เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2554 ณ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตำบลดอนยอ (วัดชวดบัว) อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่อง “ข้อคิดเห็นแนวทาง การป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม” เพื่อสรุปบทเรียนการทำงานที่ผ่านมาของขบวนชุมชน และวางแผนการรับมือกับภัยน้ำท่วมครั้งต่อไป
ผู้เข้าร่วมการเสวนาได้แก่ นายจำรัส อมรดลใจ ตัวแทนเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นาย สมภพ พร้อมพอชื่นบุญ ตัวแทนสหพันพธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ นายเจษฎา มิ่งสมร คณะทำงานขบวนจังหวัดฉะเชิงเทรา นายสุรัตน์ ประเสริฐ นายช่างชลประทานอาวุโส จ.นครนายก และตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วม ได้แก่ นายธนเพิ่ม ยิ่งเจริญ ตัวแทนตำบลดอนยอ จ.นครนายก และนายทิพวรรณ ช่วงจั่น ตัวแทนพื้นที่ ต.บางแตน จ.ปราจีนบุรี
เวทีเสวนาได้สรุปข้อคิดเห็นต่อเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ช่วงก่อนน้ำท่วม ช่วงน้ำท่วม และหลังน้ำลด โดยในวงเสวนามีข้อเสนอให้ชุมชนปฏิบัติการรับมือภัยน้ำท่วม ดังนี้
ช่วงก่อนน้ำท่วม
1.แผนการรับมือหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ต้องสมมติให้เป็นแผนในกรณีที่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่สุด เช่น ตัดน้ำ ตัดไฟ ขาดการติดต่อสื่อสารจากภายนอก ชุมชนควรจะมีแผนรับมืออย่างไร
2.ชุมชนต้องเตรียมแผนการรับมือเหตุการณ์น้ำท่วม โดยจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติของชุมชน/ตำบล อาจเริ่มจากสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนสมทบคนละ 1 บาท เข้ากองทุน เพื่อนำเงินมาใช้ยามฉุกเฉิน บรรเทาความเดือนร้อนเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ ซึ่งชุมชนจะมีอำนาจบริหารจัดการและตัดสินใจตัวตนเอง
ช่วงน้ำท่วม
1.ควรให้ชุมชนลุกขึ้นมามีบทบาทในการช่วยเหลือตนเองในยามเกิดภัยพิบัติ มีส่วนในการบริหารจัดการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งจะมีการแบ่งเป็นทีมทำงานต่างๆ เช่น ทีมข้อมูล ทีมซ่อมสร้าง สามารถช่วยเหลืองานกันได้ตามความถนัด ไม่ใช่นิ่งรอแต่ความช่วยเหลือจากภายนอก และในระหว่างดำเนินการหากมีปัญหาเกิดขึ้น ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข
2.ควรมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น เพื่อกระจายการรูปแบบช่วยเหลือให้ครอบคลุม ทั่วถึง และมีข้อมูลชุดเดียวกัน
3.การกระจายของที่ได้รับบริจาค โดยส่วนใหญ่จะมีหน่วยงานภายนอกนำสิ่งของมาให้หลายหน่วยงาน แต่ของที่นำมาให้มักไม่ครบกับจำนวนคนในพื้นที่ จึงควรนำของที่ได้รับจากทุกหน่วยงานมารวมกันที่จุดเดียวคือศูนย์ช่วยเหลือผู้ประภัย ก่อนจะกระจายไปยังชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนที่เดือนร้อนได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
ช่วงหลังน้ำลด
1.จัดทำแผนที่ตำบล โดยสำรวจพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมสูงมาก-น้อย เพื่อให้สามารถวางแผนการป้องกัน และฟื้นฟูพื้นที่ในครั้งต่อไปได้ถูกต้อง
2.สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักว่าในยามเหตุการณ์น้ำท่วมจะมีแต่ชาวบ้านเท่านั้นที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เป็นลำดับแรก ฉะนั้นชุมชนต้องร่วมมือช่วยเหลือกันก่อนหวังพึ่งความช่วยเหลือจากภายนอก
3.ควรมีการวางแผนทำงานของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แผนระยะสั้นเช่น การจัดการเรื่องที่พัก อาหาร ส่วนแผนระยะยาวเช่น การฟื้นฟูสภาพพื้นที่ การเชื่อมโยงการทำงานเรื่องการแก้ไขภัยน้ำท่วมกับขบวนองค์กรชุมชนระหว่างจังหวัด ภาค ประเทศ เพื่อให้ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยมีกระบวนการทำงานต่อเนื่องตลอดทั้งปี แม้จะยังไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้น ก็ให้เป็นทำงานในรูปแบบการป้องกันภัย
ภายในงานเสวนายังมีการสาธิตการทำเสื้อชูชีพทำมือ และการทำ EM BALL โดยนายเชาวลิต ภูมี ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดอนยอ เปิดเผยว่า กลุ่มสมาชิกสวัสดิการชุมชนและกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ได้ร่วมกันทำเสื้อชูชีพทำมือ เพื่อมอบให้พี่น้องที่ยังได้รับความเดือนร้อนจากภาวะน้ำท่วม โดยตั้งเป้าทำเสื้อชูชีพทำมือให้ได้ 300 ตัว เหตุที่กองทุนสวัสดิการชุมชนที่นี่เลือกทำเสื้อชูชีพช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัย เนื่องจากสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนที่นี่ยังมีจำนวนน้อย ประกอบกับในพื้นที่ตำบลดอนยอเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม กลุ่มสมาชิกและชาวบ้านจึงไม่สะดวกที่จะบริจาคเงิน แต่ก็ยังมีความตั้งใจที่ช่วยเหลือพี่น้องพื้นที่อื่น จึงได้รวมตัวกันทำเสื้อชูชีพทำมือ และรับบริจาคยารักษาโรคน้ำกัดเท้า เพื่อนำไปให้ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยต่อไป
ในวันเดียวกันนายแฉล้ม ทรัพย์มูล ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ เปิดเผยด้วยว่า วันที่ 4 พ.ย. 2554 จะมีการประชุมสภาองค์กรชุมชนเพื่อคัดเลือกตัวแทนสภาฯ เข้าไปเป็นคณะกรรมการในศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ของรัฐบาล เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น




