playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

altการสัมมนาเครือข่ายองค์กรชุมชนท้องถิ่นจัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 27-28 ธันวาคม 2554 ที่สถาบันเทคโนโลยี่พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งจัดโดยคณะประสานงานองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชน สหพันพัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ เครือข่ายสลัมสี่ภาค  สถาบันเทคโนโลยี่พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) มีผู้นำชุมชนทั่วประเทศพร้อมหน่วยงานสนับสนุนเข้าร่วมกว่า 300 คน เครือข่ายชุมชนจัดการภัยพิบัติ ได้มีข้อเสนอนโยบายเป็น 6 แนวทางสำคัญเพื่อจัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืน ต่อรองนายกรัฐมนตรีและกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารทรัพยากรน้ำ (กยน.) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง   ซึ่งได้เดินทางมารับฟังข้อเสนอ   สาระสำคัญของข้อเสนอมีดังนี้

 

 

 
 
ข้อเสนอเชิงนโยบายของเครือข่ายชุมชนเพื่อการจัดการภัยพิบัติ

        สถานการณ์ปัญหาภัยพิบัติในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมาเป็นที่ยอมรับร่วมกันว่าชุมชนท้องถิ่นเป็นพลังสำคัญในการจัดการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ เพราะชุมชนเป็นผู้รู้จักปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดี มีข้อมูล มีทุนทั้งที่เป็นคน เงินทุน ความรู้/ประสบการณ์ที่มาจากการจัดการภัยพิบัติทุกรูปแบบ สามารถจัดการปัญหาได้ทั้งในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ การฟื้นฟูหลังเกิดภัย และการวางแผนรับมือ/ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบที่รุนแรง  

 

         แม้ว่าจะมีหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาภัยพิบัติ แต่ต่างหน่วยงานต่างก็มีแผนงานโครงการตามภารกิจของตนเอง ที่คนในพื้นที่ไม่ได้รับรู้ข้อมูลและไม่ค่อยสอดคล้องสัมพันธ์กับปัญหาความต้องการ รวมทั้งการรวมศูนย์อำนาจการบริหารจัดการไว้ที่ส่วนกลาง ข้อติดขัดของระบบงบประมาณและระเบียบกฎเกณฑ์ ทำให้เกิดความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา การประสานแผนการทำงานร่วมกันของหน่วยงานก็ทำได้ยาก การใช้แผนของชุมชนท้องถิ่นเป็นตัวตั้งจึงเป็นทางออกที่สำคัญในการจัดการแก้ไขปัญหา

 

          altจากประสบการณ์การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่นที่ผ่านมาพบว่าพื้นที่ที่สามารถจัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี และฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติได้รวดเร็วจะเป็นพื้นที่ที่เครือข่ายชุมชน ท้องที่ และท้องถิ่นสามารถผนึกพลังประสานการทำงานร่วมกันได้ดี รวมทั้งสามารถหนุนช่วยพื้นที่อื่นที่ประสบภัยได้อีกด้วย ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ชุมชนท้องถิ่นมาร่วมกันจัดภัยพิบัติแล้วกว่า ๑,๐๐๐ ตำบล เป็นพื้นที่ที่มีสภาองค์กรชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ ที่ได้นำทุนมาใช้ในการจัดการปัญหาเฉพาะหน้า หลายตำบลได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานจัดการภัยพิบัติ   มีกองทุนจัดการภัยพิบัติขึ้นเป็นการเฉพาะ มีการจัดทำข้อมูล แผนที่ วางผัง วางแผนจัดการน้ำ ดิน ป่า และปรับวิถีการผลิต 

           การจัดการปัญหาภัยพิบัติให้บรรลุผล จำเป็นต้องมีระบบการแก้ไขปัญหาที่ครบวงจรโดยชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญ กระจายอำนาจการจัดการสู่ชุมชนท้องถิ่น ทำให้ชุมชนท้องถิ่นมีข้อมูล มีเวทีปรึกษาหารือ มีแผนทั้งช่วงก่อน ระหว่างและหลังเกิดภัยพิบัติ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าจะต้องนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างการจัดการ ดิน น้ำ ป่า ระบบงบประมาณ กองทุน การสร้างความรู้ใหม่

           เครือข่ายชุมชนท้องถิ่นจึงได้ร่วมกันวางแผนการขับเคลื่อนงานในช่วงต่อไปและมีข้อเสนอต่อนโยบายรัฐบาลดังนี้

          ๑.จัดปรับกลไกการแก้ไขปัญหาและจัดการภัยพิบัติในทุกระดับ โดยเน้นการจัดการในระดับชุมชน/ตำบล เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ โดยในระดับจังหวัดเป็นจุดเชื่อมโยง บูรณาการแผนงานของชุมชนท้องถิ่น และประสานแผนการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานในจังหวัด คณะกรรมการ/กลไกการแก้ไขปัญหาในระดับชาติ จะต้องมีวิธีคิดเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในทุกระดับ โดยทำงานคู่กับกลไกของภาคประชาชนในทุกระดับ

         ๒.สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติระดับตำบล/ภูมินิเวศน์ โดยอาจจัดตั้งขึ้นมาใหม่ หรือเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนที่มีอยู่เดิมในชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถนำมาใช้ในการจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้า และฟื้นฟูภายหลังประสบภัยได้อย่างเท่าทันกับสถานการณ์ โดยให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสมทบกองทุนภัยพิบัติที่ชุมชนท้องถิ่นได้ริเริ่มดำเนินการ

         ๓. สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ประสานความร่วมมือการจัดการภัยพิบัติระดับตำบล ทำหน้าที่ในการช่วยกันจัดการปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า จัดทำข้อมูล เชื่อมโยงเครือข่าย ประสานการทำงานวางแผนร่วมกับหน่วยงานภายนอก วางแผนเตรียมการรับมือ/ป้องกันผลกระทบจากภัยพิบัติ ปฏิบัติการฟื้นฟูหลังประสบภัยพิบัติ   

         ๔.สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นมีการวางแผนในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ด้วยการวางผัง /วางแผนการบริหารจัดการน้ำในระดับตำบลและภูมินิเวศน์ ลุ่มน้ำ ควบคู่กับการวางผังการพัฒนาเชิงพื้นที่ตำบล การจัดการและใช้ประโยชน์ที่ดิน ป่า วางผัง วางแผนการจัดการที่ดิน น้ำ ป่า และการผลิตในระดับตำบล การออกแบบระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสม ร่วมกับหน่วยงาน ภาคีที่เกี่ยวข้อง

         ๕.ปฏิรูประบบงบประมาณให้เอื้ออำนวยต่อการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่น ด้วยการสนับสนุนงบประมาณตรงสู่พื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติเป็นไปอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่ 

         ๖.ให้รัฐบาลเปิดให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม ในการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่น ภายใต้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำ (กนย.) เปิดเผยข้อมูลโครงการ งบประมาณ ให้ชุมชนท้องถิ่นได้เข้าร่วมดำเนินการและติดตามให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด

          โดยนายกิตติรัตน์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น ที่ได้ร่วมจัดการภัยพิบัติและพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอิ่นๆของคนในชุมชน สำหรับข้อเสนอของเครือข่ายชุมชนในวันนี้จะไม่สูญเปล่า สิ่งที่จะดำเนินการทันทีคือเรื่องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ปัญหาภัยพิบัติ ซึ่งจะมีการหารือกับคณะกรรมการ กยน. ในด้านข้อเสนออื่นๆจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตนเองได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นประธานกองทุนหมู่บ้าน ประธานกองทุนชุมชนพอเพียง และประธานผลิตภัณฑ์โอท็อป ซึ่งมีเรื่องที่เกี่ยวกับชุมชนและจะได้ทำงานร่วมกันในโอกาสต่อไป

 

เครือข่ายชุมชนเพื่อการจัดการภัยพิบัติ

๒๘  ธันวาคม ๒๕๕๔

 

altalt

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter