ชุมชนต่างๆของประเทศไทยเริ่มจัดตั้งองค์กรการเงินชุมชนที่เรียกว่ากลุ่มออมทรัพย์กันมาตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๒๐ แต่วีธีทำงานของกลุ่มออมทรัพย์โดยทั่วไปคือการสะสมเงินจากการออมของสมาชิกแล้วนำเงินออมนั้นมาปล่อยกู้ คิดดอกเบี้ยจากสมาชิก กลายมาเป็นผลกำไรของกลุ่ม แบ่งปันออกไปคืนสมาชิก หรือจัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการ แต่การคิดดอกเบี้ยจากกันและกันนั้นขัดกับหลักศาสนาอิสลาม ชุมชนมุสลิมต่างๆจะทำอย่างไร?
กลุ่มออมทรัพย์แบบอิสลามที่ถูกต้องตามหลักศาสนาดำเนินการโดยให้สมาชิกลงทุนร่วมกันแล้วซื้อของให้สมาชิกที่ต้องการ บวกกำไรที่เหมาะสม แล้วสมาชิกผ่อนส่งกับกลุ่ม ไม่มีการคิดดอกเบี้ย ชุมชนมุสลิมที่ตำบลควนโพธิ์ อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งมีประชากรกว่า ๕,๐๐๐ คนและร้อยละ๗๕เป็นมุสลิมก็ดำเนินการเช่นนั้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ โดยเรียกว่าเป็นธนาคารชุมชนควนโพธิ์
ธนาคารชุมชนระดับตำบลควนโพธิ์ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า ๑,๒๐๐ คน สมาชิกจะลงหุ้นคนละ ๑,๐๐๐ บาทในครั้งแรกแล้วลงเพิ่มเติมตามความสมัครใจ ธนาคารจะนำเงินไปลงทุนไปกิจการต่างๆแล้วนำกำไรมาคืนสมาชิกและจัดสวัสดิการ ปัจจุบันมีเงินทุนหมุนเวียนกว่า ๔ ล้านบาท
กิจการสำคัญของธนาคารคือการร้านวัสดุก่อสร้างที่ชาวบ้านเรียกง่ายๆว่าโรงอิฐ ผลิตอิฐก่อสร้าง เสาคอนกรีต ฯลฯ มีรถบรรทุกและรถไถรับจ้างไถสวนยาง คุณสายัณห์ ศรีน้อย ผู้นำคนสำคัญของควนโพธิ์บอกว่าเป้าหมายของโรงอิฐไม่ใช่กำไร แต่เป็นการสร้างงานในชุมชน โรงอิฐของธนาคารจ้างคนทำงานทุกประเภทได้ถึง ๙ คน
ปี ๒๕๔๗-๒๕๔๘ ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศรณรงค์จัดตั้งกองทุนสวัสดิการระดับตำบล กองทุนสวัสดิการที่ควนโพธิ์จัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกๆของประเทศ ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า ๒,๒๐๐ คน สมาชิกสมทบปีละ ๓๖๕ บาท จัดสวัสดิการหลากหลายประเภท เช่นเด็กเกิดใหม่เปิดบัญชีให้ ๕๐๐ บาท เจ็บป่วยนอนโรงพยาบาลก็ช่วยเหลือ คนตายก็จ่ายเงินให้ครอบครัว เกิดอุบัติเหตุต้องซ่อมแซมรถให้คนอื่นกองทุนช่วยเหลือร้อยละ ๒๐(แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาทนะเพราะเงินเรายังน้อยอยู่) ปัจจุบันกองทุนมีเงินกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท และสำหรับคนที่ได้รับงบประมาณจากโครงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย มีกติกาว่าสมาชิกของครอบครัวนั้นจะต้องเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนอย่างน้อย 2 คน นี่คือกลยุทธ์หนึ่งของการขยายสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน
ปี ๒๕๕๑ พรบ.สภาองค์กรชุมชนมีผลบังคับใช้ ตำบล ควนโพธิ์เป็นกลุ่มแรกๆที่มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน มีองค์กรสมาชิก ๒๓ องค์กร กรรมการ๔๐กว่าคน คุณสายัญบอกว่าสภาองค์กรชุมชนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทุกเรื่องเพราะผู้นำในสภาองค์กรชุมชนมาจากองค์กรต่างๆที่จัดตั้งขึ้นตามความสมัครใจ นั่นหมายความว่าประกอบไปด้วยผู้นำที่ทำงานเสียสละของชุมชนทั้งสิ้น
ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ รัฐบาลมีนโยบายซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยของคนยากจนในกว่า ๑,๒๐๐ หมู่บ้านของห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป้าหมายกว่า ๓๕,๐๐๐ ครัวเรือน เครือข่ายผู้นำที่แข็งแกร่งของที่นี่ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อนงาน ใช้เวลากว่าสามเดือน สำรวจ กลั่นกรอง จัดเวทีประชาคมจนได้ครัวเรือนที่ยากลำบากกว่า ๑๘๐ ครัวเรือนเสนอของบประมาณซ่อมแซม ต่อเติมและสร้างบ้านใหม่ ซึ่งต้องใช้เงินกว่า ๑๖ ล้านบาท แต่รัฐสามารถสนับสนุนได้เพียงประมาณ ๗ ล้านบาท ปัจจุบันสามารถดำเนินการซ่อมสร้างได้แล้วประมาณ ๑๕๐ หลัง
งบประมาณในการซ่อมสร้างบ้านนั้นรัฐให้มาจำกัด ทำอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์กันทั่วถึง คณะทำงานประชุมสมาชิกหมู่บ้านหามติว่าที่นี่เราจะทำเป็นกองทุน คนยากจนไม่มีกำลังเงิน ให้ฟรี (ที่นี่มี ๗ หลัง บางหลังกรรมการที่ไปดูสภาพบอกว่า “ยิ่งกว่าเล้าไก่”) คนที่มีกำลังให้ผ่อนส่งคืนกองทุนร้อยละ ๕๐ ของงบประมาณที่ได้รับ ( แต่ละครัวเรือนได้รับไม่เท่ากัน กรณีซ่อมสร้างประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท สร้างใหม่ ๑๑๐,๖๐๐ บาท) คนสร้างใหม่ผ่อนส่งเข้ากองทุนสัปดาห์ละ ๑๐๐ บาท ซ่อมแซม/ต่อเติมสัปดาห์ละ ๕๐ บาท ตอนเริ่มต้นโครงการน้อยคนนักรวมคนในรัฐบาลด้วย ไม่เชื่อว่านี่จะเป็นไปได้ วันนี้คนควนโพธิ์คืนเงินมาแล้วกว่า ๑๒๐,๐๐๐ บาท สามารถหมุนกลับให้คนที่อยู่ในบัญชีท้ายๆที่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือรอบแรกแล้ว การผ่อนส่งบางรายอาจจะต้องใช้เวลาถึง ๑๐ ปี กว่าจะหมด แต่จะเป็นไรเล่า เราไม่ได้ไปไหนนี่ จุดสำคัญของการส่งคืนไม่ใช่จะรีบเรียกเงินคืนให้เร็วแบบธนาคาร แต่ เราจะช่วยคนอื่นๆต่อไปนั่นต่างหาก
ปัญหาสำคัญของงานก่อสร้างขนาดใหญ่ในชุมชนไม่ว่าที่ไหนๆคือจะมีคนได้เปอร์เซ็นต์จากร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ที่นี่ไม่มีปัญหาเพราะโรงอิฐของชุมชนเป็นคนบริหารจัดการ โรงอิฐจัดซื้อวัสดุทั้งหมดในราคาส่งและจ่ายให้สมาชิกในราคาตลาด โรงอิฐได้กำไรไม่น้อย แต่กำไรนี้เป็นของทุกคนเพราะเจ้าของโรงอิฐคือธนาคารชุมชนที่ปันผลกำไรให้สมาชิกและกติกาของคนที่ได้รับเงินสนับสนุนการซ่อมสร้างคือต้องเป็นสมาชิกธนาคารชุมชนก่อน ถ้าไม่มีเงินลงทุน ๑,๐๐๐ บาท ก็ใช้แรงงานแทน
ในยุคสมัยของการพัฒนายุคใหม่นี้ เราพูดกันถึงการพัฒนาที่ชุมชนเป็นแกนหลัก การพัฒนาแบบผสมผสาน การพัฒนาแบบยั่งยืน การพัฒนาแบบพึ่งตนเอง ในกระแสการปฏิรูปประเทศไทย ขบวนชุมชนชูคำขวัญว่า “ปฏิรูปประเทศไทย ให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” ควนโพธิ์ พอจะเป็นตัวอย่างของชุมชนที่อยู่บนเส้นทางของชุมชนในอุดมคติที่เราฝันไว้ไกลและจะไปให้ถึง....ใช่หรือไม่



เขียนโดย อัมพร แก้วหนู




