playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

altขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน เชื่อมโยงภาคีรัฐ ท้องถิ่น ท้องที่ เอกชน “จัดตั้งครัวหลวง” เปิดศูนย์ปฏิบัติการ “ตุ้มโฮมฮักแพงแบ่งปันขบวนชุมชนอีสาน สู่ผู้ประสบภัย” ระดมธารน้ำใจคนอีสาน 20 จังหวัด จัดพิธีบายสีสู่ขัวญแก่พี่น้องผู้ประสบภัยจากกรุงเทพปริมณฑล และภาคกลาง พร้อมปล่อยขบวนคาราวานส่งความช่วยเหลือรอบแรกแบ่ง 3 สาย ลงพื้นที่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล ลพบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สระบุรี อยุธยา และอ่างทอง

นครราชสีมา/ เมื่อวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา ขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสานตอนใต้ 6 จังหวัด ร่วมกับ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ พอช. ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครราชสีมา เทศบาลตำบลกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เครือข่ายภัยพิบัติภาคอีสาน เครือข่ายผู้ประสบภัย จ.นครราชสีมา เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนอีสาน  สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมือง และชมรม Jeeb ภาคอีสาน “จัดตั้งครัวหลวง” เปิดศูนย์ปฏิบัติการ “ตุ้มโฮมฮักแพงแบ่งปันขบวนชุมชนอีสาน สู่ผู้ประสบภัย” พร้อมปล่อยกองคาราวานช่วยเหลือ ณ วัดมิตรภาพวนาราม เทศบาลตำบลกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเฉพาะหน้าเร่งด่วน หวังเชื่อมโยงยกระดับขบวนองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา พัฒนายุทธศาสตร์ระยะยาวในการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน

altนายสมคิด สิริวัฒนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวรายงานระบุว่า วันนี้เป็นการที่ขบวนองค์กรชุมชน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ปล่อยขบวนคาราวาน ข้าวของอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อาหารสด พืชผัก อาหารแห้ง เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล และภาคกลาง ช่วงที่ผ่านมาขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน ได้มีการประชุมเตรียมการ และกระจายตัวไปในแต่ละจังหวัดบอกข่าวกับพี่น้อง มีการออกแบบระบบการบริหารงาน ระบบข้อมมูลพื้นที่ประสบภัย การประสานสิ่งของจากพี่น้องภาคอีสาน ซึ่งยอดรวม ณ วันที่ 19 พ.ย. 54 เราระดมธารน้ำใจคนอีสานได้ข้าวสารรวม 25 ตัน ยอดเงินบริจาครวม 150,000 บาท และสิ่งของต่างๆ มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท 

         ทั้งนี้เครือข่ายองค์กรชุมชนภาคอีสานได้กำหนดยุทธศาสตร์การจัดการภัยพิบัติไว้ 7 ระบบ ประกอบด้วย 1) พื้นที่ประสบภัยต้องมีการจัดรูปองค์กรที่เชื่อมโยงกันทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน 2) ต้องมีระบบข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด 3) ต้องมีแผนการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ 4) ต้องมีการบริหารกองทุนอย่างโปร่งใสที่เกิดจากภาคประชาชนโดยแท้ 5) มีระบบการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ หน่วยงานในพื้นที่ 6) มีระบบการผลิตที่สอดคล้องกับพื้นที่ วิถีการผลิตที่สอดคล้องกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทุกๆ ปี และ 7)ในพื้นที่เสี่ยงภัยจำเป็นต้องมีพื้นที่กลางรองรับการอพพย เช่นบ้านกลาง หรือบ้านสำรองเพื่อรองรับผู้อพพย สัตว์เลี้ยงในกรณีเร่งด่วนเพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

         อย่างไรก็ตามกิจกรรมของศูนย์ปฏิบัติการฯ จะระดมความช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณะภัย กิจกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ กิจกรรมสื่อวิชาการและงานประชาสัมพันธ์ กิจกรรมการยกระดับขบวนองค์กรชุมชนกับการจัดการตนเอง ซึ่งในการบริหารจัดการศูนย์ฯ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมาได้ระดมสรรพกำลังในทุกด้านเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างมีพลังในการหนุนช่วยการแก้ไขปัญหา โดยได้วางแผนในการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 จนถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2554

altนางทิพย์รัตน นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า วิกฤตภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบกับชุมชนอย่างมาก แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นโอกาสในการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน นับเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าน้ำใจของพี่น้องภาคประชาชนนั้นมีท่วมท้นมากกว่าน้ำท่วมที่ประสบอยู่ พี่น้องขบวนชุมชนจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องกันเองในขบวน

 

นอกจากองค์กรชุมชนในภาคอีสานตอนบนที่ได้ออกมาช่วยผู้ประสบภัยแล้ว วันนี้ขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสานตอนล่างก็ได้ลุกขึ้นมาผนึกกำลังช่วยเหลือเพิ่มเติม แสดงให้เห็นว่าพี่น้องสามารถลุกขึ้นมาบริหารจัดการได้ สิ่งสำคัญในเรื่องภัยพิบัติ คือไม่ได้มีแค่เฉพาะเรื่องน้ำท่วม แต่จะต้องคำนึงถึงภัยด้านอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้น เราจะรับมือกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร กับความสมดุลของประชากร ในความมั่นคงทางอาหารกันอย่างไร การกลับไปสู่ความสมดุลนั้น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะสามารถช่วยให้ชุมชนพ้นจากวิกฤต และรวมถึงช่วยให้โลกพ้นจากวิกฤตได้ด้วยเช่นกัน

          ในพื้นที่ภาคอีสานนั้นมีศักยภาพที่จะเป็นแหล่งอาหาร เป็นอีสานครัวไทย อีสานครัวโลก พี่น้องขบวนภาคอีสานจะขยับสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร มีทิศทางในการจัดการตนเองอย่างไร ขณะนี้เรามีการจัดตั้งศูนย์ฯ ช่วยผู้ประสบภัย มากว่า 128 ศุนย์ ที่มีข้อมูล มีแผนตำบล แผนที่ นำไปสู่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ทั้งการจัดการน้ำ การจัดการที่ดินอย่างเป็นระบบเพื่อที่จะสามารถป้องกัน รับมือกับภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเชื่อมโยงกับหน่วยงานเสนอแผนที่ชุมชนจะจัดการพื้นที่ตนเองอย่างไร เป็นสิ่งที่อยากชวนพี่น้องภาคอีสานได้ลุกขึ้นมาจัดการตนเองในระดับตำบล ให้เกิดความยั่งยืน

altว่าที่ รต.เกรียงศักดิ์ คุณวิเศษ ตัวแทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวในพิธีปล่อยคาราวช่วยผู้ประสบภัย โดยระบุว่า การที่ภาคประชาชนลุกขึ้นมาจัดตั้งศูนย์ปฎิบัติการตุ้มโฮมฮักแพงแบ่งปันขบวนชุมชนอีสาน ณ วัดมิตรภาพวนาราม ชายแดนโคราช เพื่อส่งอาหารที่เราผลิตเองได้ สิ่งของจำเป็น ซึ่งง่ายต่อการขนย้าย นำส่งสู่พื้นที่กรุงเทพปริมณฑลที่ประสบภัยน้ำท่วม กลับกันพี่น้องที่สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา หรือจังหวัดใกล้เคียง ก็สามารถขึ้นมารับสิ่งของได้ด้วยความสะดวก

วันนี้ถือเป็นวันดีที่มีขบวนพี่น้องภาคประชาชนออกมาหนุนเสริมช่วยเหลือผู้ประสบ สามารถจะเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ซึ่งในส่วนของอบจ. ที่ผ่านมาได้มีการสนับสนุนงบประมาณต่อเรือ จำนวน 50 ลำ โดยให้ภาคประชาชนโคราช ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณฯ ต่อเรือให้ พร้อมนำส่งลงพื้นที่ และให้การสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ฯ แห่งนี้จำนวน 150,000 บาท ในการรวมพลังขบวนชุมชนอีสานทั้งในตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง เชื่อมโยงสู่พี่น้องผู้ประสบภัย และเตรียมการรับมือกับภัยหนาวที่กำลังใกล้เข้ามา ซึ่งทางอบจ.พร้อมหนุนเสริมขบวนองค์กรชุมชนต่อไป

alt          ด้านนายสุรชัย นุกิจ ผู้ประสานงานโซนบูรพา 9 เขต สมัชชาสภาองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร ตัวแทนที่มารับมอบสิ่งของธารน้ำใจของคนอีสาน ไปส่งต่อให้ผู้ประสบภัย กล่าวว่า ตนจะนำสิ่งของไปลงใน 6 เขตที่ท่วมหนัก อย่างดอนเมือง 78 ชุมชน รองลงมาเขตหลักสี่ 76 ชุมชน เขตสายไหม 60 ว่าชุมชน เขตบางเขน 74 ชุมชน ที่เริ่มท่วมมาตั้งแต่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา และจะกระจายไปที่เขตบึงกุ่ม บางกะปิ และลาดพร้าวบางส่วน ของที่เราได้รับจากพี่น้องภาคอีสานในครั้งนี้ จะลงไปที่ศูนย์พักพิงหรือโรงครัวที่เป็นจุดประสานงาน เราจะเน้นลงไปในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ที่นอน 300 ชุด ข้าว 60 กระสอบ ทั้งข้าวเหนียวข้าวเจ้า และอาหารสด 1 ตันกว่า

         มาวันนี้รู้สึกชื่นชมที่พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนเรามีน้ำจิตน้ำใจ แบ่งปันในยามทุกข์ยาก เมื่อก่อนคนกรุงเทพดูแลพี่น้องต่างจังหวัด วันนี้กลับกัน หากในภายภาคหน้าเกิดเหตุการณ์ซึ่งไม่ต้องการให้เกิด เราคนกรุงเทพจะมาช่วยเหลือตอบแทน เชื่อมั่นว่าพลังจากคนเล็กๆ เมื่อมารวมกันสามารถเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ได้

        ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ได้กำหนดปฏิทินเคลื่อนขบวนคาราวช่วยเหลือครั้งที่ 2 และจัดเวทีวิชาการยุทธศาสตร์ภัยพิบัติ ขึ้นอีกครั้งในวันที่ 24 พ.ย. 54 และเคลื่อนขบวนครั้งที่ 3 ในวันที่ 2 ธ.ค. 54 เพื่อมอบสิ่งของและประกาศเจตนารมย์ต่อไป 

altalt

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter