เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบบ้านไทยเข้มแข็งให้กับครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนเป็นแกนหลัก ณ บ้านตะโหนด ต.วารุรี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยมีนายถาวร เสนเนียม รมช.กระทรวงมหาดไทย
นายภานุ อุทัยรัตน์ ผู้อำนวยการศอ.บต. ผู้บริหารพอช. ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่ และเครือข่ายองค์กรชุมชนในพื้นที่ห้าจังหวัด ร่วมงานกว่า ๓,๐๐๐ คน
นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช.ได้กล่าวรายงานถึงความคืบหน้าของโครงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนและท้องถิ่นเป็นแกนหลักว่า
โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลักเป็นส่วนหนึ่งของแผนยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตประชาชนในห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามแผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี 2552 - 2555 โดยได้รับอนุมัติงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งในปี 2553 รวม 1,736.41 ล้านบาท และงบประมาณปี 2554 จำนวน 85.79 ล้านบาท เพื่อเป็นงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวยากจน 37,577 ครัวเรือน ในพื้นที่ 1,175 หมู่บ้าน 254 ตำบล 5 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเร่งด่วน 696 หมู่บ้านและตำบลที่มีฐานงานพัฒนาโดยชุมชนในด้านต่างๆ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่คือ จังหวัด ศอ.บต. กอ.รมน. สนับสนุนให้เครือข่ายชุมชนในพื้นที่ร่วมดำเนินการโครงการนี้ตั้งแต่การร่วมกำหนดเกณฑ์ผู้เดือดร้อน การสำรวจข้อมูลครัวเรือน การรับรองข้อมูลผู้เดือดร้อนร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนการร่วมกันก่อสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
การดำเนินการตั้งแต่สิงหาคม 2553 ถึงเดือนเมษายน 2554 ได้อนุมัติการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยไปแล้ว 37,557 ครัวเรือน แยกเป็นการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ 9,646 หลัง ซ่อมแซมและต่อเติมที่อยู่อาศัย 27,911 หลัง ได้ดำเนินการก่อสร้าง ซ่อมแซม ต่อเติมเสร็จแล้วรวม 21,178 หลัง อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 16,349 หลัง สมาชิกครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์รวม 262,899 ราย พื้นที่ๆมีก่อสร้างบ้านแล้วได้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย 97 ตำบล โดยสมาชิกส่วนใหญ่ได้คืนทุนเข้ากองทุนตั้งแต่ 100 - 500 บาท/เดือน เพื่อหมุนเวียนให้ ผู้ที่เดือดร้อนซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนในชุดแรกใช้ก่อสร้างหรือซ่อมแซม/ต่อเติมที่อยู่อาศัยต่อไป
นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลได้สนับสนุนแนวทางการพัฒนาและการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ให้ชุมชนและท้องถิ่นเป็นแกนหลักหรือเป็นเจ้าของเรื่องในการดำเนินงาน แต่ให้ร่วมมือและประสานการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพราะจะทำให้การทำงานบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น ดังเช่นความก้าวหน้าของโครงการที่ช่วยแก้ปัญหาผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ของประชาชนในพื้นที่ทั้งห้าจังหวัด โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบบ้านที่สร้างเสร็จแล้วในพื้นที่ต.วาสุรีให้กับนางโรฮานี สามะ ซึ่งมีสมาชิกในบ้านรวม 7 คน ได้รับงบจากกองทุนที่อยู่อาศัยของตำบลเพื่อต่อเติมบ้านวงเงิน 45,000 บาท นายสัยมีดี สามะยะซา มีสมาชิกในบ้านรวม 4 คน ซึ่งไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากได้รับการกระทบกระเทือนด้านสมองจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ภรรยามีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ได้รับงบต่อเติมบ้านจำนวน 50,000 บาท และนายอับดุลเลาะ สามะยะซา พิการมือและแขน อาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งอยู่กับภรรยาสองคน ได้รับงบต่อเติมบ้านจำนวน 80,000 บาท
พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบกุญแจบ้านให้ผู้แทนเครือข่ายองค์รกรชุมชนเพื่อการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับบ้านที่สร้างซ่อมเสร็จแล้ว คือจ.ยะลา 2,401หลังคาเรือน จ.นราธิวาสจำนวน 7,453 หลังคาเรือน จ.ปัตตานี จำนวน 5,669 หลังคาเรือน จ.สงขลาจำนวน 3,291หลังคาเรือน และจ.สตูลจำนวน 2,373 หลังคาเรือน
ทั้งนี้ในกรณีพื้นที่ตำบลสุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยรอบแรกจำนวน 338 ครัวเรือน จาก 1,151 ครัวเรือน ในพื้นที่ 8 หมู่บ้าน ได้รับอนุมัติก่อสร้างบ้านใหม่ 97 หลัง ซ่อมแซมบ้าน 241 หลัง วงเงินรวม 10.80 ล้านบาท ชาวบ้านได้ร่วมกันก่อสร้าง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเสร็จแล้ว 222 หลัง อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 116 หลัง ขณะนี้สมาชิกได้เริ่มคืนทุนสู่กองทุนที่อยู่อาศัยเดือนละ 300 บาทแล้ว 207 ราย เป็นเงินรวม 96,900 บาท และได้นำเงินกองทุนไปสมทบสร้างบ้านให้กับผู้เดือดร้อน 1 หลัง ซ่อมแซม 1 หลัง ทั้งนี้มีผู้เดือดร้อนที่เป็นผู้สูงอายุไม่มีลูกหลานดูแล หญิงหม้าย ครอบครัวยากจนที่มีลูกเล็กหลายคนไม่ต้องคืนทุน 40 ราย ที่ผ่านมาการที่แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตำบลสุวารี ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่เช่น อบต.วาสุรีสนับสนับสนุน สถานที่ประชุมและสมทบงบประมาณในวันลงเสาเอก 20,000 บาท ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอได้ช่วยงานในพื้นที่ หน่วยทหารพัฒนาสันติช่วยสร้างบ้าน ฯลฯ
นอกจากนี้ในพื้นที่ตำบลสุวารีได้มีงานพัฒนาโดยชุมชนในด้านอื่นๆ เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน มีสมาชิก 231 คน เงินกองทุน 145,760 บาท มีการจัดสวัสดิการแล้ว 3 ด้าน (เกิด เจ็บ ตาย) มีสภาองค์กรชุมชนตำบลที่เป็นเวทีปรึกษาหารืองานของชุมชนในทุกด้าน รวมทั้งการทำโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในครั้งนี้ โดยที่สภาองค์กรชุมชนได้เชื่อมโยงการทำงานร่วมกับกลุ่มต่างๆในตำบล ได้แก่ กลุ่มเยาวชน ชมรมตาดีกาหรือโรงเรียนสอนศาสนา กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มสตรี กลุ่มอสม. กลุ่มชรบ. ฯลฯ




