ภัยพิบัติจากน้ำท่วมในครั้งนี้ สร้างความตื่นตัวให้กับชุมชนที่ต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ช่วยตนเองและพึ่งกันเองในเรื่องที่สามารถจัดการได้ รวมทั้งเครือข่ายชุมชนในหลายพื้นที่ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบ ต่างมีจิตสำนึกในการช่วยเหลือดูแลชุมชนที่เดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า เช่นที่ จ.ลพบุรี
นายธีรวิทย์ บุญเกิด ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี เล่าว่าพื้นที่ตำบลป่าตาลเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากเช่นกัน แต่มีความคล่องตัวในการประสานตำบลอื่นๆ ที่ได้รับความเสียหายน้อยเช่นกุดตาเพชร มาช่วยกันดูแลผู้ประสบภัย จึงเป็นที่มาของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ ม.รามคำแหง จ.ลพบุรี ที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือ ในสองสามตำบลใกล้เคียง
ศูนย์ต้องจัดทำอาหารรองรับผู้เดือดร้อนประมาณ ๒,๐๐๐ คน/ต่อวัน มีทั้งที่ต้องจัดส่งให้ในจุดที่ยากลำบากต่อการเดินทาง และมีคนมารับไปเอง ดีที่มีแม่ครัวจากชุมชนและผักสดในพื้นที่มาช่วย และมีผู้บริจาคทั้งเรื่องอาหารและเงินจากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ สถานะของสภาองค์กรชุมชนมีความคล่องตัวในการประสานกับอบต.ในพื้นที่และการรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ หรือที่ศูนย์ผู้ประสบภัยวัด ทุ่งนาบุญ ต.สี่คลอง อ.เมือง นายประทีป คัมภีรทัศน์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลสี่คลอง เล่าว่าในพื้นที่น้ำท่วมหมด เหลือเพียงศาลาเปรียญวัดวัดทุ่งนาบุญที่ชาวบ้านได้ใช้เป็นที่พัก กองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ได้ช่วยในเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ให้กับวัด
พื้นที่ประสบภัยอื่นๆ เช่น จ.นครสวรรค์ มีศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลายจุดเพราะมีผู้เดือดร้อนมาก ในส่วนที่ดำเนินการโดยเครือข่ายชุมชนร่วมกับหน่วยงานได้แก่ ศูนย์ช่วยเหลือที่วัดกกและวัดเขา ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลนครสวรรค์
ในภาวะวิกฤติของชุมชนที่มีความหนักหนาสาหัสขนาดนี้ เครือข่ายชุมชนหรือองค์กรชุมชนในพื้นที่ซึ่งมีต้นทุนในเรื่องความรู้ความเข้าใจต่อสภาพในพื้นที่เป็นอย่างดี รู้ปัญหาของชุมชนมากกว่าคน ภายนอก จึงมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาของชุมชนเช่นเครือข่ายองค์กรชุมชนลูกพ่อขุนรามได้ร่วมมือกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลในจังหวัดสุโขทัย เห็นชอบให้ดำเนินการฟื้นฟูชุมชนที่ประสบภัยพิบัติเป็นวาระเร่งเด่วน ภายใต้งบประมาณเบื้องต้น ๗๕๐,๐๐๐ บาท
หรือการทำหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการภาคประชาชน ที่วัดดอยท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ที่เริ่มจากการประสานงานขององค์กรชุมชนในพื้นที่เช่นเครือข่ายชุมชนเมือง กองทุนสวัสดิการชุมชน หน่วยงานพัฒนาอื่นๆ ร่วมกับหน่วยราชการในจังหวัด สื่อมวลชน ทำหน้าที่แก้ปัญหาให้กับชุมชนจากภัยธรรมชาติ ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากเมื่อ ๙ กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สามารถแก้ปัญหาเรื่องถนน หนทาง ประปา การสร้าง ซ่อมแซมบ้านให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายหนักได้รวดเร็ว โดยมีทีมงานของเสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ ช่วยสร้างซ่อมแซมบ้านให้กับผู้ประสบภัย ๔ หลัง ส่วนการฟื้นฟูชุมชนระยะยาวเป็นเรื่องที่ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ต้องดำเนินการต่อไป
การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน น่าจะเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาของชุมชนที่กำลังประสบภัยพิบัติ ซึ่งต้องทำร่วมกับหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง ผู้นำชุมชนบางคนระบุว่าในพื้นที่ชนบทหลายๆแห่งการจัดการระดับตำบล น่าจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด




