เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือในมหาอุทกภัยภาคกลาง จุดแรกที่พวกเราไปคือ ศปภ. ทำให้หวนคิดถึงช่วง ๕ วันแรกของสึนามิ เมื่อ ๗ ปีก่อน ของบริจาคกองเป็นภูเขา มีคนใจอาสาช่วยเหลือกันมากมาย มีระบบการเบิกจ่ายโดยขั้นตอนการขออนุมัติจากคนๆเดียว ไม่มีบัตรไม่มีสิทธิได้รับ ไม่มีคนรับรองไม่ได้ของบริจาคระบบราชการทั้งหมดทุ่มสรรพกำลังไปกับการบริหารจัดการของบริจาค ภาพเดิมๆ ที่คอยทิ่มแทงหัวใจผู้ประสบภัยอย่างผม ตลอดมา ๗ ปีเต็มๆ และมันคอยทิ่มแทงอยู่ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ระบบนี้เมื่อไหร่รัฐไทยถึงจะทบทวน สรุปบทเรียนเพื่อการเปลี่ยนแปลงได้เสียที จะตายกันอีกเท่าไหร่ จะเกิดอีกสักกี่หน ถึงจะยอมจำนนต่อธรรมชาติ ยอมกระจายการจัดการ ยอมรับสิทธิชุมชน ยอมรับสิทธิความเป็นมนุษย์ ว่าเขาต้องได้รับการดูแล
“เขาประกาศให้เขตผมอพยพแล้ว เขาบอกหากไม่อพยพเขาจะตัดความช่วยเหลือทั้งหมด เราจะทำอย่างไรกันดี” ชายคนหนึ่งลุกขึ้นถามในที่ประชุมของชุมชนเคหะบางบัว “ป้าไม่ไปหรอก เพราะหลานพาป้าไปแล้วที่ศูนย์พักพิง เขาดูแลเราดี ป้าไม่ใช่ผู้ดี บางครั้งป้านึกว่าป้าเป็นผู้ป่วยด้วยซ้ำ เพราะเช้าตื่นมารอข้าวเช้า กลางวันนั่ง นอน รอข้าวเที่ยง บ่ายนอนพักกลางวันรอข้าวเย็น ป้าก็ว่าป้าไม่ได้ป่วย อยู่ได้ ๗ วันกลับบ้านดีกว่า มีมือมีขาทำอะไรได้อีกเยอะ” ป้าแย่งเล่าให้ฟัง แล้วคำถามก็พล่างพรูออกมามากมาย “เราไม่ไป เราจะอยู่อย่างไรดี เราจะเตรียมอย่างไร ทำไงดีครับ บทเรียนสึนามิจะแนะนำอะไรเราได้บ้าง” คำถามสุดท้ายที่ออกจากปากแกนนำชุมชน ทำให้ทีมเรา ชาไปทั้งตัวเหมือนกัน ว่าประสบการณ์เราจะช่วยเขาได้แค่ไหน
“สิ่งที่เราควรทำเป็นอย่างแรกในสถานการณ์ที่มาถึงขั้นนี้แล้วนะครับ”(น้ำสูง ๑๐ เซนติเมตร) ผมเริ่มกระบวนการเรียนรู้เลย เมื่อพวกเขาสนใจ และยืนยันที่จะอยู่ให้ได้ภายในชุมชน ๑.) เราควรรวมกลุ่มกันเพื่อทำข้อมูลชุมชนเรา หากมีแล้วนะครับก็สำรวจเพิ่มเติม เช่น ตรงไหนพอจะเป็นที่พักรวมได้บ้าง อาจมีหลายจุดก็ได้ตามความเหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในชุมชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก ผู้หญิงเปราะบาง ๒.)สำรวจเสบียงว่าหากเราจะอยู่ ๑ เดือนโดยตัดขาดจากโลกภายนอกเราต้องเตรียมอะไรบ้างเท่าไหร่ และเรามีอะไรอยู่บ้างแล้ว ๓.) แบ่งบทบาทหน้าที่กันในชุมชน ทีมประสานภายนอก ประสานภายใน ความปลอดภัย เวรยาม แม่ครัว ทีม อสม.(พยาบาล) ยารักษาโรค เครื่องครัว ฝ่ายสุขอนามัย ๔.)เราต้องมีทีมวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารและเฝ้าระวังด้วย และต้องหาอุปกรณ์ เครื่องมืออะไรไว้บ้างเพื่ออำนวยความสะดวก เช่นเรื่องน้ำ เรื่องไฟฟ้า เรื่องส้วม เรื่องเรือ อื่นๆ นี่คือเรื่องเบื้องต้นในการเตรียมรับมือในภาวะฉุกเฉินขณะนี้ เราต้องลงมือเตรียมทันที รอใครไม่ได้

จากสึนามิถึงมหาอุทกภัย บทเรียนทั้งหมดที่มีพวกเราไปช่วยเหลือเฉพาะหน้าด้านกู้ชีพ กู้ภัย และควบคู่กับการแลกเปลี่ยนที่ช่วยให้เขาช่วยตัวเองได้ด้วย อนาคตเมื่อเข้าช่วงฟื้นฟูพวกเรามีความจำเป็นที่จะต้องไปหนุนเสริมเรื่องชุมชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ เพื่อเขาจะได้ช่วยคนอื่นต่อไป
ครบรอบ รำลึก ๗ ปีสึนามิ บทเรียนที่ควรจำกลับไม่มีใครอยากจดจำมัน ไม่มีใครอยากเอาเป็นบทเรียนในการดำรงอยู่ในประเทศนี้ที่มีภาวะเสี่ยงภัยพิบัติ เมื่อคราวครบรอบ ๖ ปีสึนามิ รัฐบาลมีนโยบายว่าจะจัดงานรำลึกเป็นปีสุดท้าย เพื่อไม่อยากให้ผู้ประสบภัยต้องระลึกถึงความสูญเสียอีก ยังมีแนวนโยบายต่อว่า การซ้อมอพยพก็ไม่ควรต้องซ้อมทุกปี เพราะไม่รู้เมื่อไหร่จะเกิด ตลอดทั้ง(๒๕๕๔)ปีที่ผ่านมา ไม่มีการซ้อมอพยพหลบภัยเกิดขึ้นใน ๖ จังหวัดอันดามันเลย “นักมวยไม่ซ้อมก็ถูกน็อค” สึนามิแผ่นดินไหวจนเกิดความสูญเสียมีเวลาไม่เกิน ๑ ชั่วโมง น้ำท่วมมีเวลากว่า ๒ เดือนในการเตรียมตัว มีคนตายมากกว่า ๖๐๐ คน แล้วเราจะกำหนดอนาคตตนเองให้อยู่ในความเสี่ยงของสังคมไทยภายใต้ระบบรัฐไทยอย่างไรดี
๗ ปี บทเรียนสึนามิ จากภัยพิบัติในประเทศไทย เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิได้ขยายตัวออกไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยอื่นๆ และผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเองของเครือข่ายประชาชน จนเกิดพื้นที่รูปธรรมในหลากหลายรูปแบบ เช่น พื้นที่ชุมชนเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และมีอาสาสมัครที่ช่วยเหลือกันกว่า ๒๐๐ คน ที่ทั้งช่วยกันเอง และช่วยเหลือเพื่อนๆ เครือข่ายชุมชนกระเบื้องใหญ่ เกิดแผนเตรียมความพร้อม และแผนบริหารจัดการน้ำ ทั้งฟื้นฟูชุมชนครบวงจร เมื่อภัยเกิดที่ไหนที่นี่ได้ส่งทรัพยากรไปช่วยเหลือเพื่อนๆและกำลังคนหนุนด้วย เครือข่ายปทุม หลังจากภัยพิบัติที่ผ่านมาบทเรียนได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นเครือข่ายเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ที่มีระบบการจัดการภายใน และช่วยเหลือกันเอง ช่วยเหลือชุมชนเครือข่ายใกล้เคียง ขณะนี้ยกระดับไปสู่แผนฟื้นฟูชมชน ด้านพันธุ์พืช ต่อไป พื้นที่เครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน มีแผนป้องกันภัยพิบัติ ตั้งแต่แผนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แผนรับมือน้ำท่วม แผนพาน้ำลงทะเล แผนช่วยเหลือกูชีพ น้ำท่วมครั้งนี้ เครือข่ายรักษ์อ่าวไทยขนสรรพกำลังและเครื่องมือทั้งหมดประจำในกรุงเทพฯกว่า ๒ เดือน ที่ภาคใต้ ก็มีเครือข่ายเขาพนม จ.กระบี่ เครือข่ายชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา พื้นที่รูปธรรมต.ท่าหิน ที่ ต.ขอนคลาน สตูล และที่อื่นๆ อีกมากมาย วันนี้เครือข่ายประชาชนเดินหน้าไปแล้วในหลากหลายมิติ
๗ ปีสึนามิ ถึงมหาอุทกภัย รัฐควรส่งเสริมให้ชุมชนจัดทำแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในระดับชุมชนหมู่บ้าน แผนตำบล โดยต้องสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนให้เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการอบรมอาสาสมัครให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง สนับสนุนเครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ ระบบสื่อสารภายใน ตามแผนชุมชน ภัยพิบัติจัดการรวมศูนย์ล้มเหลว การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการเอง รัฐส่วนกลางมีหน้าที่สนับสนุนทรัพยากรทุกด้าน
ในวาระครบรอบ ๗ ปีสึนามิ ซึ่งมีญาติสนิทมิตรสหายเสียชีวิตไปเกือบ ๕,๐๐๐ คน หนึ่งในนั้นคือคุณพ่อของผม เพราะฉะนั้นสึนามิคือบทเรียนที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของคนในชาติ ควรค่าแก่การรำลึกถึง การจัดงานรำลึกขึ้นของคนในหมู่บ้านเล็กๆ บ้านน้ำเค็มที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บทเรียนการต่อสู้ของเครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ เกิดขึ้นเมื่อสูญเสีย “จงเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติก่อนที่จะสาย อย่าได้คอยให้สูญเสียแล้วค่อยเตรียม” บทเรียนควรค่าแก่การจดจำและเรียนรู้ เชิญทุกท่านร่วมงาน รำลึก ครบรอบ ๗ ปีสึนามิ ณ บ้านน้ำเค็มจังหวัดพังงา วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔




