ที่บ้านพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๓๐ มี.ค. ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ที่มี ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป เป็นประธาน ที่ประชุมเห็นว่า การลาออกจากประธานคณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) ของนายอานันท์ ปันยารชุน ก่อนการเลือกตั้งใหม่นั้น ไม่ได้กระทบกับภารกิจของคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) และยืนยันว่าคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทยต่อไป
ที่ประชุมเห็นว่าการจัดสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยครั้งแรกในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นการก้าวไปข้างหน้าของกระบวนการปฏิรูปประเทศไทย โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน อีกทั้งยังเห็นชอบให้นำมติสมัชชาเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูปโดยเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป ซึ่งมีสาระสำคัญคือการขับเคลื่อนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ตำบล จังหวัด ของเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูปในทันที สร้างรูปธรรมปฏิบัติการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นที่ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง องค์กรชุมชนเป็นหลัก ภาคีท้องที่ ท้องถิ่น สถาบันวิชาการ หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุนส่งเสริม ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจและการบริหารจัดการ ส่งผลให้พื้นที่ชุมชนท้องถิ่นระดับตำบล จังหวัด และภูมินิเวศน์ สามารถจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง ผนวกเป็นข้อสรุปของสมัชชาปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ด้วย '
นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานคณะกรรมการเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป เสนอว่า ในครั้งต่อไป การจัดสมัชชาควรให้ความสำคัญกับการจัดสมัชชาระดับพื้นที่ โดยใช้พื้นที่ ใช้ประชาชนเป็นตัวตั้ง ให้ประชาชนในจังหวัดรู้สึกเป็นเจ้าของ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการปฏิรูปจากฐานราก การดำเนินการในการจัดสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยครั้งต่อไปควรต้องใช้สมัชชาระดับพื้นที่เป็นหลัก และโดยภาคประชาชนเป็นผู้ดำเนินการ ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปเป็นผู้สนับสนุน โดยอาจสนับสนุนให้มีการจัดเวทีสมัชชาระดับพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ จากระดับพื้นที่ สู่การนำเสนอในสมัชชาปฏิรูป
ด้านนายแก้ว สังข์ชู กรรมการเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป เปิดเผยว่า การประกาศจะลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการปฏิรูปของนายอานันท์ ปันยารชุนอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มีผลกระทบต่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยของขบวนการภาคประชาชน เพราะขบวนองค์กรชุมชนมีจุดยืนมาตั้งแต่แรกแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการพัฒนาประเทศนั้น ต้องมาจากปฏิบัติการจริงในพื้นที่ระดับตำบล จังหวัด และภูมินิเวศน์ และจะเดินหน้าขับเคลื่อนงานปฏิรูปในระดับพื้นที่ต่อไป
นายแก้ว กล่าวอีกว่า เครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป จะพัฒนาข้อเสนอจากมติสมัชชาเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ ที่มีสาระสำคัญให้ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองได้ ซึ่งเบื้องต้นกำหนดพื้นที่ปฏิบัติการ ๒,๓๐๐ ตำบล ระยะเวลา ๕ ปี โดยมีข้อเสนอสำคัญอาทิ ให้ภาครัฐคืนอำนาจการจัดการตนเองไปสู่ชุมชนท้องถิ่นในทุกมิติ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมโดยชุมชนท้องถิ่น การปฏิรูประบบการจัดการที่ดินเพื่อความเป็นธรรม ฯลฯ เพื่อนำเสนอต่อพรรคการเมืองทุกพรรคที่จะลงสู่สนามเลือกตั้งทั่วไปที่จะถึงนี้ เพื่อให้พรรคการเมืองนำไปบรรจุไว้เป็นนโยบายพรรคในการหาเสียง เพราะมติสมัชชาเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป เป็นแนวทางที่สอดรับกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและให้ความสำคัญกับพื้นที่เป็นหลัก
"เครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป จะนำส่งมติสมัชชาเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป ที่ผ่านการกลั่นกรองจากประชาชนในระดับพื้นที่ตำบล จังหวัด ภูมินิเวศน์ และภาค ซึ่งเป็นความต้องการของประชาชนที่แท้จริง ให้กับทุกพรรคการเมือง เพื่อนำเสนอเป็นนโยบายในการหาเสียงของพรรคการเมือง และจะมีกลไกติดตามตรวจสอบว่าพรรคการเมืองใด ให้ความสำคัญกับความต้องการของประชาชนในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง นอกจากนี้จะมีการพบปะกับผู้บริหารพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อนำเสนอมติสมัชชาเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูปอีกทางหนึ่งด้วย" นายแก้ว ระบุ
สุรินทร์ จตุการ รายงาน
ภาพ จากเว็บไซต์




