ขบวนชุมชนลูกพ่อขุนราม หรือขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุโขทัย ผนึกกำลังสภาองค์กรชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชน องค์กรการเงิน และพลังประชาชน จับมือผู้ใหญ่บ้านแหนบทองคำ เร่งฟื้นฟูเก็บพันธ์ข้าวก่อนจะสูญหายไปกับน้ำท่วม และให้ทุกตำบลทำแผนที่จัดการน้ำทั้ง 9 อำเภด นัดประมวลสรุปข้อมูล 29 พย.นี้
นายสมศักดิ์ คำทองคง ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดสุโขทัย ได้กล่าวถึงการฟื้นฟูชุมชนหลังประสบภัยนำท่วม ในพื้นที่จ.สุโขทัย ที่ดำเนินการโดยขบวนชุมชนและท้องถิ่นว่า ได้มีการจัดประชุมแกนนำขบวนชุมชนทั้งจังหวัดจำนวน 45 คน เพื่อหารือเรื่องการฟื้นฟูและเก็บพันธ์ข้าว พร้อมการจัดทำแผนที่จัดการน้ำทั้ง 90 ตำบล ใน 9 อำเภอ เพื่อรองรับและแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกหมู่บ้านและตำบล เพื่อเสนอจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งสองเรื่องมีความคืบหน้าในการดำเนินการงานไปแล้ว ดังนี้
การฟื้นฟูและเก็บพันธ์ข้าวได้ระดมความช่วยเหลือจากผู้นำและชาวบ้านที่เก็บพันธ์ข้าวในทุกตำบล พร้อมเตรียมทำนาหลังน้ำลด พันธ์ข้าวที่มีอยู่ตอนนี้เพียงพอที่จะใช้ในปีนี้ แต่หลังจากนี้จะมีระบบการจัดเก็บให้มากกว่านี้ เพราะน้ำท่วมบ่อยมากบางพื้นที่น้ำมา 11 รอบในปีนี้ ถ้าไม่คิดรระบบการจัดเก็บ พันธ์ข้าวจะสูญหาย และเป็นภัยพิบัติของชาวนาในระยะต่อไป เฉพาะอ.กงไกรลาสพื้นที่นาเสียหาย ประมาณ 30,000 ไร่ กว่า 180 ล้านบาท ซึ่งมีการทำนาปีละครั้งและมีน้ำจากบ่อใต้ดินใช้ในการทำนาในพื้นที่ประมาณ 20- 30 ไร่
ในเรื่องการจัดการน้ำทั้งระบบ ขณะนี้ทุกตำบลได้ทำข้อมูลแผนที่จัดการน้ำเพื่อรองรับการแก้ปัญหาอุทกภัยทุกตำบล ทั้ง 9 อำเภอ โดยทำเสร็จแล้ว 8 อำเภอ ซึ่งจะนัดประชุมเพื่อสรุปข้อมูลร่วมกันในวันที่ 29 พย.นี้ นายสมศักดิ์ ระบุว่าทุกตำบลชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ จะรู้จักพื้นที่ รู้เส้นทางของน้ำและมีภูมิปัญญาท้องถิ่น หวังให้มีการแก้ปัญหาทั้งระบบ ไม่ใช่ทำเพียงจุดใดจุดหนึ่ง เมื่อประมวลข้อมูลจากทุกตำบลแล้ว จะได้ประชุมนำเสนอจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงประมาณกลางเดือนธันวาคมนี้
สำหรับบทบาทของกองทุนสวัสดิการชุมชนกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นางวิไลภรณ์ แจ่มจันทร์ เลขานุการขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุโขทัย เล่าว่า ในช่วงเกิดภัยพิบัติกองทุนสวัสดิการชุมชนหลายตำบล ได้ช่วยหลือสมาชิกกองทุนที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อน และประสานกับหน่วยงานเพื่อการช่วยเหลือคนในตำบลที่รายชื่อตกหล่นจากการสำรวจ การช่วยและดูแลผู้ด้อยโอกาสแม้ไม่เป็นสมาชิกกองทุน ทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนบางตำบลมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเช่นตำบลปากแคว เพราะประชาชนเห็นถึงประโยชน์ของกองทุนฯ
นอกเหนือจากการช่วยเหลือและฟื้นฟูชุมชนในจังหวัดสุโขทัยแล้ว นางทรรศวรรณ ลีสวน ประธานกองทุนสวัสดิ่การชุมชนตำบลสารจิตร กล่าวว่า จากการประชุมแกนนำของขบวนชุมชนจังหวัด มีข้อตกลงให้แกนนำชุมชนทุกอำเภอ ระดมข้าวสาร ผัก ผลไม้ที่มีอยู่แล้วในตำบลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ ปริมณฑล ซึ่งในรอบแรกเราได้ข้าวสารจำนวน 10 ตัน ปลาย่าง หน่อไม้ดอง มะละกอ กล้วย ฟัก ฯลฯ ซึ่งเป็นข้าวสารและผักจากชาวบ้านถึงผู้ประสบภัยจริงๆ เราทำในนามขบวนชุมชนจังหวัด ภายใต้แนวคิด ขบวนชุมชนคนไม่ทิ้งกัน นางทรรศวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ใน จ.สุโขทัย มีพื้นที่ๆจดแจ้งจัดสภาองค์กรชุมชนแล้ว 52 ตำบล มีกองทุนสวัสดิการชุมชน 74 ตำบล ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการฟื้นฟูและวางแผนรับมือป้องกันภัยพิบัติโดยขบวนชุมชนท้องถิ่น ร่วมกับภาคส่วนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป




