สิงห์บุรี/ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๔ ขบวนองค์กรชุมชนภาคกลาง ๙ จังหวัด ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคกลาง ร่วมประชุมสถานการณ์พื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมเพื่อเป็นแนวทางการเชื่อมโยงสภาองค์กรชุมชน เพื่อผลักดันแนวทางจัดการตนเองของชุมชนเพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติที่ผ่านมา และหารือแนวทางการสนับสนุนศูนย์ประสานงานการจัดการภัยพิบัติโดยขบวนชุมชนท้องถิ่น ณ ศูนย์ประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี
โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ ๓ ประการ เพื่อ ๑. รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติภาคกลาง ๙ จังหวัด/พร้อมแลกเปลี่ยนสถานการณ์น้ำ ๒. แนวทางการเชื่อมโยงการจัดการภัยพิบัติกับบทบาทสำคัญของสภาองค์กรชุมชน ๓. ออกแบบแนวทางการจัดการศูนย์ประสานงานภัยพิบัติโดยชุมชน/โมเดลชุมชนจัดการตนเอง
กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมในการสัมมนาครั้งนี้ ประกอบด้วย คณะทำงานขบวนองค์กรชุมชน ๙ จังหวัด ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน คณะอนุกรรมการภาค และ พอช. รวม ๒๙ คน
พระอาจารย์อมรมิตร คัมภีรธัมโม อนุกรรมการภาคฯ กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยพิบัติปี ๔๙ นับว่าเป็นบทเรียนสำคัญของชุมชนโดยไม่มีใครทำข้อมูลได้ดีเท่ากับชุมชนเอง และนับว่ายากต่อการจัดการตนเองและการแก้ปัญหาซึ่งแนวทางการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อการจัดการระดับจังหวัดและตำบล สภาองค์กรชุมชนควรลุกขึ้นมาจัดการตนเองให้มีกระบวนการสื่อสารและประสานกันภายในขบวนชุมชน พระอาจารย์อมรมิตรมีความเห็นว่าควรมีการจัดการร่วมเพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัตินั้น ควรมีระบบการจัดการงบประมาณที่จัดการได้รวดเร็วสอดคล้องกับความเดือดร้อน โดยขบวนองค์กรชุมชน/สภาองค์กรชุมชนต้องลุกขึ้นมาดำเนินการเพื่อกระตุ้นแนวคิดเพื่อการจัดการตนเองในทุกระดับ
นายชัยวิชญ์ภณ ตังกิจ รักษาการผู้จัดการสำนักงานภาคกลาง กล่าวถึง สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น นับว่าชุมชนต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเองและเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำ ทั้งในปัญหาเฉพาะหน้า ระยะกลาง และระยะยาว และสิ่งสำคัญ คือร่วมคิดและวางแผนแนวทางการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน สำหรับแผนระยะยาวนั้น ต้องฟื้นฟูชุมชนหลังประสบภัยพิบัติ
ปฐมมน กัณหา ผู้นำชุมชนในคณะประสานงานองค์กรชุมชน จ.สระบุรี เล่าว่าสถานการณ์ภัยพิบัติ ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ส่งเสริมให้ผู้ประสบภัยพิบัติร่วมเรียนรู้เพื่อสามารถจัดการตนเองได้มากกว่าการรอรับแต่ต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเองดังกล่าวชุมชนวางแนวทางการเชื่อมโยง
ทิสาปาโมกข์ ปรึกษากิ่ง เล่าว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยพื้นที่อำเภอเสาไห้จะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มีปริมาณน้ำมาก แนวทางการบรรเทาความทุกข์ร้อนเบื้องต้น คือ ชุมชนต้องมีการจัดการตนเองโดยการดูแลกันภายในชุมชนเอง เช่น การลงข่ายหาปลาเพื่อเลี้ยงชีพ สำรวจและจัดทำข้อมูลผู้ประสบภัย และได้มีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องขบวนชุมชนกรณีมีความเดือดร้อนเร่งด่วน เป็นต้น ทิสาปาโมกข์ มีความเห็นว่า กระบวนการฟื้นฟูขบวนชุมชนต้องมีส่วนร่วมดูแลและจัดสรรเพื่อเข้าถึงพื้นที่ความเดือดร้อนเพื่อป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น
อร่ามศรี จันทร์สุขศรี แลกเปลี่ยนว่า ชุมชนต้องตระหนักถึงการจัดการทุนภายในชุมชน ซึ่งมีการจัดการเบื้องต้นต้องทำให้เห็นผลร่วม โดยมีความยั่งยืนในระยะยาว หลายคนอาจกล่าวว่าอาจได้รับการสนับสนุนงบประมาณล่าช้า ทำให้เกิดการทบทวน และกระตุ้นความคิดของชุมชนเพื่อให้เกิดการตัดสินใจร่วมจากความต้องการของชุมชน กับมหาอุทกภัยครั้งนี้มีความปลื้มใจจากถุงพระราชทานชุมชนมีส่วนร่วมในการ จัดการมากกว่าการรับของอย่างเดียว และมิติความสำเร็จของศูนย์การจัดการภัยพิบัติอาจกล่าวได้ว่า
"การจัดตั้งศูนย์ประสานงาน ไม่ใช่เพียงแค่อาคารสถานที่ แต่ฟื้นฟูมาจากสิ่งทีชีวิตที่ขยายผลของขบวนชุมชน โดยกลไกสภาองค์กรชุมชน และขบวนชุมชน ต้องมีความพร้อมพรักในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติและต้องดำเนินงานที่สัมพันธ์ กับนโยบายของรัฐ ตามโครงข่ายศูนย์ประสานงานของขบวน ๙ จังหวัด วางแผนระดับพื้นที่ปฏิบัติการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น มากกว่าการสงเคราะห์แต่ต้องส่งเสริม ซึ่งระบบของเราต้องชัด มีการจัดการได้ "
สามารถ วีระกุล อนุกรรมการภาคฯ กล่าวว่า สถานการณ์ภัยพิบัติดังกล่าว โดยความร่วมมือของทีมสอช. ได้ลงเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น ได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องเยอะมากทั้งเมืองและชนบท จึงได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อช่วยพี่น้องทั้งเมืองชนบท นอกจากนี้สอช. ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานทรัพย์สินฯ โดยได้สนับสนุนศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย ภาคกลาง ๒๔ ศูนย์ ภาคตะวันตก ๔ ศูนย์และได้ประสานความร่วมมือเพื่อครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงานในทุกมิติ
กนิษฐา ปรีชาพีชคุปต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กล่าวว่า การจัดการภัยพิบัติความช่วยเหลือยังมาไม่ถึงฐานองค์กรชุมชนเท่าที่ควร แต่ในเบื้องต้นหลายหน่วยงาน แม้กระทั่งขบวนชุมชนต้องจัดการตนเองตามศักยภาพที่มีซึ่งแตกต่างกันตามบริบทของพื้นที่ ทั้งนี้ ขบวนพี่น้อง สอช.ดำเนินการร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน รวมพลจัดกระบวนการตั้งศูนย์ภัยพิบัติ กับการเริ่มต้นที่แตกต่างแต่ไม่แตกแยกเพื่อหนุนเสริมให้พื้นที่ประสบภัยสามารถบริหารจัดการตนเองเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ปฏิบัติการ
ก. ตั้งศูนย์ประสานงาน/จุดประสานงาน ภายใต้สภาองค์กรชุมชนตำบลที่มีความเป็นเอกภาพ และเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชน
ข. ใช้สภาองค์กรชุมชนโดยขบวนจังหวัดเชื่อมโยงการทำงาน
ค. ความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ ประกอบด้วย ๑) ปัจจัย ๔ ขั้นพื้นฐาน ๒) ระบบการสื่อสารผู้เดือดร้อนสู่ภายนอกที่ทั่วถึง ๓) การคมนาคมที่ลำบากยากต่อการเข้าถึงต้องมีแนวทางการฟื้นฟูจากซื้อรถคันแรก มาเป็น เรือ ๑ ลำต่อครัวเรือน
ง. แนวทางการฟื้นฟูระยะยาว/วิถีชีวิตชุมชน ส่งเสริมความรู้ขั้นพื้นฐานให้เยาวชน และกลไกสภาองค์กรชุมชน เช่น ฝึกสอนว่ายน้ำ/ตั้งโรงเรียน การอยู่กับน้ำให้เป็น การปรุงอาหารที่สะดวก สะอาด เป็นต้น




