playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

      เมื่อวันที่ ๑ มีนาคมที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดพะยาร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการและหน่วยงานภาคีอื่นๆร่วมกันจัดสัมมนาสมัชชาคนพะเยาปฏิรูปประเทศไทยที่มหาวิทยาลัยพะเยา มีผู้นำชุมชนและผู้แทนหน่วยงานต่างๆที่ทำงานกับชุมชนเข้าร่วมกว่า ๓๐๐ คน

      ที่ประชุมแบ่งกลุ่มย่อยพิจารณาประเด็นการปฏิรูปประเทศไทยใน ๘ เรื่องคือเรื่องสื่อ การศึกษา การเมืองภาคประชาชน ดินน้ำ ป่า ทรัพยากร เกษตกรกรรม ความยุติธรรม สุขภาพและสวัสดิการชุมชน

      ในประเด็นสวัสดิการชุมชนซึ่งพะเยามีการจัดตั้งกลุ่มสวัสดิการชุมชนแล้ว ๗๐ ตำบลจากทั้งหมด ๗๑ตำบล เครือข่ายมีข้อเสนอสำคัญสองประการคือ ให้รัฐบาลตัดภาษีที่ดิน๑% ของภาษีที่เก็บได้มาสนับสนุบกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อให้มีการสนับสนุนเรื่องนี้อย่างยั่งยืน และเรียกร้องให้ธนาคารของรัฐจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยปกติสำหรับบัญชีเงินฝากของกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อให้กองทุนมีรายรับมาช่วยเหลือสมาชิกได้มากขึ้น

      กลุ่มปฏิรูประบบสุขภาพเสนอให้รัฐสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายหมอพื้นบ้านเป็นการรักษาสุขภาพทางเลือก ให้อสม.มีบทบาทในการเสริมสร้างสุขภาพของชุมชนมากกว่าการทำงานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายจะรณรงค์ให้ไม่มีการกินเหล้าในงานบุญต่างๆเพราะข้อมูลทางวิชาการพบว่าคนพะเยามีกินเหล้าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มราคาเหล้าและบุหรี่เพื่อลดการบริโภคด้วย

      ปัญหาที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคได้รับสารพิษทางการเกษตร เครือข่ายเสนอให้รัฐกำหนดเขตเกษตรพิเศษที่ทำการเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีมีพิษเท่านั้น

      กลุ่มปฏิรูปสื่อเรียกร้องให้มีเวลาสำหรับสื่อที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ครอบครัวและสื่อเพื่อเยาวชนในเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่มีแต่ละครน้ำเน่าดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและให้รัฐหามาตรการลดราคาหนังสือเพื่อส่งเสริมให้มีคนอ่านหนังสือเพิ่มมากขึ้น

      กลุ่มเกษตรกรซึ่งวิเคราะห์ปัญหาว่าปัจจุบันเกษตรกรคือ “ทาสผลิตอาหารราคาถูกให้คนอื่นบริโภค”เสนอให้รัฐออกฎหมายคุ้มครองพื้นที่การเกษตรซึ่งกำลังถูกกว้านซื้อทั้งจากนายทุนไทยและนายทุนต่างชาติ ผลักดันให้เกษตรกรที่เคยเป็นเจ้าของที่ดินกลายเป็นแรงงานรับจ้างในที่ดินที่เคยเป็นของตนเอง และเรียกร้องให้เครือข่ายองค์กรชุมชนมาสร้างระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกันเอง เพื่อตัดวงจรการเอารัดเอาเปรียบจากภายนอก เช่น เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดขายข้าวโพดให้กลุ่มที่จะผลิตอาหารสัตว์ ขายต่อให้กลุ่มเลี้ยงสัตว์ ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เป็นต้น

      ทางด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลุ่มวิเคราะห์ว่าในอดีตทรัพยากรทั้งหมดเป็นของ “หน้าหมู่”หรือของส่วนรวม เมื่อมีการจัดกรรมสิทธิเป็นของเอกชนจึงมีปัญหาติดตามมามากมาย อำนาจในการจัดการทรัพยากรกลายเป็นอำนาจของหน่วยงานต่างๆ ชุมชนมีอำนาจในการจัดการน้อยมาก เครือข่ายจะสร้างฐานข้อมูลการจัดการทรัพยากรของจังหวัด การฟื้นฟูเหมืองฝาย  พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน เรียกร้องให้องค์กรปกครองท้องถิ่นนำภาษีที่เก็บได้มาสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะ เครือข่ายสนับสนุนการแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินระหว่างชาวบ้านกับรัฐโดยมาตรการ โฉนดชุมชน

      ทางด้านการเมือง การปกครองและการกระจายอำนาจ เครือข่ายชุมชนคนพะเยาเสนอว่าปัจจุบันที่มีการเลือกตั้งกำนันด้วยการให้ผู้ใหญ่บ้านเลือกนั้นทำให้กำนันสามารถซื้อเสียงได้ง่าย เสนอให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยในตำบลเลือกตั้งกำนันโดยตรงเหมือนเดิมและให้จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของกำนันผู้ใหญ่บ้านจากเกษียณ๖๐ปีเป็น๕ปี เพื่อให้มีความกระตือรือร้นในการทำงาน

      ในระดับจังหวัด เครือข่ายองค์กรชุมชนเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะผู้ว่าฯที่มาจากการเลือกตั้งน่าจะตอบสนองการแก้ปัญหาของชุมชนอย่างจริงจังมากกว่าผู้ว่าที่มาจากการแต่งตั้งและมาทำงานตามวาระสั้นๆ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter