การประชุมคณะอนุกรรมการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน ครั้งที่ 7/2554 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2554 ที่ห้องประชุมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีการพิจารณาแนวทางการสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
จากภาพรวมสถานการณ์การทำงานของขบวนชุมชนที่เดินหน้าเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ทั้งการจัดระบบการประสานงาน การรับบริจาค การเชื่อมโยงเครือข่าย การตั้งศูนย์จัดทำอาหาร การตั้งศูนย์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่มีการจัดระบบและกระบวนการ รวมถึงการลงพื้นที่สนับสนุนการจัดตั้งผู้ประสบภัยของขบวนชุมชนจังหวัด ขบวนสหพันธ์พัฒนาชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ(สอช.) ที่ได้ดำเนินการในพื้นที่ประสบภัยในกว่า 30 พื้นที่ เช่น ศูนย์ผู้ประสพภัยอ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี (1 ศูนย์ ดูแลพื้นที่ครอบคลุม 8 ตำบล 6,000 ครัวเรือน)
จากการเดินหน้าช่วยเหลือเฉพาะหน้า ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมค้นหาแนวทางการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมโดยมีเป้าหมายเพื่อรวมกลุ่มผู้เดือดร้อน จัดระบบการทำงานของขบวนชุมชนผ่านการจัดการศูนย์และกิจกรรมการฟื้นฟู พัฒนาวิธีคิดจิตสำนึกขบวนชุมชนและแนวการพัฒนาโดยชุมชนท้องถิ่น พัฒนาพื้นที่รูปธรรมเมืองและตำบลจัดการตนเอง และพัฒนาแกนนำชุมชน คนทำงานของพอช. โดยเน้นการจัดขบวนชุมชน การจัดการศูนย์ โครงการฟื้นฟู การสำรวจการทำข้อมูล การทำแผนที่ กิจกรรมการฟื้นฟู เช่น การซ่อม สร้างบ้าน การทำเกษตร เป็นต้น การถอดองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยน เป็นเครื่องมือในการนำไปสู่เป้าหมาย
แนวทางการทำงานฟื้นฟูน้ำท่วมปี 2554 มีหลักสำคัญดังนี้ 
· ปฎิรูปขบวนจังหวัด สร้างระบบกลไกการเชื่อมโยงระดับจังหวัดที่มีพื้นที่รูปธรรมและขยายแนวราบเพื่อเพิ่มพื้นที่รูปธรรมการจัดการตนเองในระดับพื้นที่เมือง/เขต และตำบล ทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงขบวนชุมชนทุกขบวน
· พัฒนาระบบทีมทำงานร่วมของเจ้าหน้าที่และขบวนชุมชนจากส่วนกลางและพื้นที่ ทำบทบาทการจัดระบบชุมชนมากกว่าการจัดการโครงการ งบประมาณ
· การปรับระบบโครงการและงบประมาณให้สอดคล้องกับแนวการทำงานในพื้นที่
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานคณะอนุกรรมการโครงการเสริมสร้างฯ ระบุว่าพอช.มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงขบวนชุมชน ภาคี เข้ามาร่วมขับเคลื่อนสังคม (Social Movement) โดยใช้วาระการจัดการภัยพิบัติที่ในการเชื่อมโยงขบวนและภาคี สร้างพื้นที่สาธารณะในการทำงานร่วม การสร้างจิตสำนึกสาธารณะ การสร้างความเป็นเจ้าของร่วม ในการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ วิธีการ กระบวนการการขับเคลื่อน สู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อีกทั้งเป็นการเปิดทางทางความคิด การทำงานอย่างมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ ขบวนชุมชน ประเด็น พื้นที่ และภาคี
อย่างไรก็ตาม หาก ณ เวลาปัจจุบันการเดินหน้าเรื่องการช่วยเหลือเฉพาะหน้าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน แต่นับเป็นโอกาสอันดีในการเปิดพื้นที่เพื่อระดมความคิด ในการวางแนวทางฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับภัยพิบัติครั้งนี้ ซึ่งการแก้ปัญหาภัยพิบัติโดยชุมชน ได้ดำเนินการหลายพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2549 มีรูปธรรมในการจัดการภัยพิบัติชัดเจนมากขึ้นแต่สิ่งสำคัญคือ การเชื่อมโยงแนวทางร่วมในการจัดการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที อีกทั้งต้องมีการบูรณาการหลักการ แนวทางที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเพื่อจัดการสภาวะและสถานการณ์ทั้งในเชิงรุก แผนงาน การจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติ รวมถึงระบบ กระบวนการ งบประมาณที่สนับสนุน และการหนุนเสริมภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว




