เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ และสภาพัฒนาการเมือง จัดงานสมัชชา “ผนึกพลังสู่ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่” ณ อาคารห้องประชุมพุทธสถาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ โดยมีผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ และภาคีเข้าร่วมประมาณ ๔๐๐ คน
ในที่ประชุมมีการเสวนา “อนาคตทิศทางการพัฒนาความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่”
นายวิทัศน์ เตชะบุญ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคม พร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุน และเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคม แต่ชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผู้นำชุมชนต้องมีคุณธรรมและเสียสละเพื่อส่วนรวม ต้องใฝ่แสวงหาความรู้ความรู้อยู่ตลอดเวลา แล้วจะเกิดความยั่งยืน แต่อย่างไรก็ตามชุมชนต้องเตรียมความพร้อมรับมือประชาคมอาเซียนด้วย
นายประยงค์ ดอกลำใย เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน กล่าวว่า ปัญหาสำคัญเรื่องที่ดิน ได้แก่ เรื่องการกระจุกตัวของที่ดิน การประกาศเขตที่ดินของเขตรับบาลทับซ้อนที่ดินชุมชน ปัญหาที่ดินหลุดมือ และการเปลี่ยนแปลงที่สำหรับการเกษตรไปเป็นที่เมือง ที่โรงงาน ที่ผ่านมาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินได้ร่วมผลักดันเรื่องโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน และการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร หลังจากนี้คงต้องรอว่ารัฐบาลใหม่จะเดินหน้าเรื่องที่ดินอย่างไร
นายอัมพร แก้วหนู เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ให้ข้อเสนอเพิ่มเติมในเรื่องของการแก้ปัญหาที่ดินว่า การต่อสู้ให้ได้ที่ดินนั้นยากมาก แต่การต่อสู้ให้เก็บที่ดินไว้นั้นยากกว่า ปัจจุบันเรามักจะนึกถึงแต่ประชาธิปไตยทางอ้อม คือใช้ตัวแทนในสภา เป็นสภาผู้แทนราษฎร จนลืมสภาที่ประชาชนมีอำนาจเต็มที่ ไม่ต้องมีตัวแทน ไม่ต้องมีผู้แทน นั่นก็คือสภาองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นอำนาจทางตรงในการแก้ปัญหาทุกเรื่อง
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดการที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในเมือง ๕ เมือง ๓๘ โครงการ ๓,๐๖๔ ครัวเรือน มีการแก้ไขที่ดินทำกินในชนบท ๑๒ อำเภอ ๒๐ ตำบล ๕๔ หมู่บ้าน เน้นสิทธิในการจัดการที่ดินโดยชุมชนเป็นหลักสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชน การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การสร้างพื้นที่ต้นแบบเพื่อการขยายผลไปยังพื้นที่ใหม่ ๑๐๖ ตำบล มีพื้นที่ กองทุนชุมชนและเศรษฐกิจชุมชน ๑๐ ตำบล มีการพัฒนาคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน พื้นที่ต้นแบบ ๑๐ ตำบล พื้นที่ขยายผลครอบคลุม ๖๐ ตำบล สามารถดูแลสมาชิกได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึงทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่มเป้าหมาย และการดำเนินการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนจำนวน ๖๓ ตำบล
ในการประชุมดังกล่าวเครือข่ายองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ยัง ได้มีการประกาศทิศทางการขับเคลื่อนงานภายใต้ยุทธศาสตร์ “สร้างการเรียนรู้ ฟื้นฟูวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน” มีประเด็นงานในการขับเคลื่อน ๗ ด้านประกอบด้วย ด้านสวัสดิการชุมชน ด้านสภาองค์กรชุมชน ด้านการจัดการที่ดินเมืองและชนบท ด้านส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชน ด้านสังคม ด้านองค์กรการเงินและทุนชุมชน ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายสร้างพื้นที่ตำบลรูปธรรม และยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือเชื่อมโยง เชื่อมประสานการทำงานระหว่างท้องที่ ท้องถิ่นและหน่วยงานภาคี สร้างกลไกติดตามประเมินผลแบบมีส่วนร่วม และสร้างพลังการพัฒนาสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง
“จากวันนี้ไป เราจะร่วมกันสรรสร้าง
ยึดประโยชน์ฐานล่าง เป็นบรรทัดฐาน
ร่วมมือกับภาคี ทุกระดับ ที่เชี่ยวชาญ
สร้างปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงจังหวัดเชียงใหม่...โดยชุมชน”
ดวงมณี เครื่องร้อน รายงาน




