สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และเครือข่ายสมาคมสภาวิชาชีพพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและสังคม(สวพช.) จัดงานสัมมนา “การขับเคลื่อนพลังชุมชนเพื่อโลกอนาคต กับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนพลังชุมชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” เมื่อวันที่ ๑๗ – ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ เพื่อขับเคลื่อนพลังชุมชนให้มีความรู้ ความสามารถในการพัฒนา อีกทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสานความสัมพันธ์ระหว่างนักพัฒนาสังคม ด้วยการประสานความร่วมมือของนักวิชาการ นักพัฒนาและประชาชน โดยมีนักวิชาการ คณาจารย์ผู้สอนทางด้านพัฒนาสังคมจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า ๑๒๐ คน ที่ห้องประชุมเอื้องมัจฉา อาคารยุพราชมงคล มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
อ.ดร.วรรณะ รัตนพงษ์ คณบดีสำนักวิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย กล่าวว่า การสัมมนาเครือข่ายทางวิชาการในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๔ ซึ่งเป็นการสัมมนาเครือข่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่มีการเรียนการสอนสาขาพัฒนาชุมชน พัฒนาสังคมและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนา เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอาจารย์ นักศึกษา และนักพัฒนาที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานของรัฐและเอกชน รวมทั้งนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวทางสังคม ซึ่งเป็นการยกระดับความรู้ของอาจารย์ที่สอนในสาขาวิชานี้ ให้ก้าวทันสถานการณ์ที่เป็นจริงทั้งในระดับชุมชน สังคมและระดับโลก โดยจะส่งผลต่อการพัฒนานักศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัยให้ออกไปรับใช้สังคมได้อย่างมีคุณภาพ โดยในครั้งนี้มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงรายเป็นเจ้าภาพ ได้ชูประเด็น การขับเคลื่อนพลังชุมชนเพื่อโลกอนาคตกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนพลังชุมชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย
ด้านนางสาวพรรณทิพย์ เพชรมาก ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้จะส่งผลให้งานวิชาการเกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างชุมชน และมหาวิทยาลัย ซึ่งพอช.และเครือข่ายชุมชนมีเวทีและพื้นที่กลางของขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัด มีการขับเคลื่อนงานของชุมชนในหลายเรื่องเช่น สวัสดิการชุมชน ที่ดินที่อยู่อาศัย สภาองค์กรชุมชน หากนักวิชาการจะทำการวิจัยก็มีโจทย์งานพัฒนาในพื้นที และตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะดำเนินการไปข้างหน้าและทำงานวิจัยคู่กับงานพัฒนา การปฏิบัติการร่วมก็จะเกิดสิ่งใหม่ๆ ถ้าเลือกพื้นที่ตำบล เครือข่ายองค์กรชุมชนก็พร้อมที่จะให้ข้อมูล รวมทั้งการสนับสนุนการเก็บข้อมูลของนักศึกษาฝึกงาน ก็จะได้งานที่เป็นผลผลิตของชุมชน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยสามารถบูรณาการกับคณะอื่นๆได้ด้วย เพราะงานพัฒนาของชุมชนไม่ได้ทำแยกส่วน เป็นการต่อยอดเพิ่มมูลค่างานวิจัยที่ได้ประโยชน์ช่วยเสริมสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายทั้งชุมชนและมหาวิทยาลัย
ที่ผ่านมาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)ได้สนับสนุนเรื่องทุนวิทยานิพนธ์มา ๒ ปีแล้ว โดยเน้นงานพัฒนาที่ชุมชนเป็นแกนหลักใช้พื้นที่ชุมชนเป็นพื้นที่ศึกษา ซึ่งเราก็คาดหวังว่าถ้านักศึกษาสามารถไปพัฒนาโจทย์ร่วมกับชาวบ้านได้ก็จะดีที่สุด เวทีวิชาการงานปีหน้าจึงอยากให้มีทีมร่วมกันของชุมชนทั้งสามฝ่าย มานำเสนอร่วมกัน ซึ่ง พอช. ยินดีที่จะสนับสนุนพื้นที่และประเด็นการทำงาน และการต่อยอดงานพัฒนาที่ทำร่วมกับชุมชน






