playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     ศูนย์ระวังภัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. อาสาหนุนช่วยชุมชนเขตลาดกระบัง เสนอ “ลาดกระบังโมเดล” “หมอไฟ-หมอบ้าน” โดยชุมชนต้องร่วมกำหนดแผนผลักดันน้ำอย่างเป็นระบบ  พร้อมกับเสนอแผนการฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลด 5 ด้าน

     กรุงเทพฯ/ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา ผู้นำชุมชนเขตลาดกระบัง ร่วมกับ สมัชชาสภาองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร และศูนย์ระวังภัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)  ประชุมหารือถึงสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วม การผลักดันน้ำออกจากพื้นที่เขตลาดกระบัง และแผนการฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลด ณ ตึก E12 ห้องประชุมชั้น 3 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 50 คน

     ผศ.ดร.คมสัน มาลีสี รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำ โดยอ้างอิงจาก “บันทึกระดับน้ำ” อาสายามเฝ้าน้ำ ที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างนักศึกษา และผู้นำชุมชน โดยระบุว่า ปริมาณน้ำในเขตพื้นที่ลาดกระบังคาดว่าไม่มีปริมาณน้ำเพิ่มเข้ามาอีก นับจากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ผ่านมา ระดับน้ำได้ลดระดับลงเรื่อยๆ

     น้ำที่ท่วมในพื้นที่ลาดกระบังนั้น รอบแรกเมื่อประมาณวันที่ 17 ต.ค. เป็นการเอ่อท่วมจากลำคลองสายต่างๆเนื่องจากมีภาวะฝน และรอบที่ 2 เป็นผลกระทบจากน้ำเหนือไหลบ่า แต่มีการระดมสูบน้ำออกจากคลองสายหลักอย่างเต็มที่ และไม่ได้มีการปิดประตูระบายน้ำ หรือกั้นไม่ให้น้ำไหลสู่คลองประเวศบุรีรมย์ ทำให้เกิดวิกฤตไม่มาก ที่เป็นเช่นนี้เพราะมีการตั้งรับอย่างดี มีการลงพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

     จะมีบางพื้นที่น้ำท่วมบ้าง เช่นที่ ถนนคุ้มเกล้า-สุวิทวงศ์ คลองมอญ ขุมทอง ร่วมเกล้าบางส่วน เป็นต้น ที่มีการท่วมขัง 

     ผศ.ดร.คมสัน เสนอว่า ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น การนำน้ำจากที่ 1 ไปสู่อีกที่ 1 หากต่างคนต่างผลักดัน อย่างที่หมู่บ้านจัดสรรแต่ละแห่งได้สูบน้ำออกจากหมู่บ้านของตนเอง จะทำให้การเคลื่อนตัวของน้ำผิดปกติ ไม่มีทิศทาง หากจะแก้ปัญหาได้ดี ผู้นำชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมกันในการแก้ปัญหา กำหนดทิศทางการไหลของน้ำให้เห็นภาพรวมทั้งหมดด้วยกัน

     เราสามารถระดมเครื่องสูบน้ำ เพื่อไล่น้ำจากด้านเหนือของเขตลงสู่ด้านใต้ให้เป็นระบบ ไล่จากบนลงล่าง เป็นแผนผลักดันน้ำโดยชุมชน ที่เราต้องมาร่วมกันคิดและกำหนด ปัจจุบันน้ำไม่เติมเข้าพื้นที่แล้ว หากชุมชนจะรวมตัวกันเพื่อขุดลอกคู คลอง โดยเฉพาะบริเวณช่วง คอสะพานต่างๆ จากคลองย่อยสู่คลองหลักที่มีความตื้นเขิน เราจะจัดการอย่างเป็นระบบร่วมกัน

     ทางสถาบันฯ ยินดีที่จะร่วมมือกับชุมชน โดย สจล. ได้พัฒนา “ลาดกระบังโมเดล” ที่เริ่มต้นจากภูมิปัญญาชาวบ้านผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ นำมาสร้างเป็นเครื่องมือในการเร่งความเร็วน้ำ ผลักดันใต้ผิวน้ำ นอกจากนั้นทางสถาบันฯ ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องไฟฟ้า โดยมีทีม “หมอไฟ” ทีมงานที่จะช่วยชุมชนในการตรวจระบบไฟฟ้าเบื้องต้น เช็คเบรคเกอร์ ทดสอบปลั๊กไฟ ที่เป็นการรวมกลุ่มของนักศึกษาและคณาจารย์สถาบันฯ และมีทีม “หมอบ้าน” ที่จะคอยให้คำแนะนำในเรื่องการดูแลบ้านหลังน้ำท่วมอีกด้วย

     ด้านนายณัชพล เกิดเกษม ประธานสมัชชาสภาองค์กรชุมชนกรุงเทพฯ กล่าวว่า ชุมชนในเขตลาดกระบังประสบปัญหาน้ำท่วม 34 ชุมชน ในแขวงลาดกระบัง ลำปลาทิว คลองสามประเวศ คลองสองต้นนุ่น ทับยาว และขุมทอง โดยในเบื้องต้นมีการเปิดศูนย์พักพิง จัดทำโรงครัว 3 แห่ง ที่โรงเรียนวัดบึงบัว โรงเรียนวัดสุทธาโภช และชุมชนบำรุงรื่น ซึ่งจะมีการปิดศูนย์ในวันเปิดภาคเรียน เราจึงได้เตรียมศูนย์พักพิงต้อนรับคนกลับเข้าบ้านไม่ได้ที่วัดสุทธาโภชไว้ 1 แห่ง ซึ่งจะมีโรงครัวชุมชน ที่นอนหมอนมุ้ง และการจัดระบบกลไกภายในศูนย์ที่เราจะต้องมาช่วยกันจัดการต่อ 

     และเสนอแผนกิจกรรมฟื้นฟู ใน 5 ประเด็น 1) การบำบัดน้ำเสีย 2) การผันน้ำออกจากชุมชน 3) การจัดการสิ่งแวดล้อม ขยะ โคลน และการทำความสะอาดชุมชนหลังน้ำลด 4) การซ่อมสร้างชุมชน และ 5) ด้านเศรษฐกิจ การประกอบอาชีพ

     ทั้งนี้จะนัดตัวแทนชุมชนละ 3-5 คน มาร่วมกันออกแบบกิจกรรมฟื้นฟูฯ โดยชุมชนเป็นคนกำหนดรายละเอียดของการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนเอง ในวันเสาร์ที่ 26 พ.ย. 54 นี้

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter