เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรชุมชนในจังหวัดน่านร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเวทีประชาชนเพื่อการปฏิรูประเทศไทยของจังหวัดน่าน มีผู้นำชุมชนจากเครือข่ายต่างๆเข้าร่วมประมาณ ๒๐๐ คน
ข้อเสนอสำคัญของการปฏิรูปประเทศไทย ที่ประชุมเสนอให้มี “รัฐบาลประชาชน”ในระดับจังหวัดเป็นรัฐบาลคู่ขนานกับการบริหารของรัฐตามปกติ โดยองค์ประกอบมาจากผู้แทนของสภาองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนในระดับตำบล มีการจัดแบ่งบทบาทหน้าที่ตามกระทรวงของหน่วยราชการ บทบาทหน้าที่ของรัฐบาลประชาชนคือการเสนอแนะแนวทางการพัฒนาจังหวัดในมุมมองของประชาชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและติดตามผลการพัฒนาต่างๆ
ในระดับตำบลเครือข่ายองค์กรชุมชนจะใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกในการบริหารจัดการที่จะนำไปสู่ตำบลจัดการตนเอง เพราะ “ที่ผ่านมาคนอื่นจัดการให้เราตลอด ถึงเวลาที่เราจะจัดการตนเองแล้ว” ในขณะที่ผู้นำจากเครือข่ายแผนชุมชนเสนอว่า สภาองค์กรชุมชนควรจะรื้อฟื้นเรื่องแผนชุมชนมาดำเนินการกันทุกตำบล เพราะแผนชุมชนจะเป็นเครื่องมือการพัฒนาที่สำคัญ
ผู้นำชุมชนที่เข้าร่วมประชุมยังเสนออีกด้วยว่า ปัจจุบันประชาธปิไตยภาคชุมชนนั้นมีความอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง ถ้าจะทำงานให้ตำบลจัดการตนเอง แต่ละตำบลควรจะมี “ธรรมนูญชุมชน”ที่คนในชุมชนช่วยกันร่างขึ้นเพื่อบริการจัดการชุมชนของตนเองในทุกมิติ
ผู้นำเกษตรกรที่เข้าร่วมประชุมเสนอว่าปัจจุบันรัฐบาลมีการประกันราคาพืชการเกษตรหลักแล้ว ถ้าต้องการเปลี่ยนระบบการเกษตรเป็นการเกษตรแบบยั่งยืนก็ควรมีการประกันรายได้ให้กับครัวเรือนเกษตรกรที่เปลี่ยนไปทำการเกษตรแบบนี้ด้วยเพราะในระยะเริ่มต้นจะมีรายได้ไม่แน่นอนเพราะระบบใหม่ยังไม่เข้าที่
ชุมชนส่วนใหญ่ในจังหวัดน่านมีปัญหาเรื่องที่ดินและมีข้อพิพาทกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมายาวนานเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอนุรักษ์ เครือข่ายองค์กรชุมชนเห็นด้วยกับการดำเนินการเรื่องโฉนดชุมชนและได้มีการเสนอพื้นที่เพื่อจัดทำโฉนดชุมชนไปยังรัฐบาลมากที่สุดของประเทศจำนวน ๒๐๙ พื้นที่
จังหวัดน่านมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนแล้ว ๒๕ แห่ง (น่านมี ๘๔อบต.และ๑๕เทศบาล)จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว ๔๓ แห่งและมีการจัดการที่อยู่อาศัยในชนบทตามโครงการบ้านมั่นคงทั้งในเมืองและชนบทด้วย




