playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     ภาคเหนือ : จังหวัดเพชรบูรณ์ / วันที่ 1 มีนาคม 2554 เครือข่ายองค์กรประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ สภาองค์กรชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์  สภาพัฒนาการเมือง  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ ได้จัดเวทีสัมมนาเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อปฏิรูปประเทศไทย ณ สถาบันราชภัฏเพชรบูรณ์  อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอยุทธศาสตร์ภาพรวมการพัฒนาภาคประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย รวมถึงเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายขบวนประชาชนและภาคีต่างๆ ให้มาทำงานสร้างความเข้มแข็งชุมชนร่วมกัน  โดยนำสิ่งที่ได้จากการระดมกลุ่มย่อยเข้าไปเชื่อมโยงเป็นข้อเสนอระดับภาคและนำเสนอสู่ระดับชาติต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วม 200 คน เป็นตัวแทนชุมชนจากสภาองค์กรชุมชนตำบล  เครือข่ายองค์กรชุมชนชนจาก 32 ตำบล 11 อำเภอ  ข้าราชการ หน่วยงานท้องถิ่น สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล สถาบันราชภัฎเพชรบูรณ์  พัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  สำนักงานประกันสังคม

      นายปฏิภาณ  จุมผา สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  (พอช.)ได้นำเสนอความเป็นมาและหลักคิดการปฏิรูปสังคมไทย โดยได้กล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญที่ชุมชนจำเป็นต้องปฏิรูปมี 4 เรื่อง คือ การปฏิรูปคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน  แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและแรงงานซึ่งเป็นเครื่องมือในการพัฒนา  ปฏิรูประบบสวัสดิการทางสังคมให้มีความเท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่เหลื่อมล้ำ ปฏิรูปที่ดินที่ทำกินเป็นปัญหาอันดับที่หนึ่งของทุกจังหวัด โดยจัดระบบภาษีก้าวหน้า  การแบ่งปันการใช้ประโยชน์  ปฏิรูประบบราชการเพื่อแก้ปัญหาคอรัปชั่น   สิ่งที่จะนำไปสู่การปฏิรูป จะต้องมีระบบข้อมูลที่นำไปใช้ในการพัฒนาร่วมกัน  มีแผนพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาตำบล  มีการยกระดับพื้นที่รูปธรรม ทั้งเรื่องทรัพยากร ประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นต้นทุนของชุมชนโดยถอดเป็นชุดองค์ความรู้ สร้างและพัฒนาแกนนำ จัดปรับและพัฒนากลไกร่วม โดยต้องมีการเชื่อมโยงเครือข่ายการขับเคลื่อนงานร่วมกัน มีสมัชชาที่เป็นสาระร่วมกันของคนทั้งจังหวัด   รวมถึงท้องถิ่น จังหวัดจะต้องนำเรื่องราวต่างๆนำไปสู่การแปรเป็นยัญติหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น เหล่านี้จะนำไปสู่คนจังหวัดเพชรบูรณ์จัดการตนเอง”

      ดร.ทนงศักดิ์  คุ้มภัยน้ำ  รักษาการอธิการบดี สถาบันราชภัฎเพชรบูรณ์ เป็นเกียรติกล่าวเปิดงาน โดยได้กล่าวว่า “วันนี้เป็นกิจกรรมสาธารณะที่ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการกันเองโดยไม่ต้องรอนักการเมือง  มีปัญหาหลากหลายที่คนเพชรบูรณ์ประสบอยู่ซึ่งจะต้องมีการแก้ปัญหาและยกเป็นประเด็นสาธารณะ ทั้งเรื่องดิน น้ำ  ป่า มลพิษ เป็นประเด็นที่สำคัญทั้งหมด  บทบาทของมหาวิทยาลัยจะต้องเชื่อมโยงการทำงานกับพื้นที่ ชุมชน ท้องถิ่น ผลงานวิชาการจะต้องนำไปสู่การรับใช้สังคม  สร้างองค์ความรู้ชุมชน เพื่อการรับใช้ชุมชน หลักการทำงานที่ดี คือ คนทุกคนมีความดีแฝงอยู่ในตัว  คนทุกคนมีศักดิ์ศรีของความเป็นคนสามารถแสดงความคิดความรู้สึก  ทุกคนสามารถพัฒนาได้  การทำงานมีองค์ประกอบ 4 ตัว คือ มีแผน มีองค์กร มีงบประมาณ และมีข้อมูล ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการทำงานของชุมชน  ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้จากการระดมของชุมชนและนำไปสู่การพัฒนาเป็นแผน  โดยต้องมีองค์กรต่างๆ หรือองค์กรย่อยที่รับเป็นกลไกเชื่อมโยงข้อมูลสู่การปฏิบัติ และจำเป็นต้องมีงบประมาณในการพัฒนา”

       ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมทั้งหมดได้แบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อปฏิรูปประเทศไทย  โดยมีต่อข้อเสนอการปฏิรูปที่สำคัญ ๆ คือ ปฏิรูปที่ดิน โดยออกเอกสารสิทธิ์รับรองที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้เพียงพอ โดยรัฐสนับสนุนการจัดการที่ดินแบบโฉนดชุมชนที่เป็นจริง   จัดตั้งกองทุนที่ดินเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่ดิน  จัดสรรที่ดินของรัฐเพื่อกระจายการถือครองที่ดินให้ทั่วถึงกลุ่มเกษตรกร  คนจน และคนด้อยโอกาสทั้งในเมืองและชนบท ปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของรัฐทุกประเภท  โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบทุกระดับ ได้แก่ กระบวนการสำรวจข้อมูล ,การวางแผนการจัดการที่ดิน, จัดตั้งกลไกกลางในการบริหารจัดการร่วม , ออกเอกสารสิทธิร่วมหรือโฉนดชุมชน ส่วนกรณีที่ดินเหมืองแร่  ให้มีมาตรการในการจัดระบบใหม่ในพื้นที่ สปก. ปฏิรูประบบการจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร  โดยพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยสร้างฝายน้ำล้น  ฝายหินทิ้ง ฝายแม้ว  ฝายชะลอน้ำขนาดเล็ก  อ่างกั้นน้ำขนาดเล็กกระจายตลอดเขตลุ่มน้ำป่าสัก เพื่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตร ครอบคลุม 11 อำเภอ ได้แก่ หล่มสัก  น้ำหนาว  หล่มเก่า เขาค้อ เมือง ชนแดน วังโปร่ง หนองไผ่ บึงสามพัน วิเชียรบุรี ศรีเทพ  และให้บทบาทชุมชนในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ  รวมถึงประเด็นสำคัญคือเสนอให้มีการปฏิวัติกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรม ความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างเป็นจริง

     
เขียนโดย : นภาพร  สุวรรณศักดิ์ : รายงาน วันที่ 1  มีนาคม  2554

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter