได้แก่ การฟื้นฟู อนุรักษ์ วีถีวัฒนธรรมตามภูมิปัญญาท้องถิ่น การสร้างพื้นที่รูปธรรมสู่การจัดการตนเอง ในด้านจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการจัดการที่ดิน ด้านระบบเกษตรพอเพียง และการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้านการจัดการหนี้สิ้น และด้านการจัดการทุนชุมชน การสร้างความร่วมมือการทำงานร่วมกับภาคีท้องถิ่น และระดับทางนโยบาย การพัฒนาคน และสร้างคนรุ่นใหม่ การเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนชายแดนและเขตพื้นที่พิเศษ และการพัฒนาระบบข้อมูล และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์”
ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมทั้งหมดได้แบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อปฏิรูปประเทศไทย โดยได้ยื่นข้อเสนอการปฏิรูปต่อ นายอภิศักดิ์ พลโยราษฎร์ ปลัดจังหวัดตาก ใน 10 เรื่อง คือ ปฏิรูปที่ดิน โดยออกเอกสารสิทธิ์รับรองที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้เพียงพอ ปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของรัฐทุกประเภท เพื่อจัดสรรและกระจายการถือครองที่ดินให้ทั่วถึงกลุ่มเกษตร คนจน และคนด้อยโอกาสทั้งในเมืองและชนบท โดยมีกระบวนการสำรวจข้อมูล , จัดตั้งกลไกกลางในการบริหารจัดการร่วม , ออกเอกสารสิทธิร่วมหรือโฉนดชุมชน ,จัดระบบใหม่ในพื้นที่ สปก. ปฏิรูประบบการจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ต้องมีระบบการจัดการน้ำ โดยการผันน้ำจากเขื่อนภูมิพลและแม่น้ำปิง เพื่อกระจายสู่พื้นที่การเกษตรให้ทั่วถึงทั้ง 4 อำเภอ ประกอบด้วย สามเงา บ้านตาก เมือง วังเจ้า และในเขตลุ่มน้ำเมย , แม่ละเมา ในเขต อ.แม่สอด แม่ละมาด พบพระ อุ้มผาง(แม่น้ำแม่กลอง) และให้บทบาทชุมชนในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ กรณี อำเภอพบพระ ที่เป็นแหล่งน้ำสาธารณะ(ลำน้ำอุ้มเปี๊ยม) ต้องมีกระบวนการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างชุมชน นายทุน และท้องถิ่น โดยกำหนดให้กลไกกลางที่มีองค์ประกอบของประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐทั้งส่วนกลางและภูมิภาคร่วมในการบริหารจัดการ ปฏิรูปหนี้สินเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย โดยให้รัฐบาลกำหนดนโยบายพักชำระหนี้และประกันราคาผลผลิตทางการเกษตรทุกประเภทที่มั่นคง รวมถึงประกันรายได้ให้กับกลุ่มแรงงานในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร โดยจัดให้มีกลไกกลางในรูปแบบสภาเกษตรกรในระดับจังหวัดและระดับชาติ ที่มีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานและราคากลางร่วมกัน ปฏิรูประบบสวัสดิการ โดยสนับสนุนการขับเคลื่อนให้เกิดกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลที่ครอบคลุมทั่วถึง 63 ตำบล 9 อำเภอ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของคนในจังหวัดตาก เช่น สวัสดิการด้านรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย กลุ่มอาสาสมัคร ผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ ปฏิรูปกฎหมาย โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติท้องถิ่น และแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาของชุมชนท้องถิ่นในระดับตำบล จังหวัด ที่เป็นจริงในทางปฏิบัติ มีความเป็นธรรม และเท่าเทียมกับกลุ่มคนทุกระดับ เช่น ข้อบัญญัติการจัดการทรัพยากร ข้อบัญญัติการควบคุมโรคติดต่อจากแรงงานต่างด้าว และข้อบัญญัติการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการ ฯลฯ ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมลดการใช้สารเคมี และใช้มาตรการทางภาษีในการบังคับใช้ นำภาษีที่ได้จากการขายสารเคมีเป็นกองทุนสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ ปฏิรูปด้านสังคมและคุณภาพชีวิต โดยลดช่องว่างรายได้ผู้ใช้แรงงานทุกระดับ ควบคุมจำนวนแรงงานต่างด้าว มีมาตรการป้องกันปัญหายาเสพติดและเยาวชนท้องก่อนวัยอันควรอย่างเป็นจริง ส่งเสริมให้ทุกชุมชนมีการยกระดับงานพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ของชุมชน ปฏิรูประบบการศึกษา ต้องจัดให้มีมาตรฐานการศึกษาที่เท่าเทียมทั้งในเมืองและชนบท ทั้งด้านงบประมาณ สื่อ บุคลากร และมีระบบการติดตามประเมินผลร่วมระหว่างชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมให้ใช้หลักสูตรท้องถิ่นในระบบการเรียนการสอน ปฏิรูปการเมือง ให้มีมาตรการทางกฎหมายที่บังคับใช้ในเรื่องการแก้ปัญหาการคอรัปชั่นและมีบทลงโทษที่เด็ดขาด โดยต้องมีการเปิดเผยข้อมูล งบประมาณ ที่โปร่งใส และมีกลไกตรวจสอบได้ รวมถึงชุมชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ปฏิรูประบบการตรวจสอบ โดยให้มีองค์กรภาคประชาชนเข้าไปมีบทบาทสำคัญในกระบวนการตรวจสอบทุกระดับตั้งแต่ระดับตำบล ท้องถิ่น ภาค และชาติ เพื่อลดปัญหาการคอร์รัปชั่นและการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น
นภาพร สุวรรณศักดิ์ : รายงาน วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554




