เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย(ภาคเหนือ) จัดเวทีเสวนา “อนาคตการจัดการที่ดินรูปแบบโฉนดชุมชนภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ณ บริเวณโรงเรียนบ้านหัวฝาย ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ โดยมีเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน ๙ จังหวัดภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ พะเยา น่าน ตาก เชียงใหม่ ชาวบ้านหัวฝาย และบ้านทุ่ง ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เข้าร่วมประมาณ ๓๐๐ คน
ทั้งนี้ เครือข่ายได้มีการสรุปทบทวนการขับเคลื่อนที่ผ่านมา รวมถึงวางแนวทางการทำงานระยะต่อไป พอสรุปได้คือ เครือข่ายต้องมีความชัดเจนของพื้นที่รูปธรรมและสมาชิกของเครือข่าย ระดับและผลลัพธ์ของการทำงานในแต่ละพื้นที่ การจัดระบบการบริหารจัดการเครือข่ายทั้งในระดับพื้นที่ ตำบล จังหวัด ภาค และประเทศ ที่มีความจำเป็นต้องคัดสรรแกนนำเพื่อให้ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนในภารกิจเฉพาะด้านไม่ว่าจะเป็นบทบาทการประสานงาน การเป็นวิทยากร ล็อบบี้ เจรจาต่อรอง ไฮปาร์ค และทำงานจัดตั้งมวลชน การคัดเลือกเข้าไปเป็นกลไกคณะกรรมการระดับภาค/ชาติ รวมถึงการพัฒนาความรู้ความสามารถของผู้นำระดับชาติ(ฝึกอบรม) / แลกเปลี่ยนกับเครือข่ายอื่นๆ โดยที่ผ่านมาได้มีการติดตามและผลักดันนโยบายของรัฐบาล และมีความคืบหน้าคือ
๑. ยกระดับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชนเป็นกฎหมายการจัดการที่ดินโดยชุมชน “โฉนดชุมชน” ด้วยการใช้รูปธรรมนำนโยบาย ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ที่เสนอเป็นพื้นที่ให้คณะกรรมการสำรวจตรวจสอบพื้นที่โฉนดชุมชนรวมทั้งสิ้น ๔๘๕ ชุมชน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบ ๑๙๐ แห่ง พื้นที่ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ๗๐ แห่ง โดยมีพื้นที่ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการสำรวจตรวจสอบฯ แล้ว ๕๐ แห่ง และมีเพียง ๒ แห่งที่ได้ส่งมอบโฉนดชุมชน ด้วยยังมีข้อติดขัดกับหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ที่ชุมชนอาศัยอยู่
๒. การผลักดันแก้ไขกฎหมายป่าไม้ทั้ง ๕ ฉบับ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
๓. การผลักดันภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า
๔. การผลักดันการจัดตั้งธนาคารที่ดิน
นอกจากนี้ได้มีแผนการประสานงานกับแนวร่วมภาคประชาชนอื่นๆ ที่มีเป้าหมายเรื่องการจัดการที่ดินอย่างเป็นธรรม และยั่งยืน กับเครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายปฏิรูปสังคมและการเมือง(คปสม.) เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคใต้ เครือข่ายที่ดินภาคเหนือตอนล่าง Pmove ขบวนประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และขบวนชุมชนในภูมิภาคอื่นๆ เช่น สภาองค์กรชุมชน เป็นต้น
สำหรับการสร้างรูปธรรมนำนโยบายที่มีการทำงานของชุมชนอย่างต่อเนื่องตามขั้นตอนของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยชุมชน จนได้มีข้อตกลงเพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและการทำกินของพี่น้องในชุมชน และเสนอเป็นพื้นที่โฉนดชุมชนของชุมชนบ้านหัวฝาย บ้านห้วยโป่ง บ้านแดนดิน ม.๑๐ และบ้านทุ่ง ม.๑๘ ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ รวม ๑๒๖ ครัวเรือน โดยมี พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ให้เกียรติร่วมงานและเป็นผู้มอบโฉนดชุมชนให้กับชุมชนดังกล่าว และได้ให้ข้อคิดเห็นว่า
“...การจัดทำโฉนดชุมชน เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนเห็นความสำคัญของการมีพื้นฐานของชีวิตที่มั่นคง มีกฎกติกาของชุมชนในการใช้ประโยชน์ การดูแลรักษาทรัพยากรโดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ ที่ดิน และแหล่งน้ำ ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนในชุมชน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ได้มีการจัดทำแนวเขต ผังชุมชนที่มีความชัดเจน แยกแยะการใช้ประโยชน์ที่ดิน และทรัพยากร ส่วนไหนใช้ประโยชน์ได้แค่ไหน อย่างไร ส่วนไหนควรดูแลรักษาปกป้อง ซึ่งพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นส่วนสำคัญในการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา ซึ่งการทำแผนที่เพื่อประกอบการทำโฉนดชุมชนนั้นควรมีแผนที่ภาพรวมหมู่บ้าน แผนที่แยกรายแปลง ควบคู่กับการจัดการบริหารที่ดินที่บางพื้นที่อาจมีความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณีของชุมชน(ชาติพันธุ์) ซึ่งรูปแปลงของหมู่บ้าน รูปแปลงเจ้าของพื้นที่ พร้อมกับชื่อเจ้าของแปลง เป็นองค์ประกอบของโฉนดชุมชนหน้าแรก ส่วนหน้าที่สอง ควรประกอบด้วยกฎกติกาของชุมชน และมีผู้รับรองที่เป็นคนในชุมชน และส่วนหน่วยที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด/รองผู้ว่าฯ นายอำเภอ หัวหน้าอุทยาน หัวหน้าป่าสงวน ป่าถาวร(สำนักงานพัฒนาที่ดิน) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องที่ ผู้นำทางศาสนา โรงเรียน สาธารณสุข ฯลฯ พร้อมกับแนบประวัติชุมชน…” ทั้งนี้หัวใจสำคัญอยู่ที่ “ความอยู่รอดของชุมชนและป่าไม้ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่เป็นความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนที่ดูแลและอยู่อาศัยมากว่า ๑๐๐ ปี” กรณีชุมชนดั้งเดิม ส่วนกรณีชุมชนใหม่ ควรมีการรังวัดให้ชัดเจน และต้องมีการเสียค่าตอบแทนที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ให้แก่หน่วยงานของรัฐ (อปท.) เพื่อนำกลับมาพัฒนาพื้นที่ต่อไป
จากกรณีดังกล่าว คุณรังสรรค์ แสนสองแคว เครือข่ายปฏิรูปที่ดินตำบลไร่ดง จ.ลำพูน กล่าวว่า “ชุมชน/ประชาชนเป็นคน ควรมีสิทธิ์มีศักดิ์ศรีมากกว่าสัตว์ป่าผู้ดูแลป่า หน่วยงานรัฐควรทำหน้าที่อาทรแก่ผู้ยากจน...” และคุณอนันต์ ดวงแก้วเรือน คณะกรรมการลูกโลกสีเขียว ให้ความเห็นว่า “ขอให้เป็นโฉนดชุมชนจริง อย่าให้โฉนดตกไปอยู่ในมือของคนภายนอก”
วันนี้เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย(ภาคเหนือ) ได้ดำเนินการ และแยกแยกระดับของพื้นที่รูปธรรมไว้คือ
๑. พื้นที่ที่ที่ส่งมอบโฉนดชุมชนแล้ว คือ บ้านแม่อาว จ.ลำพูน
๒. พื้นที่ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการสำรวจตรวจสอบโฉนดชุมชน ประกอบด้วยบ้านห้วยหินลาด บ้านพรสวรรค์ บ้านแม่คองซ้าย บ้านป่าเส้า บ้านแม่หมี บ้านกลาง บ้านสัน บ้านหนองห้า บ้านจำปา บ้านธาตุขิงแดง และ ต.แม่ทา
๓. พื้นที่นำร่องธนาคารที่ดิน งบประมาณ ๑๖๗.๙ ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านโป่ง บ้านแพะใต้ บ้านท่ากอม่วง บ้านไร่ดง และบ้านแม่คง
ซึ่งพื้นที่เหล่านี้จะยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ระดับภาคต่อไป คุณประยงค์ ดอกลำใย กล่าว






